| เพลงชาติไทยแบบที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ถือเป็น เพลงชาติไทยลำดับที่ ๗ ซึ่งประกาศใช้ในยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดย รัฐนิยมฉบับที่ ๖ เมื่อ วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๘๒ ประพันธ์ทำนองโดย พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) หรือชื่อเดิม ปีเตอร์ ไฟท์ (Peter Feit) ตั้งแต่ ปี ๒๔๗๕ ประพันธ์เนื้อร้องโดย พันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) |
|
| ก่อนหน้านั้นมี เพลงชาติไทย ใช้มาแล้ว ๖ เพลง เริ่มต้นระหว่าง ปี ๒๓๙๕ – ๒๔๑๔ใช้ทำนองเพลง God Save the Queen เป็นเพลงเกียรติยศถวายความเคารพแด่องค์พระมหากษัตริย์โดยเรียกว่า เพลงสรรเสริญพระบารมีอังกฤษ แต่ต่อมาเมื่อ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ประพันธ์เนื้อร้องขึ้นใหม่แล้วเรียกชื่อว่า เพลงจอมราชจงเจริญ นั่นแหละจึงถือเป็น เพลงชาติลำดับที่ ๑ ในยุค รัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา |
| |
| ต่อมา รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชดำริว่าควรจะใช้ ทำนองเพลงไทย คณะครูดนตรีไทยจึงขอพระราชทานอัญเชิญ เพลงทรงพระสุบิน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เพลงบุหลันลอยเลื่อน พระราชนิพนธ์ในองค์ ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๒ นำมาเรียบเรียงใหม่ให้เป็นสากลขึ้นโดย เฮวุดเซน ถือเป็น เพลงชาติลำดับที่ ๒ ใช้บรรเลงระหว่าง ปี ๒๔๑๔ – ๒๔๓๑ |
| |
| เพลงชาติลำดับที่ ๓ นั้นเกิดขึ้นในรัชสมัย รัชกาลที่ ๕ เช่นกัน โดยประพันธ์ทำนองโดยนักประพันธ์ชาวรัสเซีย ปโยตร์ สชูโรฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) คำร้องเป็นบทพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ใช้บรรเลงเป็นเพลงชาติในระหว่าง ปี ๒๔๓๑ – ๒๔๗๕ ใช้มายาวนานเพราะมี ท่วงทำนองไพเราะ เนื้อหาสมบูรณ์ และทุกวันนี้ก็ใช้อยู่ในนามของ เพลงสรรเสริญพระบารมี นั่นเอง |
| |
| เพลงชาติลำดับที่ ๔ เกิดขึ้นภายหลังจากที่ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย (๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕) แล้ว เพลงชาติลำดับนี้เป็นเพลงชาติชั่วคราว (เนื่องจากมีการเตรียมการโดยสังเขปที่จะสร้างเพลงชาติขึ้นมาใหม่ โดยสมาชิกของคณะผู้ก่อการท่านหนึ่งมอบหมายให้ พระเจนดุริยางค์ เป็น ผู้ประพันธ์ แต่ยัง ไม่เสร็จ เลยต้องใช้ทำนองเพลงไทยเดิม คือเพลงมหาชัย ไปพลางก่อน) เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เสนาบดีกระทรวงธรรมการเป็นผู้ ประพันธ์เนื้อร้อง ซึ่งมีเนื้อหาปลุกใจให้คนไทยเกิดความรักชาติ และเกิดความสามัคคี ตลอดจนให้เลื่อมใสในรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีเนื้อร้องดังนี้ |
|
| |
สยามอยู่คู่ฟ้าอย่าสงสัย |
|
เพราะชาติไทยเป็นไทยไปทุกเมื่อ |
| |
ชาวสยามนำสยามเหมือนนำเรือ |
|
ผ่านแก่งเกาะเพราะเพื่อชาติพ้นภัย |
| |
เราร่วมใจร่วมรักสมัครหนุน |
|
ธรรมนูญสถาปนาพรรษาใหม่ |
| |
ยกสยามยิ่งยงธำรงชัย |
|
ให้คงไทยตราบสิ้นดินฟ้า |
| |
|
|
: เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี |
| : (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) |
| : เสนาบดีกระทรวงธรรมการ |
| |
| |
| |
| |
| เพลงชาติลำดับนี้ใช้ในช่วงสั้น ๆ ไม่ถึง ๑ เดือน ก็เปลี่ยนแปลงไป |
| |
