ชีวิตที่พอเพียง ๒๗๑๕ เฉียดหิมพานต์ ๗. ทะเลสาบแปงกอง

วันพุธที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๙ ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Tso) อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ๔.๒ กิโลเมตร ยาว ๑๓๔ กม.กว้าง ๕ กม.พื้นที่ ๗๐๐ ตารางกิโลเมตรซีกตะวันออกอยู่ในทิเบต เส้นเขตแดนอินเดีย-จีนอยู่ในทะเลสาบและแน่นอนว่า ดินแดนนี้จะต้องเป็นดินแดนแห่งความขัดแย้งระหว่างอินเดียกับจีน

เป็นทะเลสาบปิด ไม่มีทางเปิดไปที่อื่น (endorheic lake) จากการค้นในวิกิพีเดียทำให้ผมเข้าใจว่าทะเลสาบปิดเป็นระบบ นิเวศน์ที่มีลักษณะพิเศษของมันและที่น่าสนใจคือ ที่ก้นทะเลจะเป็นชั้นเกลือ เพราะแร่ธาตุที่ชะล้างลงน้ำไม่มีทางถ่ายเทไปที่อื่นเขาบอกว่าทะเลสาบปิดเป็นระบบนิเวศน์ที่อ่อนไหวต่อมลพิษทะเลสาบแปงกองนี้ติดอันดับโลก endorheic lake เชียวนะครับทะเลสาบปิดที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลก ได้แก่ Caspian Sea, Dead Sea, The Great Salt Lake เป็นต้น

เพราะความเค็มของน้ำ จึงมีจุลชีพน้อยมาก และไม่มีสัตว์น้ำอาจรวมทั้งในฤดูหนาวน้ำทั้งทะเลสาบแข็งหมดสัตว์น้ำจึงอยู่ไม่ได้แต่ก็มีนกน้ำ และสัตว์ป่า

เราไปชมความงามของบริเวณทะเลสาบแต่ผมเริ่มต้นด้วยการเมืองและนิเวศน์วิทยาเสียแล้ว

นั่นคือข้อความที่เขียนที่บ้าน ก่อนออกเดินทางไปเฉียดหิมพานต์ต่อไปนี้บันทึกหลังไปเยือน

๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

กำหนดการทัวร์เปลี่ยนแปลง เป็นไปแปงกองวันที่ ๓๐เราออกเดินทาง ๖.๐๐ น. เพราะต้องการไปถึงเร็วหน่อยการเดินทางใช้เวลา ๕ ชั่วโมง ในระยะทาง ๑๗๐ กิโลเมตรข้ามเขา ตามเคยและถนนไม่ดีแต่ก็ยังดีกว่าตอนเดินทางจากคาร์กิลไปเลย์

วันนี้เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นคือ การหยุดพักปิกนิกอาหารเช้าระหว่างทาง การบรรลุเป้าหมายผ่าน Changla Pass ความสูง ๕,๓๖๐ เมตรอย่างปลอดภัย การได้สัมผัสก้อนน้ำแข็งที่เขาเรียกว่า glacier ข้างทาง คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ประสบอุบัติเหตุและแน่นอน การได้เห็นและถ่ายรูปวิวทะเลสาบแปงกอง ทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุดในโลก และเป็นทะเลสาบน้ำเค็ม

เราแวะปิกนิกก่อน ๘ น. เล็กน้อย ที่ไหล่เขาที่มีดอกไม้ป่าหลากชนิดสาวน้อยทนปวดท้องถ่ายทั้งสองทวาร มาระยะหนึ่งรีบชวนผมเดินไต่เนินขึ้นไปบังก้อนหินเพื่อถ่ายนี่คือผลของยา Diamox ที่เรากินป้องกัน high altitude sickness ที่ทำให้ถ่ายปัสสาวะบ่อยและอยากถ่ายอุจจาระอยู่เรื่อย

ก่อนปิกนิกสาวๆ ใช้ม่านบังไพรสองชุดอำนวยความสะดวกแก่กันและกันในการถ่ายปัสสาวะสาวน้อยใช้บริการนี้ไม่ได้ เพราะนั่งยองๆ ไม่ได้ เข่าไม่ดีอาหารปิกนิกเป็นอาหารกล่องเหลือเฟือเรารวบรวมส่วนที่เหลือเอามาเจือจานคนขับรถด้วย

หลังกินอาหารเสร็จ เราถ่ายรูป และเดินเถ่ายรูปดอกไม้ป่าที่มีหลายชนิด หลากสีสันคุณหมอสมศักดิ์เดินไปเฉี่ยวต้นไม้ พุ่มเตี้ยๆ ชนิดหนึ่งและโดนหนามตำที่ข้อเท้านั่งหาทางบ่งหนามเพราะเจ็บ จนคนขับรถคนหนึ่งมาเห็นเข้าก็บอกว่าไม่มีหนาม หักคา แต่เจ็บเพราะพิษ ให้เอาน้ำอุ่นราดสักครึ่งชั่วโมงก็จะหายไปเองซึ่งก็เป็นจริงในรถคันหนึ่งคนขับรถถึงกับให้บริการ มาตรการป้องกันโดยเมื่อไปถึงก็ชี้ให้ดูต้นไม้นั้นและบอกว่ามีพิษ อย่าเดินไปเฉี่ยวเข้า

