ชีวิตที่พอเพียง ๒๗๑๙ ชีวิตที่ผ่อนคลาย


ลูกสาวที่อยู่บ้านติดกันมีข้อสังเกตว่า ตั้งแต่ออกจากกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ และนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล เอกสารที่ส่งมาทางไปรษณีย์ และทาง messenger ลดลงอย่างชัดเจน

มีคนถามผมว่า เวลานี้ผมมีเวลาว่างมากขึ้นใช่ไหม คำตอบคือไม่ใช่ ผมยังเป็นคนที่หาเวลานัดยากเช่นเดิม คือมีงานจุกจิกเข้ามามากขึ้นหรือจริงๆ แล้วหากมีงานแบบที่ค่อนข้างประจำ ก็จะลงเวลานัดไว้งานอื่นก็ล้นไปเมื่อมีช่องว่าง งานอื่นก็เข้ามาใช้เวลาในชีวิตของผมได้มากขึ้น

สิ่งเหล่านั้นสำหรับผม ไม่ใช่งานแต่เป็นความพึงพอใจ เป็นสิ่งที่ให้เมตตาปรานีแก่ผมเพราะช่วยให้ชีวิตยามชรา ยังมีคุณค่าและเมื่อมีกิจกรรมที่มีคุณค่าทำ ก็กลายเป็นการเรียนรู้เป็นการกระตุ้นสมองช่วยยืดอายุส่วนที่แม้สูงอายุ แต่ก็เป็น active aging

นี่คือตัวอย่างของ transformative learning (1, 2) ของผมเมื่อก่อนผมไม่ได้มีโลกทัศน์เกี่ยวกับงานในลักษณะนี้หลายครั้งงานเป็นต้นเหตุของความเครียดแต่เวลานี้งานเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข

น่าจะกล่าวได้ว่า ผมเป็นคนมีบุญ ที่ชีวิตมาถึงจุดนี้ได้เป็นบุญวาสนาแบบที่ไม่มีอำนาจ ไม่ร่ำรวย ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ ใหญ่โตแต่มีบุญที่หาความสุขได้จากความสงบ และความผ่อนคลายผ่อนคลายได้แม้มีงานมากและผ่อนคลายได้ในภาวะที่ มีเรื่องยุ่งๆ วุ่นๆที่ผมไม่เอาเข้ามารกสมอง คือเมื่อให้ความเห็นหรือดำเนินการแล้วก็จบไม่เอามาให้วุ่นวายใจอีกความสามารถในการเปิดปิดลิ้นชักสมองนี้มันมาเมื่อไรก็ไม่ทราบเวลานี้มันเหมือนเปิดปิดลิ้นชักจริงๆมีบางช่วงคนรู้กันทั่วไป ว่าผมอยู่ในเหตุการณ์เรื่องวุ่นๆ ของบางสถาบันสาวน้อยคงจะห่วงสามีถามเรื่องราวคงจะเพื่อให้ ผมระบายความอัดอั้นผมกลับตอบว่าอย่าไปรู้เรื่องมันเลยรู้แล้วจะก่อความเครียดเปล่าๆ โดยไร้ประโยชน์ เรื่องต่างๆ มันเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยก็แก้ไขดำเนินการไปตามเหตุปัจจัยโดยยึดประโยชน์ส่วนรวม และความถูกต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้งก็ถือว่าจบไม่เอามาเป็นอารมณ์อีก

ทั้งหมดนั้นมาจากการเรียนรู้และฝึกฝนทำต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด

