this too shall pass เดี่ยวมันก็ผ่านไป

“This too shall pass เดี่ยวมันก็ผ่านไป”

นายวันชัย พุแค ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

“อ้าว หนุ่มเสียงแหลม ทำไมเด็กชายคนนี้เสียงถึงได้เหมือนผู้หญิงขนาดนี้” นี่คือเสียงคำพูดที่ดังก้องหูเด็กชายคนหนึ่งตลอดเวลา พร้อมกับเสียงหัวเราะของเพื่อนในห้องที่เห็นเป็นเรื่องสนุก ขณะที่เขากำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในชนบท เด็กชายผู้ซึ่งมีคำถามในใจว่าทำไมคุณครูถึงได้ชอบล้อเขาเรื่องเสียงของเขาในห้องเรียนทุกครั้งไป สิ่งที่เกิดขึ้นในใจของเขาตลอดเวลาคืออายเพื่อนๆในเสียงของตนเอง เขาไม่กล้าแม้กระทั้งจะเอ่ยเสียงออกมาให้ใคร ได้ยินเลย ในทุกวิชาที่คุณครูสอน

ในปีต่อมา คุณครูไพลิน คุณครูที่ประจำชั้นเมื่อเด็กชายผู้นี้ เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หญิงวัยกลางคนที่พูดจาไพเราะ อ่อนหวาน น่ารัก เป็นกันเองกับเด็กนักเรียน คุณครูไพลิน สอนในรายวิชาภาษาไทย และคณิตศาสตร์ คุณครูไพลินพูดแล้วฟังชัด น้ำเสียงอ่อนหวาน อธิบายแบบช้าๆ จึงทำให้เด็กชาย ชอบและรักคุณครูไพลินเป็นอย่างมาก เมื่อเวลาผ่านไปจนใกล้จะปิดเทอม โรงเรียนมีกิจกรรมชุมนุมลูกเสือ คุณครูไพลินผู้รับผิดชอบกิจกรรมการประชุมหัวหน้าลูกเสือ และกำลังค้นหาตัวแทนนักเรียนที่จะเป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุม ครูไพลินเลือกเด็กชายผู้ที่รักและเคารพครูไพลินเป็นอย่างมากเป็นหนึ่งในตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมประชุมหัวหน้าลูกเสือ ในตำแหน่งเลขานุการ เหตุผลที่คุณครูไพลินเลือกเด็กชายนั่นเป็นเพราะครูไพลินบอกว่า คนเราฝึกการพูดการจา กิริยาท่าทาง ให้มีจังหวะที่ดี ก็จะเสริมสร้างความมั่นใจในตนเองของคนนั้นได้ และเด็กชายผู้นี้ก็มีความเหมาะสมที่สุด เด็กชายดีใจเป็นอย่างมากและตั้งใจฝึกฝน การพูด ทำให้มีน้ำเสียงที่ไพเราะ น่าฟัง ใครได้ยินก็จะพูดชื่นชมเป็นอย่างมาก

เวลาผ่านไปหลายปี เด็กหนุ่มเข้าสู่วัยรุ่น เขาเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สิ่งที่ได้รับการฝึกฝนจากครูไพลิน มันหล่อหลอมให้เขากลายเป็นเด็กหนุ่มที่มั่นใจในตนเอง กล้าพูดกล้าแสดงออก มีกิริยามารยาทที่เรียบร้อยน่าชื่นชม ส่งผลให้เป็นที่ชื่นชมของครูอาจารย์ เด็กหนุ่มเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 และสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาชีพครู และเมื่อเขาเรียนจบ ออกมาเป็นครูผู้สร้างคน สิ่งที่ได้รับการปลูกฝังจากคุณครูไพลิน ซึ่งเด็กน้อยได้นำมาเป็นแบบอย่างที่ดีในการจัดการเรียนการสอน มุ่งส่งเสริมความถนัด และความหลากหลายของผู้เรียน ค่อยพูดค่อยจา พูดจาไพเราะกับศิษย์ รักและเมตตาต่อศิษย์ ไม่พูดจาส่อเสียดหรือล้อเลียนในปมด้อยของศิษย์ พัฒนาทักษะในแต่ละด้านของตัวบุคคล ทำให้เขาเป็นครูที่มีคุณภาพและประสบความสำเร็จในวิชาชีพสืบไป

This too shall pass เดี่ยวมันก็ผ่านไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กระจกสะท้อน



ความเห็น (0)