ระบบสาระสนเทศสำหรับธุรกิจ


ระบบสารสนเทศกับร้านสตาร์บัคส์

สตาร์บัคส์เป็นร้านกาแฟที่มีผู้คนรู้จักกันอย่างมากมายเนื่องจากเป็นร้านกาแฟที่มีสไตล์

การจัดร้านอย่างโดดเด่นและมีสูตรในการชงกาแฟตามแบบฉบับของตนเองจึงทำให้สตาร์บัคส์เป็นที่รู้จักสำหรับคอกาแฟทั่วโลก

ประวัติความเป็นมา

ร้านสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ได้เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2541

ณ ห้างเซ็นทรัล ชิดลม โดยบริษัท คอฟฟี่ พาร์ทเนอร์ส จำกัด อันเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ จำกัด และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPF) เป็นผู้ริเริ่มแนะนำสตาร์บัคส์ให้แก่ลูกค้าชาวไทยได้ลิ้มรส ปัจจุบันร้านสตาร์บัคส์เปิดให้บริการแล้วกว่า 33 สาขาและยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของกลิ่นไอของสตาร์บัคส์อยู่เสมอ

กลไกสำคัญ ที่ทำให้สตาร์บัคส์ รักษามาตรฐานเหล่านี้ไว้ได้นั้น จำเป็นจะต้อง พึ่งระบบ การจัดการที่ดี มีระบบคลังสินค้า ที่มีประสิทธิภาพ ที่จะจัดการกับวัตถุดิบ ให้สอดคล้องกับปริมาณ ความต้องการของลูกค้าไม่น้อย และไม่มากเกินไป เพื่อให้กาแฟแต่ละถ้วยคงมาตรฐานดั้งเดิม ไว้ได้มากที่สุด เพราะนั่นหมายถึงต้นทุนของธุรกิจ ที่จะตามมาด้วย เกือบทุกจุดของโครงข่ายงาน ของ สตาร์บัคส์ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารคลังสินค้า การบริหารลูกค้า และการขาย รวมถึง ระบบ royalty customer จำเป็นต้องพึ่งพาระบบไอทีเข้าช่วยทั้งสิ้น ภายในร้านจะไม่มีระบบบัญชี จะเน้นเรื่องการขายบริการ ระบบไอทีจะซัปพอร์ตให้การขายหน้าร้านดีที่สุด ยุ่งกับระบบน้อยที่สุด นั่นคือ หัวใจของ retail และการเป็นsupply chainที่ดี

ระบบสารสนเทศที่นำมาประยุกต์ใช้ในร้านสตาร์บัคส์


กระบวนการของระบบ supply chain management ของสตาร์บัคส์ เริ่มต้นขึ้น ที่ร้านสาขา ที่จะมีระบบชำระเงิน ณ จุดขาย หรือ point of sales (POS) ซึ่งจำเป็นจะต้อง สนับสนุนการขายให้เป็นไปด้วยความเร็วที่สุด และสะดวกให้มากที่สุดและอุปกรณ์ชิ้นนี้ ยังเป็นด่านหน้าของการ ได้ข้อมูลการซื้ออย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาของการซื้อ เวลาไหนขายดี กาแฟประเภทไหน เป็นที่นิยม ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งผ่านไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ server ที่ตั้งอยู่หลังร้าน จึงเป็นเสมือนแม่ข่ายหลัก ที่จะทำให้แต่ละร้านบริหารงานได้อย่าง เป็นเอกเทศรู้ได้ว่า ยอดขายแต่ละวันเป็นอย่างไร ไม่ต้องไปพึ่งระบบของสำนักงานใหญ่ เครื่อง server ที่อยู่ในแต่ละสาขา ของสตาร์บัคส์ จะต้องทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลการขาย ที่ได้จาก เครื่อง POS เพื่อนำไปสู่การจัดการเกี่ยวกับสต็อกสินค้า ที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของลูกค้า และการบริหารการขาย ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบ supply management

ระบบข้อมูลภายในร้านสาขา แต่ละแห่งจะมีความยืดหยุ่นมาก ภายในร้านจำเป็นต้อง ดูแลตัวเองให้ได้มากที่สุด ทันทีที่มีการซื้อขายเกิดขึ้น ข้อมูลจะถูกส่งเข้ายังเครื่อง server หลังร้าน ซึ่งจะสามารถบอกได้ทันทีว่า มีสินค้าคงเหลืออยู่ในสต็อกภายในร้านเท่าไหร่ เพียงพอกับการขาย หรือไม่

สำนักงานใหญ่ของสตาร์บัคส์ในประเทศไทย ตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว จะมีเครื่อง server กลาง เพื่อทำหน้าประมวลผลข้อมูลที่สาขาส่งมาให้ ในการประเมินภาพรวม ของวัตถุดิบทั้งหมดว่ามีเหลืออยู่เท่าไหร่ เพื่อจะได้สั่งสินค้าไปยังสำนักงานใหญ่ได้ทันกับความ ต้องการ และด้วยการที่มีสูตรของกาแฟเฉพาะตัว ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของ สตาร์บัคส์ ที่จะต้อง เหมือนกันทั่วโลก ซึ่งจำเป็นต้องใช้ไอทีเข้าช่วยในการควบคุมเรื่องเหล่านี้ เพื่อคงคุณภาพของ รสชาติกาแฟอย่างแม่นยำแล้ว

คลังสินค้าของสตาร์บัคส์ ในย่านรามคำแหง จะสามารถเห็นภาพรวม ของสินค้าโดยรวม มีอยู่กี่ชนิด สินค้าชนิดไหน ที่ใกล้จะหมดอายุแล้ว ข้อมูลที่ได้จากคลังสินค้า จะถูกส่งผ่านจากระบบ serverไปยังฝ่ายการตลาดของสตาร์บัคส์ ข้อมูลที่ได้จากคลังสินค้า เมื่อมาบวกผสมรวมกับข้อมูล พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าโดยละเอียด ที่จะได้มาจากเครื่อง point of sales และเครื่อง server ของแต่ละสาขา ซึ่งถือเป็นด่านหน้าที่สำคัญ ที่จะเชื่อมโยงไปสู่การวางแผนการตลาดที่จำเป็น ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้อง


สรุป

การนำไอทีมา เพื่อสนับสนุนในเรื่องการจัดการก็ยังคงต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แผนการ ในอนาคตของฝ่ายไอทีสตาร์บัคส์ ก็คือ การลดภาระ ที่สาขาให้มากที่สุด ซึ่งรวมไปถึงการสต็อก วัตถุดิบ ที่จะนำระบบการสั่งแบบเรียลไทม์มาใช้ นั่นหมายความว่า สต็อกสินค้าของสาขาจะไม่มี วัตถุดิบ แต่จะสั่งจากคลังสินค้าเฉพาะ ที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น เพราะทุกวันนี้ข้อมูลการขายทั้งหมด จะถูกส่งไปที่สำนักงานใหญ่ ดังนั้น การที่ไปรวมศูนย์บริหารคลังสินค้า ที่สำนักงานใหญ่ เท่ากับ เป็นการลดภาระให้กับสาขา และไม่ต้องแบกรับสต็อกสินค้าเอาไว้



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จริยธรรมผู้ใช้คอมพิวเตอร์



ความเห็น (0)