วิธีฝึกของผมคืออยู่กับปัจจุบันขณะ สัมผัสกับความงามของสิ่งรอบตัวในขณะนั้นและใช้ “ตัวช่วย” ให้ตระหนักในมิติ ที่เราสัมผัสตรงไม่ได้ เพราะมีข้อจำกัดของผัสสะของตัวเราเองดังกรณีตัวอย่างเช้าวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙ผมนั่งเครื่องบิน ไทยสมายส์จากดอนเมืองไปขอนแก่นพอเครื่องบินขึ้น เวลา ๖.๑๕ น. ผมก็สังเกตเห็นว่าท้องฟ้าโปร่งทำให้เห็นทิวทัศน์ ตอนเหนือของกรุงเทพแจ่มชัดมากผมล้วงกล้องถ่ายรูปคู่กาย Canon G7X ออกมาถ่ายวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงนนทบุรี-ปากเกร็ดที่วิวเกาะเกร็ดค่อยๆ ชัดเจนขึ้นๆและเห็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาหลายสะพาน

ผมได้ภาพวิวที่ถ่ายเป็นช่วงๆ เอามาดูหาความรู้ทีหลังว่าบริเวณนั้นๆ คือที่ไหน

เช้าวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ผมนั่งแท็กซี่ออกจากบ้านไปยังอาคาร CAT หลังไปรษณีย์กลางบางรักเดินตรงไปที่ แม่น้ำเจ้าพระยาไปพบบริเวณริมแม่น้ำที่สวยงามร่มรื่นลมโชยอ่อนๆให้ความสดชื่นยิ่งนักผมใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงหาความสุข จากวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและความร่มรื่นของสวนบริเวณนี้สงบแต่ไม่เงียบ เพราะมีเรือแล่นไปมาอยู่ในแม่น้ำยิ่งสายเรือยิ่งมากฝั่งตรงกันข้ามของแม่น้ำ เป็นบริเวณก่อสร้างขนาดใหญ่ ติดป้ายว่า ICONSIAM : A new national landmark is rising. Spetacular beyond imagination เสียงของการก่อสร้างดังข้ามแม่น้ำมาชัดเจนเมื่อเรือแล่น ก่อคลื่น ก็มีเสียงเหล็กที่โป๊ะเสียดสีกัน

มองไปเห็นสะพานสาทรอยู่ไม่ไกลมากนัก เห็นรถไฟฟ้าและรถยนต์แล่นไปมา มีอาคารสูงริมน้ำรูปร่างสวยงาม ผมนั่งชมวิวและเขียนบันทึกนี้พร้อมทั้งถ่ายรูปเพื่อบันทึกความทรงจำ

เวลา ๘.๓๐ น. ผมเดินไปขึ้นลิฟท์ของอาคาร CAT ไปยังชั้น ๓๐ ซึ่งเป็นสถานที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในวันนี้ขึ้นไปถึงก็ได้เห็นวิวกรุงเทพจากมุมสูงทั้งฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งถนนเจริญกรุงได้ชมความงามของมหานคร ให้ความสดชื่นอีกแบบหนึ่งการได้เปรียบเทียบภาพมุมต่ำกับภาพมุมสูง ก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง

เป็นความสุขที่ไม่ต้องเสียเงิน

วิจารณ์ พานิช

๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙

1 แม่น้ำเจ้าพระยา เกาะเกร็ด และสะพานพระนั่งเกล้า


2 เกาะเกร็ด สะพานพระนั่งเกล้า สะพาน


3 สะพานพระนั่งเกล้า สะพาน วัดเฉลิมพระเกียรติ


4 ดิน น้ำ ฟ้า

5 จุดนั่งดื่มด่ำธรรมชาติของผม


6 ท่ามกลางธรรมชาติอย่างนี้


7 แม่น้ำเจ้าพระยา ถ่ายจากมุมต่ ไปทางทิศใต้ำ



8 บริเวณก่อสร้างฝั่งตรงกันข้ามแม่น้ำ



9 ถ่ายไปทางทิศเหนือ


10 สะพานสาทร


11 ถ่ายจากชั้น ๓๐ ไปทางทิศใต้ เห็นสะพานสาทร


12 สะพานสาทร


13 บริเวณก่อสร้างฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ


14 วิวทิศเหนือ


15 วิวฝั่งทิศตะวันออก เห็นทางด่วน



16 วิวตะวันออกเฉียงใต้


17 ถ่ายตรงไปทางทิศตะวันออก


18 วิวทิศตะวันตก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)