โรงเรียนชาวนาระดับมัธยม (๑๖)
 
           นี่ก็เช่นเดียวกัน   เป็นการใช้การรื่นเริง การแสดง เป็นเครื่องมือเชื่อมสัมพันธ์     ซึ่งถ้าใช้เป็น จะสามารถใช้เป็นเครื่องมือตอกย้ำวิธีคิด วิธีการ ที่แปลกใหม่ไปจากเดิม


ตอนที่  15  เพลงรำวงย้อนยุค  (จากเวทีเพื่อนเยี่ยมเพื่อน  ครั้งที่  7)

 เสียงกลอง  เสียงฉิ่งฉาบ  ดังเป็นจังหวะๆ  อยู่รอบๆ  ตัว  เป็นจังหวะที่รบเร้าและเชิญชวนบรรดาผู้รักเสียงเพลง  รักจังหวะรำวง  ให้โค้งกันเข้ามาร้องรำด้วยกัน  นักเรียนชาวนาผู้สูงอายุดูจะคึกคักสนุกสนานกว่าใครๆเขา  เพราะออกมารำให้บรรยากาศย้อนยุค  หลายๆคนคงนึกในใจแล้วนึกย้อนภาพจากความทรงจำในอดีต  เมื่อครั้นที่ยังเป็นสาวๆยี่สิบสามสิบยังแจ๋ว
 สำหรับวัยหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่แล้ว  เนื้อร้องของทุกเพลงไม่เป็นที่คุ้นหูเลย  แล้วบทเพลงเหล่านี้มาไหนกัน  ทำให้ต้องสืบค้นต้นเสียงกันหน่อย  แล้วก็มาเจอะมาเจอเอาแม่เพลงอายุหกสิบกว่า  ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน  คือ  ยายสังเวียน  (คุณสังเวียน  พักตรเจียม)  คนบ้านโพธิ์ของเรานี่เอง  แม่เพลงอารมณ์ดีของเรา  ยายสังเวียนเล่าความสั้นให้ฟังว่า  เพลงรำวงที่ได้ยินกันอยู่ในงานเป็นเพลงย้อนยุคจริงๆ  ในอดีตที่ผ่านมาหลายทศวรรษแล้ว  เมื่อครั้นยายยังอายุไม่ถึง  20  ปี  สมัยก่อนโน้นก็ร้องเพลงเหล่านี้กัน  ยังไม่มีแผ่นเสียงด้วยซ้ำ  แถวๆบ้านโพธิ์ก็จะร้องเพลงของบ้านโพธิ์  ส่วนบ้านอื่นเขาก็ร้องเพลงของบ้านเขาไป  เป็นเพลงประจำบ้าน  คนที่อื่นเขามาเที่ยวบ้านโพธิ์  เขาก็ร้องกันไม่เป็น  คนบ้านโพธิ์ไปเที่ยวที่อื่นก็ร้องเป็นแต่เพลงของบ้านตนเองอย่างเดียว
 เพลงรำวงย้อนยุคแต่งขึ้นมานานพอๆ  กับอายุของแม่เพลง  คือ  กว่า  50 – 60  ปี  เป็นเพลงในยุคสงครามเอเชียบูรพา  แต่ในสำหรับปีนี้  ปี  พ.ศ.2548  นักเรียนชาวนาโรงเรียนชาวนาบ้านโพธิ์ได้ถือโอกาสเอาเพลงเก่าๆ  มาร่ำร้องกันอีกวาระหนึ่งในเวทีเพื่อนเยี่ยมเพื่อน  ครั้ง  7  เพราะเพลงรำวงไม่ได้ร้องกันมาหลายสิบปี  หรือจะเรียกได้ว่าขาดช่วงหายไปนานเลยก็ว่าได้  คนที่อายุราว  40  กว่า  ยังไม่เคยได้ยินเพลงเหล่านี้เลย
 เนื้อหาของเพลงส่วนใหญ่แล้ว  ก็เป็นเพลงร้องเกี้ยว  เพลงจะเน้นถึงการเชื่อมสัมพันธ์  ความรักความผูกพัน  มิตรภาพ  ในบางเพลงยังมีเนื้อหาเชิงล้อเล่น  อุปมาอุปมัยเปรียบเทียบ  เปรียบเป็นต้นไม้  ดอกไม้  สัตว์  ฤดูกาล  เหตุการณ์  ดังนั้น  เพลงจึงเป็นเครื่องมือของชาวบ้านที่จะใช้การร้องเพลงและการรำวงเป็นการแสดงออกที่สามารถกระทำกันได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและไม่มีใครจะโกรธกันได้  แม้เนื้อหาเพลงจะบอกอย่างนัยจนเกือบจะชัดเจน  แต่นั่นยังคงรักษาไว้ซึ่งกาลเทศ เนื้อเพลงรำวงย้อนยุค  ดังนี้
 เพลงที่  1
 บ้านโพธิ์ของเรานี้เอ๋ย...
 ไม่นึกเลยว่าจะมีตาหวาน
 สวยนักนึกรักอยู่เป็นนาน  (ซ้ำ)
 มาทำตาหวาน  มองๆแล้วก็เมิน
 เพลงที่  2
 ไก่งามเมื่อยามจะบิน 
 โผผินหากินไกลรัง 
 จากไปนานรูปหล่อเป็นกอง  (ซ้ำ) 