| เพลงชาติลำดับที่ ๕ ประพันธ์ทำนองโดย พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) เมื่อ วันที่ ๔กรกฎาคม ๒๔๗๕ และประพันธ์เนื้อร้องโดย ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) บรรเลงครั้งแรก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมเมื่อ วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๔๗๕ แต่ก็ใช้อยู่เพียงระหว่าง ปี ๒๔๗๕ – ๒๔๗๗ โดยมีเนื้อร้องดังนี้ |
| |
| |
แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง |
|
ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตแดนสง่า |
| |
สืบชาติไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา |
|
ร่วมรักษาเอกราชชนชาติไทย |
| |
บางสมัยศัตรูจู่มารบ |
|
ไทยสมทบสวนทัพเข้าขับไล่ |
| |
ตลุยเลือดหมายมุ่งผดุงไผท |
|
สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา |
| |
อันดินแดนสยามคือว่าเนื้อของชาติไทย |
|
น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า |
| |
เอกราชคือกระดูกที่เราบูชา |
|
เราจะสามัคคีร่วมมีใจ |
| |
ยึดอำนาจกุมสิทธิ์อิสรเสรี |
|
ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้ |
| |
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินไทย |
|
สถาปนาสยามให้เชิดชัย ชโย |
| |
|
|
|
พระเจนดุริยางค์ |
|
ขุนวิจิตรมาตรา |
| |
| กำเนิดของเพลงชาติลำดับที่ ๖ นั้น สืบเนื่องมาจากการที่ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเพลงชาติขึ้นคณะหนึ่ง โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงเป็นประธาน และมีกรรมการท่านอื่นร่วมด้วยดังนี้คือ พระเรี่ยมวิรัชพากย์ พระเจนดุริยางค์ หลวงชำนาญนิติเกษตร จางวางทั่ว พาทยโกศล และนายมนตรี ตราโมท คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่พิจารณาเกี่ยวกับเพลงชาติโดยเฉพาะ ผลการตัดสินปรากฎว่า มีเพลงชาติแบบไทย และแบบสากล อย่างละเพลงคือ แบบไทยได้แก่เพลงชาติของจางวางทั่ว พาทยโกศลที่แต่งขึ้นจากเพลงไทยเดิมชิ่อว่า “ตระนิมิตร” ส่วนทางสากลได้แก่ เพลงของ พระเจนดุริยางค์ ที่แต่งไว้แล้ว ในเวลาต่อมาคณะกรรมการชุดนี้ ได้พิจารณาว่า เพลงชาตินั้นควรจะมีลักษณะที่บ่งบอกถึงความศักดิ์สิทธิ์ ถ้ามีสองเพลงอาจทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ลดลง จึงร่วมกันพิจารณาใหม่ ในที่สุดตกลงว่าให้มีทางสากลเพลงเดียวคือ แบบทำนองสากลของพระเจนดุริยางค์ จึงได้จัดให้มีการประกวดบทร้องขึ้นใหม่ คณะกรรมการได้สรุปผลให้บทร้องของนายฉันท์ ขำวิไล และบทร้องของขุนวิจิตรมาตรา ได้รับรางวัล และตัดสินให้บทร้องของขุนวิจิตรมาตราได้รับรางวัลชนะเลิศ |
| |
|
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ |
| (พระนามเดิม พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ,ม.จ.ก.,ป.จ.,ม.ป.ช.,ม.ว.ม) |
| |
|
|
|
หลวงชำนาญนิติเกษตร (อุทัย แสงมณี) |
|
จางวางทั่ว พาทยโกศล |
| |
|
|
|
นายมนตรี ตราโมท |
|
นายฉันท์ ขำวิไล |
| |
| บทร้องที่คณะกรรมการคัดเลือกมีดังนี้ |
| |
บทของนายฉันท์ ขำวิไล |
| |
เหล่าเราทั้งหลายขอน้อมกายถวายชีวิต |
|
รักษาสิทธิ์อิสระ ณ แดนสยาม |
| |
ที่พ่อแม่สู้ยอมม้วยด้วยพยายาม |
|
ปราบเสี้ยนหนามให้พินาศสืบชาติมา |
| |
แม้ถึงไทยไทยด้อยจนย่อยยับ |
|
ยังกู้กลับคงคืนได้ชื่นหน้า |
| |
ควรแก่นามงามสุดอยุธยา |
|
นั้นมิใช่ว่าจะขัดสนหมดคนดี |
| |
เหล่าเราทั้งหลายเลือดและเนื้อเชื้อชาติไทย |
|
