"เคสที่ 1 ผู้รับบริการวัย 65 ปีที่เป็นรูมาตอยด์มา 5ปี ต้องดูแลแม่วัย 97 ปี ไม่ได้ทำงานประจำ เดิมมีความสามารถเป็นผู้จัดการบริษัทก่อสร้างต่างชาติ และชอบทำอาหารไทย กำลังกลุ้มใจเพราะมีหนี้สินกว่า 2 ล้านบาท"
ประเมินเพิ่มเติมทางกิจกรรมบำบัด
ทางร่างกาย
ทางจิตใจ
Job Analysis : งานผู้จัดการบริษัทก่อสร้างต่างชาติ
เป้าประสงค์ (Goal) เป้าประสงค์ระยะสั้น1.ผู้รับบริการสามารถเซ็นเอกสารงานได้โดยให้อุปกรณ์ช่วยเช่น ปากกาเสริมด้าม
2.ผู้รับบริการสามารถจัดตารางชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
2.ผู้รับบริการสามารถตระหนักรู้ถึงความเครียดของตนเองได้
เป้าประสงค์ระยะยาว
1. ผู้รับบริการสามารถกลับไปทำงานได้
2. ผู้รับบริการสามารถจัดการความกังวลและความเครียดได้ด้วยตนเอง
การวางแผนการรักษา (Intervention Plan)
☆ เป้าประสงค์ คือ ผู้รับบริการสามารถเซ็นเอกสารงานได้โดยให้อุปกรณ์ช่วยเช่น ปากกาเสริมด้าม
กรอบอ้างอิงที่ใช้ในการรักษา (Frame of reference)
PEOP
หลักการ(Approach) Environmental modification
วิธีการให้การรักษา
ให้อุปกรณ์ช่วย ได้แก่ ปากกา ที่เสริมด้ามทำให้จับได้ง่ายขึ้น
☆ เป้าประสงค์ คือผู้รับบริการสามารถจัดตารางชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
กรอบอ้างอิงที่ใช้ในการรักษา (Frame of reference)
Physical rehabilitation , Biomechanics FoR , Psychosocial FoR
หลักการ(Approach) Time management , energy conservation , self management
วิธีการให้การรักษา
1.ให้ผู้รับบริการเขียนกิจกรรมต่างในชีวิตที่ต้องทำ
2.จากนั้นเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อย
3.เมื่อเรียงลำดับความสำคัญเสร็จแล้ว ให้นำกิจกรรมเหล่านี้มาเขียนลงตารางเวลา โดยใส่กิจกรรมที่สำคัญที่สุดลงไปก่อน แล้วค่อยใส่ลงไปตามลำดับความสำคัญเรื่อยๆ
4.นำตารางที่เสร็จแล้วมาวิเคราะห์ร่วมกับนักกิจกรรมบำบัด เพื่อดูว่ามีช่วงเวลาที่จะสามารถไปทำงานได้หรือไม่ แล้วถ้าไปทำงานแล้วจะต้องจัดการเรื่องการดูแลแม่อย่างไร เช่น จ้างคนดูแลในระยะเวลาที่ตนไม่อยู่ ฝากญาติที่อยู่ใกล้เคียงเป็นคนดูแล เป็นต้น
☆ เป้าประสงค์ คือ ผู้รับบริการสามารถตระหนักรู้ถึงความเครียดของตัวเองได้
กรอบอ้างอิงที่ใช้ในการรักษา (Frame of reference)
MOHO ,
หลักการ(Approach) Psycho-education
วิธีการให้การรักษา
Psycho-education
- ให้ผู้รับบริการตระหนักรู้ถึงความกัวลของตนเอง โดยให้สังเกตสีหน้า ท่าทาง และการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา เช่น หายใจเร็วขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น
- เมื่อทราบว่าตนเองกำลังเครียดแล้วให้หาสาเหตุของความเครียดนั้น เพื่อหาวิธีแก้ไข
- ให้ผู้รับบริการเรียนรู้วิธีการจัดการความเครียดอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจาก
วิธีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
- นั่งในท่าสบาย
- เกร็งกล้ามเนื้อไปทีละกลุ่ม ค้างไว้สัก 10 วินาที แล้วคลายออก จากนั้นก็เกร็ง ใหม่สลับกันไปประมาณ 10 ครั้ง ค่อยๆ ทำไปจนครบทั้ง 10 กลุ่ม
- เริ่มจากการกำมือ และเกร็งแขนทั้งซ้ายขวาแล้วปล่อย
- บริเวณหน้าผาก ใช้วิธีเลิกคิ้วให้สูง หรือขมวดคิ้วจนชิดแล้วคลาย
- ตา แก้ม และจมูก ใช้วิธีหลับตาปี๋ ย่นจมูกแล้วคลาย
- ขากรรไกร ริมฝีปากและลิ้น ใช้วิธีกัดฟัน เม้มปากแน่นและใช้ลิ้นดันเพดานโดยหุบปากไว้แล้วคลาย
- คอ โดยการก้มหน้าให้คางจรดคอ เงยหน้าให้มากที่สุดแล้วกลับสู่ท่าปกติ
- อก หลัง และไหล่ โดยหายใจเข้าลึกๆ แล้วเกร็งไว้ ยกไหล่ให้สูงที่สุดแล้วคลาย
- หน้าท้องและก้น ใช้วิธีแขม่วท้อง ขมิบกันแล้วคลาย
- งอนิ้วเท้าเข้าหากัน กระดกปลายเท้าขึ้นสูง เกร็งขาซ้ายและขวาแล้วปล่อย
การฝึกเช่นนี้จะทำให้รับรู้ถึงความเครียดจากการเกร็งกล้ามเนื้อกลุ่มต่างๆ และรู้สึกสบายเมื่อคลายกล้ามเนื้อออกแล้ว
ดังนั้น ครั้งต่อไปเมื่อเครียดและกล้ามเนื้อเกร็งจะได้รู้ตัว และรีบผ่อนคลายโดยเร็ว ก็จะช่วยได้มาก
การผ่อนคลายลมหายใจ
- ฝึกการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลมบริเวณหน้าท้องแทนการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าอก
- เมื่อหายใจเข้า หน้าท้องจะพองออก และเมื่อหายใจออก หน้าท้องจะยุบลง ซึ่งจะรู้ได้โดยเอามือวางไว้ที่หน้าท้องแล้วคอยสังเกตเวลาหายใจเข้าและหายใจออก
- หายใจเข้าลึกๆ และช้าๆ กลั้นไว้ชั่วครู่แล้วจึงหายใจออก
- ลองฝึกเป็นประจำทุกวัน จนสามารถทำได้โดยอัตโนมัติ
การหายใจแบบนี้จะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ทำให้สมองแจ่มใส ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ไม่ง่วงเหงาหาวนอน พร้อมเสมอสำหรับภารกิจต่างๆ ในแต่ละวัน
O Acceptance of negative emotion คือยอมรับและเข้าอารมณ์ทางลบของตัวเอง เช่น อารมณ์โกรธ เศร้า เครียด อื่นๆ เพื่อทำความเข้าใจอารมณ์ของตัวเอง และหาวิธีแก้ไขอารมณ์ลบที่เกิดขึ้น
O Self –support in difficult situationคือการสนับสนุนตัวเองในสถานการณ์ที่ยากแก่การแก้ไข เราต้องคอยให้กำลังใจตัวเอง และเกื้อหนุนตัวเองเมื่อเราพบเจอปัญหา เพื่อหาทางแก้ไขปัญหานั้นๆได้
- ผู้รับบริการวางแผนแก้ไขปัญหาในอนาคตว่าจะแก้ไขปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดได้
Work hardening
จำลองการทำงานผู้จัดการบริษัทก่อสร้างต่างชาติ เพื่อให้ผู้รับบริการได้ฝึกการทำงานเพื่อเตรียมพร้อมส่การทำงานในบริบทจริง และเพื่อประเมินหาปัญหาเพิ่มเติมที่ผู้รับบริการยังไม่สามารถทำได้
ประเมินซ้ำ
ผู้รับบริการสามารถไปทำงานตามเดิมได้หรือไม่
ผู้รับบริการจัดการปัญหาและความเครียดที่เกิดขึ้นได้หรือไม่
อ้างอิง