 พ่อฟันเลี่ยมทองมีเจ้าของหรือยัง
 บ้านโพธิ์เขาลือกันนัก  (ซ้ำ) 
 เขาว่าคู่รักของเธอหล่อจัง 
 รูปหล่ออย่างแก  หัวใจไม่แน่เสียแล้วกระมัง 
 เพลงที่  3
 โอ้...  เขาดินสูงเนิน  ใครเขาเดินมาก่อน
 เขาดิน  จะกลายเป็นดอน  ลา  ล้า  ลา  ล้า...  ให้เราเศร้าใจ
 เขาดิน  เป็นถิ่นพำนัก  เราเคยร่วมรัก  เราเคยร่วมใคร่
 โอ...โอ้...  น้ำใจชาย  เขาจะกลับกลาย  หมุนเวียนเปลี่ยนไป
 เดี๋ยวนี้  เขามีรักใหม่  เขาทิ้งฉันไว้  เขาดินบ้านนา
 เพลงที่  4 
 เดือนดาราเด่นบนฟ้าดารากระจาย 
 ดาวดวงเด่น  ฉันยังไม่เห็นหัวใจ 
 บ้านโพธิ์บ้านดอน  เขาเป็นละครหัดใหม่ 
 ตัดรักมาหักอาลัย  (ซ้ำ)
 ดาวกระจายเต็มฟ้า
 เดือนดาราเด่นบนฟ้าดาราค่ำคืน
 ใจชุ่มชื่น  (ซ้ำ)  สำราญเริงรื่นในคืนฟ้อนรำ
 มารำกันเป็นคู่ๆ  ยิ่งดูยิ่งสวยยิ่งงาม
 มาๆมารำ  (ซ้ำ)  มาเต้นระบำฮาวาย  (ซ้ำ)
 เดือนดาราเด่นบนฟ้าดาราขาวผอง
 เด่นบนฟ้าน่ามอง  เชิญมาจองคนรักเสียใหม่
 กอดอกกระไรรำพึง  คิดถึงกระไรรำพัน
 จำได้ใฝ่ฝัน  แสงจันทร์ส่องหล้า
 เดือนก็หงาย  ลมก็พายพัดมา
 ให้ชื่นอุรา  ฉันอยากจะหาคู่ชม
 เพลงที่  4
 แสงจันทร์วันเพ็ญเด่นดวง
 เสียดายพ่อพวงมาลัย 
 มาดแม้นไม่มีเจ้าของ 
 จะประคองลองดูสักหน
 สงสัยเมื่อไหร่จะหล่น 
 มาลัยร้อยวนคนงามนี้เอย  (ซ้ำ)
 เพลงที่  5
 กริ่ง  กริ่ง  กริ่ง  นกกระริ่งจับกิ่งดาวเรือง 
 อย่ารำเข้ามาใกล้นัก  (ซ้ำ)
 ประเดี๋ยวคนรักของเธอจะเคือง
 เพลงที่  6
 ชายสมัยนี้เห็นหญิงดี 
 รักกันพัวรักกันพัน
 โอ้...  พ่ออ้อยรำเอน  
 จะหวานเย็นไปสักกี่วัน 
 หวานๆเย็นไปสักกี่วัน
 เพลงที่  7 
 โอ้...  เจ้านกเขาเอย  ก่อนนี้เคยได้ร่วมรักกัน
 ทุกคืนวันนกเขานั้นขันเพราะจับใจ
 เสียงลอยมาตามสายลม  (อาละว้า)  (ซ้ำ)
 ฉันชมแล้วให้ชื่นใจ
 โน้นนกเขาไฟ  จับอยู่ยอดภูเขาทอง
 จับเรียงมาอยู่เคียงคู่  (อาละว้า)  (ซ้ำ)
 จู้ฮูกกรู...  หาคู่มาครอง
 เหมือนพี่กับน้อง  เฝ้าแลมอง  สายตารักกัน
ลงที่  8
 มองใบหน้า  สายตามาเจอะมาเจอ
 ฉันมองดูเธอ  เอ้อเฮอสวยจริง
 เธอยิ้มยั่วยวน  กวนหัวใจ
 เขายิ้มชะม้าย  ชายหางตา
 เธอยิ้มเสน่ห์  มีสง่า
 เธอยิ้มมา  ฉันก็ยิ้มไป
 ยิ้มด้วยกัน นั้นแหละดี
 เธอยิ้มอีกทีจะได้ไหม
 เธอยิ้มอีกนิด  สะกิดใจ
 เธอยิ้มบ่อยๆ  อร่อยใหญ่
 เธอยิ้มมากๆ  ฉันรักตาย
 รักกันไม่วายแลมอง
 เพลงที่  9
 เล่นกันดีๆ  มักจะมีคนชม
 เกียจแล้วอย่าถ่ม  ถ่มแต่น้ำลาย
 ท่านผู้ดูยืนอยู่กันมากมาย  (ซ้ำ)
 ทั้งหญิงและชายหลายคู่เคียงกัน
 ฉันก็เดินๆ  เข้าไปใกล้
 ฉันก็ชายๆ  หางตา
 เล่นกันล่ะเป็นของธรรมดา  (ซ้ำ)
 นักกีฬาต้องเชื่อผู้นำ
 เพลงที่  10
 มาสุขสำราญบันเทิง  มารื่นเริงใจ 
 มารำวงไทยเพลินใจกันให้สำราญ
 สนุกเต็มที่วันนี้เป็นวันชื่นบาน 
 เชิญซิท่าน  เชิญมารำ  อย่าทำอาย
 ชะ...  แฮบปี้ยา...ยาๆ  ชะ...แฮบปี้ยา  (ซ้ำ  2)  ...  แฮบปี้ยาๆๆ
 เพลงที่  11
 ช่อเจ้ามะปรางปิง  สวยจริงกำลังจะหล่อ
 แต่งตัวสวยป้อ  เจ้าช่อเจ้ามะปรางปิง
 ช่องามวิไล  เสียดายมาอยู่ปลายกิ่ง
 ความรักแท้จริง  ทุกสิ่งจะได้แลมอง