มิให้ใครเข้าเหยียบย่ำขยำขยี้ |
| |
ประคับประคองป้องสิทธิ์อิสระเสรี |
|
เมื่อภัยมีช่วยกันจนวันตาย |
| |
จะสิ้นชีพไว้ชื่อให้ลือลั่น |
|
ว่าไทยมั่นรักชาติไม่ขาดสาย |
| |
มีไมตรีดียิ่งทั้งหญิงชาย |
|
สยามมิวายอยู่มุ่งหมายเชิดชัย ไชโย |
|
|
บทของขุนวิจิตรมาตรา |
| |
แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง |
|
ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตแดนสง่า |
| |
สืบเผ่าไทยดึกดำบรรพ์บุราณลงมา |
|
ร่วมรักษาสามัคคีทวีไทย |
| |
บางสมัยศัตรูจู่โจมตี |
|
ไทยพลีชีพร่วมรวมรุกไล่ |
| |
เข้าลุยเลือดหมายมุ่งผดุงไผท |
|
สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา |
| |
อันดินแดนสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย |
|
น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า |
| |
เอกราษฎร์คือเจดีย์ที่เราบูชา |
|
เราจะสามัคคีร่วมมีใจ |
| |
รักษาชาติประเทศเอกราชจงดี |
|
ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้ |
| |
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินไทย |
|
สถาปนาสยามให้เทอดไท ไชโย |
|
|
| ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๒ มีการเปลี่ยนชื่อประเทศจากคำว่า “สยาม” มาเป็น “ไทย” ทำให้จำต้องแก้ไขบทร้องในเพลงชาติด้วย รัฐบาลจึงได้จัดประกวดบทร้องเพลงชาติไทยขึ้นใหม่ผลการประกวด ปรากฎผู้ชนะได้แก่ นายพันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ส่งเข้าประกวดในนามกองทัพบก และให้ใช้ทำนองขับร้องเพลงชาติไทย ของพระเจนดุริยางค์ ตามแบบที่มีอยู่เดิม (ดังได้กล่าวแล้วในย่อหน้าแรก) กลายเป็นเพลงชาติลำดับที่ ๗ (ปัจจุบัน) ซึ่งมีเนื้อร้องดังนี้ |
| |
| |
“ ประเทศไ ทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย |
|
เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน |
| |
อยู่ดำรงไว้ได้ทั้งมวล |
|
ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี |
| |
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด |
|
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่ |
| |
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี |
|
เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย ” |
| |
| พันเอกหลวงสารานุประพันธ์ มีความปราบปลื้มและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับได้สั่งเสียบุตร ธิดา ไว้ว่า “ฉันได้สั่งบุตรธิดาของฉันไว้ทุกคนว่า ในกาลภายหน้าเมื่อถึงวาระที่ฉันจะต้องเกษียณอายุลาโลกไปแล้ว ขณะใกล้จะขาดอัสสาสะ ขอให้หาจานเสียงเพลงชาติอันนี้ มาเปิดให้ฟังให้จงได้ เพื่อบังเกิดความชุ่มชื่นระรื่นใจ อันไม่มีเสื่อมคลายตราบสิ้นปราณ” |
| |
|
|
: นายพันเอกหลวงสารานุประพันธ์ |
| : (นวล ปาจิณพยัคฆ์) |
| |
| |
| |
| |
ดีใจจังเลย มีบอกหมดเลย พอดีต้องใช้รายงานภาษาไทย ดีใจจังหาเจอแล้ว มีงานส่งแร้ว
อยากให้มีประวัติเพลงชาติแบบสั้นๆๆแต่ได้ใจความ
เพราะว่าเปลืงหมึก แต่ก็ดีมีงานส่ง มาสเตอร็ นุ
ปายแระ อิ อิ อิ อิ อิ อิ อิ
อยากรู้ชื่อเพลงชาติไทยลำดับที่ 4อะ
แต่ไม่มีในนี้เซ๊ง!!
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลประวัติเพลงชาติไทย
เยี่ยมมากเลยค่ะไม่คิดว่าเพลงชาติไทยจะมีเรื่องราวความเป็นมาขนาดนี้ อ่านแล้วรู้สึกดีจริงๆ ค่ะ
ขอบคุณข้อมูลเกี่ยวกับ เพลงชาติไทย อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มขึ้นทีเดียว