ศัพท์อังกฤษ

การใช้ภาษาอังกฤษ ที่ถือว่าถูกต้องนี้ อ้างอิงตามมาตรฐานของภาษา


Vernacular นาม ออกเสียง เน้น พยางค์ที่ สอง

Dialect นาม ออกเสียง เน้น พยางค์ แรก

(DPWE) อธิบายว่า ทั้งสองคำต่างมีความหมายได้ หลายประการ

แต่เจาะจงที่ อ้างอิงถึง “ลักษณะของ แบบแผนของภาษาและการใช้คำ” ในประชาคม/รัฐ/ประเทศ หนึ่ง

โดย (DPWE) ให้ความหมายของ “vernacular” รวมถึง

“พื้นเมือง” (native) ในความหมายที่ ตรงข้ามกับ “ภาษาหนังสือ” (literature) เช่น

‘The vernacular language of uneducated persons.’

“การใช้ภาษาท้องถิ่น” (using native language) เช่น

‘A vernacular poet.’

“ธรรมดา” (plain/ordinary) หรือ “ประจำวัน” เช่น

‘A vernacular man of the people.’

“ภาษาพูดท้องถิ่นของสถานที่หนึ่ง” (the native speech of a place) เช่น

‘Say that in vernacular, not literary, language.’

ส่วน DIALECT ให้คำจำกัดความ โดย (DPWE) ว่ามี สองความหมายหลัก คือ

“ภาษาพูด/เขียน ที่ผันแปรเป็นพิเศษ” (a special variety of written/spoken language) เช่น

‘The dialect of mountain people in Appalachia.’

“ภาษา ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในภาษาของกลุ่ม”เช่น

‘English is one of the Indo-European dialect.’

(AHD) ให้ความหมาย นาม “DIALECT” ว่าเป็น

“ความหลากหลายของภาษาหนึ่งในภูมิภาคหนึ่ง”

ที่แตกต่างด้วย “การออกเสียง/การผูกประโยค/หรือ คำศัพท์”

โดยเฉพาะ “ความหลากหลายในวิธีพูด”

ที่แตกต่างจาก “ภาษาหนังสือ ที่เป็นมาตรฐาน”

หรือ “แบบแผนการพูดตามวัฒนธรรมที่มีอยู่” เช่น

‘Cockney is a dialect of English.’

หรือ “ความหลากหลายของภาษา ที่ถึงมีความแตกต่างแต่ยังถือเป็นภาษาเดียว”

เพราะไม่มีส่วนใดของ ความแตกต่าง “เด่นจนเป็นมาตรฐานได้” เช่น

‘The dialect of Ancient Greek.’

ว่าเป็น “ภาษาใช้เฉพาะกลุ่มอาชีพหนึ่ง” หรือ “เฉพาะชนชั้นหนึ่งของสังคม” เช่น

“ภาษาเฉพาะ” (Jargon) ‘The dialect of science.’


คำพ้องที่ต่างหมายถึง “รูปแบบของภาษาที่ผันแปร ต่างไปจาก มาตรฐาน” รวมด้วย

“vernacular” “dialect” “jargon” “cant” “argot” “lingo” “patios”

โดยที่ “vernacular” คือ “ภาษาพูดประจำวันของผู้คน” ที่แตกต่างจาก “ภาษาเขียน”

ใช้ “dialect” กับ “ลักษณะของ คำ/ไวยากรณ์/การออกเสียง” ที่ใช้ในภูมิภาคหรือท้องถิ่นเฉพาะแห่งหนึ่ง

และ “jargon” เป็น ภาษาพิเศษ “ใช้เฉพาะกลุ่มสังคมหรืออาชีพหนึ่ง” ที่คนทั่วไปอาจไม่เข้าใจเลย

และ “cant” ปกติ ในปัจจุบัน อ้างอิงถึง “คำศัพท์พิเศษเฉพาะกลุ่มอาชีพ หรือการค้า” และส่วนใหญ่เป็น วลีใช้ในตลาดหลักทรัพย์

ส่วน “Argot” เป็น ภาษาใช้ เฉพาะของพวก อาชญากร (underworld) หรือขยายไปถึง กลุ่มพิเศษต่างๆ

และ “lingo” บ่อยครั้งใช้ เรียก “ภาษาที่ไม่คุ้นเคย หรือที่ยากจนไม่อาจเข้าใจ” อย่างขำขันหรือเย้ยหยัน

และ “patois” อ้างอิงโดยเฉพาะถึง “ภาษาท้องถิ่น” (regional dialect) แบบที่ไม่มีภาษาเขียนใช้อยู่ด้วย


ดูความหมาย คำย่อที่ #601860