สุวาลี คณโททอง

ครูปฐมวัยในความคิดของฉัน

ครูปฐมวัย หรือที่เรียกกันว่า ครูอนุบาล มีหลายคนคิดว่า ครูอนุบาลนั้นใครจะเป็นก็เป็นได้ แค่เลี้ยงเด็ก ปล่อยให้กิน ให้เล่น และนอน ตอนเย็นก็ส่งกลับบ้าน เรียนครูอนุบาลเรียนง่าย ใครๆก็สามารถเรียนได้ ไม่ต้องเรียนก็ไปสอนเด็กอนุบาลได้ ไปเรียนครูอย่างอื่นดีกว่า มีบางคนดูถูกอาชีพครูอนุบาลด้วยซ้ำ
เมื่อก่อนฉันก็เคยคิดอย่างนี้ คิดว่าครูอนุบาลนั้นเรียนง่ายเพราะเหมือนเลี้ยงเด็ก ด้วยความที่ฉันอยากเป็นครู แต่ไม่รู้จะสอนวิชาอะไร เพราะตัวเองไม่ได้เก่งด้านใดเป็นพิเศษ จึงมาเลือกเรียน ครูปฐมวัย เพราะคิดว่าเป็นสาขาที่เรียนง่ายที่สุดและน่าจะสอนง่ายบวกกับที่ตัวฉันเองเป็นคนที่รักเด็กอยู่แล้วจึงเลือกมาสอบที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ดังด้านครูเป็นระดับต้นๆ และได้สอบติดสาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ พอฉันได้เริ่มเข้ามาเรียน ครูอนุบาลนั้น จากที่เคยคิดว่าเรียนง่าย ฉันเปลี่ยนความคิดไปเลย เพราะจากการที่ได้เข้ามาศึกษา ฉันต้องเรียนรู้ที่อย่างที่เกี่ยวกับเด็ก เรียนรู้พัฒนาการตั้งแต่การอยู่ในท้องแม่ และเรียนรู้ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ก่อนที่จะไปเป็นครูปฐมวัยได้นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เลย ต้องเรียนรู้สมรรถนะของเด็กตามวัย สอนเด็กตามช่วงอายุ ว่าเด็กในช่วงนั้นๆมีสมรรถนะและพัฒนาการทั้ง 4 ด้านอย่างไรบ้าง ต้องเก่งในด้านการผลิตสื่อเรียนง่ายๆว่าต้องเก่งศิลปะวาดภาพระบายสี เด็กอนุบาลต้องเรียนรู้ผ่านสิ่งที่เป็นรูปธรรม การใช้สื่อการสอนในการสอนต้องเป็นสื่อที่เด็กได้มองเห็น จับต้องได้ จะทำให้เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจง่ายขึ้น การจะเป็นครูปฐมวัยได้นั้น ต้องกล้าแสดงออก ร้องเพลง เต้น แสดงท่าทางต่างๆในการสอนเด็กได้อย่าไม่เขินอาย มีความทะมัดทะแมง และต้องมีบุคลิกภาพที่ดี พูดจาไพเราะ เป็นที่รักของเด็กๆ และมีความยุติธรรม ไม่ลำเอียง ลักเด็กทุกคนเท่ากัน เพราะเด็กปฐมวัยนั้นเป็นช่วงวัยที่มีการเรียนแบบพฤติกรรมของผู้อื่นที่เด็กนั้นรักและสนใจ ดังนั้นการที่ครูต้องประพฤติตัวที่ดีงามนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นครูปฐมวัย ครูปฐมวัยเป็นผู้ที่เสียสละเวลาส่วนตัวเองมาก จากการที่ฉันได้เคยไปสังเกตการณ์เรียนการสอนตามโรงเรียนนั้น พบว่าครูปฐมวัยนั้นแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย เพราะต้องมาโรงเรียนแต่เช้า มารอรับเด็ก เด็กบางคนผู้ปกครองต้องไปทำงานแต่เช้า จึงมาส่งลูกที่โรงเรียนแต่เช้า จะปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียวหรือกัลป์เพื่อนตามลำพังไม่ได้ เพราะถ้าผลาดสายตาครูเพียงนิดเดียว อาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับเด็กได้ เช่น เกิดอุบัติเหตุกับเด็ก เด็กแกล้งกัน และปัญหาอื่นๆมากมาย การเสียสละของครูปฐมวัยนั้นมีอีกมากมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็กปัสสาวะ อุจาระระ หรืออ้วก ทำน้ำหก นมหก ในห้องเรียน ครูต้องเป็นผู้ทำความสะอาดและพาเด็กไปห้องน้ำ ไม่ใช่ว่าการสอนเด็กปฐมวัยจะเป็นการเลี้ยงเด็กเพียงอย่างเดียว ครูต้องทำแผนการสอนในแต่ละสัปดาห์ คิดเรื่องที่จะนำมาสอนเด็กและต้องทำสื่อมาสอนเด็ก ไหนจะต้องสอนอ่านเขียน ให้เด็กอ่านออก เขียนได้ ครูอนุบาลนั้นเหนื่อยกว่าที่หลายคนคิด จากที่ฉันได้เข้าไปสัมผัส แต่ความมีรับผิดชอบและเสียสละที่มากมายนั้น ทำให้ฉันเคยคิดที่จะไม่อยากเป็นครูอนุบาลบาลเลย แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง การสอนเด็กปฐมวัยนั้นมีความสุขไม่สบายกายแต่สบายใจ เพราะเด็กวัยอนุบาลนี้เป็นเด็กที่ใสซื่อบริสุทธิ์ น่ารักกว่าวัยอื่น ทำให้ฉันไม่ถอดใจที่จะเป็นครูสอนเด็กอนุบาล และเด็กอนุบาลนั้นเป็นวัยแรกที่ได้เข้ามาเตรียมความพร้อมกับการเรียนการศึกษาในระดับชั้นที่สูงขึ้น ถ้าไม่เริ่มฝึกสอนในสิ่งที่ดีๆในวัยนี้ และจะไปสอนในวัยนี้ วัยอนุบาลนั้นอนุบาลนั้นเรียกว่าสำคัญที่สุดในการเรียนรู้ เพราะเป็นก้าวแรกของการเข้าสู่สังคม เป็นการออกจากอ้อมอกพ่อแม่ครั้งแรก ฉันรู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้มาเรียนครูปฐมวัยและจะได้ไปสอนเด็กปฐมวัยในอนาคต เพราะการที่สอนให้คนเป็นคนดีนั้นต้องเริ่มที่ตอนเล็กๆ อย่างสุภาษิตที่ว่า ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก

อยากให้คนที่ได้เข้ามาอ่าน ที่มีความคิดแบบตอนแรกของบทความนี้ ได้ความการเข้าใจใหม่ ว่าการเป็นครูอนุบาลนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย “เด็กในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า” ขอบคุณค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูปฐมวัยในความคิดของฉัน



ความเห็น (0)