​สังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ( มมร. )

สังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ( มมร. )

คำว่าสังคมสงเคราะห์ หลายคนคงอาจจะเคยได้ยิน และจะนึกถึงภาพของคำว่าสังคมสงเคราะห์คือ ผู้ที่จะเรียนจบด้านนี้นั้นจะต้องเรียนจบมาจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งทั้งสองมหาวิทยาลัยนี้เปิดสอนสังคมสงเคราะห์เป็นคณะ แต่ในปัจจุบันนั้นมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนสาขาสังคมสงเคราะห์มีอยู่หลายแห่ง ซึ่งมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่เปิดการสอนสาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ซึ่งเดิมนั้นจะเปิดการสอนแต่พระภิกษุสงฆ์ และสามเณรเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้มีการเปิดรับคฤหัสถ์เข้ารับการศึกษาในระดับปริญญาตรี 6 รุ่น และสำเร็จการศึกษาไปแล้ว 2 รุ่น นับว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของการเปิดสอนสาขาสังคมสงเคราะห์ ซึ่งเป็นสาขาน้องใหม่ และมีบัณฑิตจบใหม่ ซึ่งบัณฑิตจบใหม่นั้นมีงานทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เอกลักษณ์เด่นของสังคมสงเคราะห์ มมร. ในการเรียนการสอนนั้นก็จะไม่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางทฤษฎีหรือทางปฏิบัติ จะแตกต่างกันตรงการออกไปฝึกงาน เพราะที่ มมร. นั้น จะให้นักศึกษาออกฝึกงานตั้งแต่ปี 2 ซึ่งสร้างความรับผิดชอบให้แก่นักศึกษาไปในตัว

เอกลักษณ์เด่นของ มมร. ในความคิดของคนส่วนใหญ่นั้นก็จะคิดแค่ว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะมีแต่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรที่เรียน แต่ในความเป็นจริงแล้วจะมีคฤหัสถ์หรือคนทั่วไปเรียนอยู่ด้วย ในการเรียนการสอนนั้นก็จะมีวิชาที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาให้แก่นักศึกษาได้เรียน ค่าเทอมนั้นถูกมาก ไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อเทอม มีหอพักในมหาวิทยาลัยซึ่ง ค่าหอคิดเป็นเทอมละ 2000 บาท ต่อเทอม และจะมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเสมอ ซึ่งให้นักศึกษาและคนทั่วไป ได้มีการสวดมนต์ เข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามหน้าที่ของชาวพุทธ

ซึ่งการเรียนสังคมสงเคราะห์ใน มมร. นั้นทำให้ข้าพเจ้ามีความประทับใจมาก ด้วยเนื้อหาการเรียนที่เข้มข้น และมีการดูแล เอาใจใส่จากคณาจารย์เป็นอย่างดี ตลอดจนการนำหลักธรรมต่างๆที่ได้เรียนไปใช้ได้จริงในการเรียนหรือฝึกงาน เช่น ขันติ ขันติ คือ ความอดทน อดทนต่อการเรียน อดทนต่อการทำงาน เพื่อความสำเร็จในวันข้างหน้า มมร. นั้น ได้ให้อะไรกับข้าพเจ้าหลายอย่าง สอนให้ข้าพเจ้าอดทน มีสติ สมาธิ ไม่ว่าจะด้านการเรียนหรือฝึกงาน ซึ่งเวลาที่ข้าพเจ้าออกฝึกงานนั้น ทางหน่วยงานจะมีการชื่นชมเสมอว่านักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยนั้น มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ถึงแม้จะเรียนไม่เก่งเหมือน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ แต่เรื่องของคุณธรรมนั้น นักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยนั้นมีเต็มเปี่ยม ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าภาคภูมิใจมากที่ได้เรียนสังคมสงเคราะห์ที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Social Work



ความเห็น (0)