 

 มองไปมองมา  สายตาเข้ามาเป็นสื่อ
 ความรักนั้นหรือ  เป็นสื่อกันด้วยสายตา
 ฉันรำไม่เป็น  รำเป็น  แต่รำไม่สวย
 แต่เธอรำด้วย  ...  รำไม่สวย  ฉันจะลองรำ  (ซ้ำ)

    
ภาพที่  143  ฝึกซ้อมร้องเพลงรำวงย้อนยุค  ภาพที่  144  ยายสังเวียน  พักตรเจียม
แม่เพลงบ้านโพธิ์  (คนแรกของแถว)  
     
ภาพที่  145  แม่ร้องพ่อรำ  รำวงย้อนยุค   ภาพที่  146  ร้องรำทำเพลงตามเนื้อหา  


    
ถอดเนื้อเพลง  :     คุณสังเวียน  พักตรเจียม  แม่เพลงบ้านโพธิ์  อายุ  67  ปี,  หมู่  2  ตำบลบ้านโพธิ์    อำเภอเมือง  จังหวัดสุพรรณบุรี

           มขข. และนักเรียนชาวนาหลายคนมีความสามารถพิเศษด้านการแต่งเพลง    หรือแต่งกลอน    น่าจะคิดการณ์แต่งเพลงยุคใหม่ ที่สะท้อนความสามารถใหม่ๆ ของนักเรียนชาวนา     ให้มีชื่อคนจริงๆ ที่เป็นนักเรียนชาวนา    มีความรู้ที่แปลกใหม่แต่ใช้ได้ดี   อยู่ในเนื้อเพลงด้วย

วิจารณ์ พานิช
๑๙ สค. ๔๘