การโลกีย์ดีชั่วย่อมมัวเมา เหมือนอดข้าวกินมันกันเสบียง



กล่าวถึงพี่น้องเดินทางรอนแรมมาจนถึงชายทะเลเข้าพักใต้ต้นไทร ( เมืองหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราชรึเปล่าละนี่ )เจอสามเกลอมาเที่ยวเล่นคนหนึ่งมีวิชาขมังธนู ( ทำนายอนาคตว่าผลิดอาวุธปืนยิงได้หลายนัด ) คนหนึ่งมีวิชาเสกหญ้าเป็นเรือเหาะ ( ทำนายอนาคตว่าผลิตเครื่องบินได้ ) และอีกคนหนึ่งมีวิชาเรียกลมฝนได้ ( ทำนายอนาคตว่ามีโครงการฝนหลวง ) คือทั้งห้าคนต่างรู้เขารู้เราเป็นเกลอกัน

ด้วยสงสัยว่าเป่าปี่ดียังไง ผู้พี่จึงเป่าตามวิชาที่เรียนมายังผลให้คนฟังหลับสนิทใจ แต่สาวชาวน้ำได้ยินแล้วชอบใจมาดูคนเป่าปี่แล้วยิ่งหลงรักว่า...ทั้งทรวดทรงองค์เอวก็อ้อนแอ้น เป็นหนุ่มแน่นน่าชมประสมสอง ถ้าแม้นได้กับกูเป็นคู่ครอง จะประครองกอดแอบไว้แนบเนื้อ. ( น. 111 )

ด้วยกำลังแห่งรักนางจึงมาลักพาคนพี่ไปยังเกาะแก่งแห่งตนคงปล่อยให้คนน้องและสามเกลอนอนหลับอยู่อย่างนั้น เมื่อหญิงได้รักชายในดวงใจแล้วก็ทำทุกอย่างเพื่อคนรัก จากชายไม่รักก็ตกกระไดพลอยกระโจน เพราะ...การโลกีย์ดีชั่วย่อมมัวเมา เหมือนอดข้าวกินมันกันเสบียง เกิดกุลาคว้าว่าวปักเป้าติด กระแซะชิดขากบกระทบเหนียง กุลาส่ายย้ายหนีตีแก้เอียง ปักเป้าเหวี่ยงยักแผละกระแซะชิด กุลาโคลงไม่สู้คล่องกะพล่องกะแพร่ง ปักเป้าแทงตะละที่ไม่มีผิด จะแก้ไขก็ไม่หลุดสุดความคิด ประกบติดตกผางลงกลางดิน. ( น. 117 ) นับเป็นการอธิบายการเสพสังวาสระหว่างชายหญิงเหมือนยืนมองการเล่นว่าวจุฬากับปักเป้าบนท้องฟ้ากลางสนามหลวงเลยนะนี่ ฮา ฮา.

.......................................

บรรณานุกรม

สุนทรโวหาร ( ภู่ ),พระ,2329-2398. ( 2555 ). พระอภัยมณี.

กรุงเทพ ฯ : ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ ( 2006 ).