โชคดีจริงๆ ที่ตอนนั้นอากาศกำลังสบาย และแดดเป็นใจ มีเมฆมาบังพระอาทิตย์พอดีพอเรากินเสร็จ จะออกเดินทางต่อ แดดออกจ้า

เราไปถึง Changla Pass (๕,๓๖๐ เมตร) เวลา ๙ นาฬิกาเศษๆแดดจ้าไปเข้าห้องน้ำและถ่ายรูปก็ออกเดินทางต่อเราเดินช้าๆ ระมัดระวังตัวเต็มที่ต้องเดินสองก้าวแล้วหยุด และหายใจลึกๆ ยาวๆก่อนหน้านั้นก็ป้องกันโดยกินยาดังเล่าแล้ว และดื่มน้ำมากๆ สาวน้อยเดินเองไม่ไหว โงนเงนตอนถ่ายรูปต้องมีคุณน้อย (พัชรินทร์ ศรีสุนาครัว) ช่วยประคอง

เราออกเดินทางต่อเวลาราวๆ ๙.๓๐ น. รถคันที่ ๑ ของเราไปจอดชม “ธารน้ำแข็ง” (glacier) ที่กำลังละลายคุณเปากับผมอยากไปจับดูว่าเป็นอย่างไรก็พบว่ามันแข็ง ไม่หยุ่นแบบหิมะ แต่ก็ไม่เป็นเนื้อเดียวแบบน้ำแข็งคุณเปากับผมลงไป ๒ คน คุณก้อมอยู่บนรถถ่ายรูปดาราโพสต์ท่าถ่ายรูปจับธารน้ำแข็งเสร็จผมหันไปถ่ายรูปซ้ายทีขวาที แล้วเดินไปที่รถคุณเปาวิ่งไปอีกทางแล้วลื่นล้มตัวกระแทกและขาฟาด เจ็บมากที่ขาขวาโชคดีที่รถคันที่ ๓ ตามหลังมา คนขับลงมาช่วยคนขับคันที่ ๑ อุ้มมาขึ้นรถต้องหาท่าอยู่นานกว่าจะพอทนปวดสาวน้อยพกยาแก้ปวดชนิด NSAID ชื่อ Acloxia ซึ่งสรรพคุณดีมากแต่ต้องกินหลังอาหารจึงเอาให้กิน ๑ เม็ดครึ่ง (เม็ดละ ๙๐ มิลลิกรัม)

ที่สำคัญคือในรถคันที่สามมีหมอ สุรเดช แสงอรุณศิริ อยู่ด้วยท่านเป็นแพทย์ศัลยกรรมกระดูกตรวจแล้ววินิจฉัยว่า น่าจะกระดูกต้นขาหัก ต้องปฐมพยาบาลก่อนไม่ให้เจ็บโดยหาทางดามขาระหว่างรถวิ่งสะเทอนคุณเปาบอกว่ารู้สึกกึกๆ ที่ขา และปวดขาร้าวไปที่เท้าเราไปหยุดขอวัสดุดามขาที่สุขศาลาทหาร เขามีแต่ ผ้าพันผมบอกว่าขอใไม้สองอันสำหรับดามขาเขาไปหาไม้อัดยาวประมาณครึ่งเมตรมาให้หักเป็นสองท่อนก็ใช้แก้ขัดได้

ผมบอกคนขับรถให้โทรศัพท์แจ้งหัวหน้าทัวร์ ได้คำตอบว่าบริเวณนั้นไม่มีคลื่นโทรศัพท์แต่เมื่อเราเดินทางไปอีก ระยะหนึ่ง คุณ Dorjay ก็นั่งรถกลับมาตามเพราะเห็นเราสองคันหายไปนาน เมื่อได้ความก็เอาคุณเปาในรถคันที่ ๑ ไปโรงพยาบาลใกล้ๆ ผมกับสาวยน้อยย้ายไปนั่งรถคันที่ ๘ ของหัวหน้าทัวร์ ที่กลับมาตามไปสมทบกับคณะอีก ๖ คัน เดินทางไปทะเลสาบก่อนเมื่อคุณเปาได้รับการรักษาแล้วจะตามไปสมทบ

รถไปอีกประมาณ ๑ ชั่วโมงถึงทะเลสาบแปงกอง เวลา ๑๓ น. ที่น้ำสีน้ำเงินสวยงามมาก ที่แปลกคือบางบริเวณ น้ำมีสีน้ำเงินเข้ม และจางเป็นแถบๆ บางช่วงสะท้อนสีภูเขาสีน้ำตาล รวมแล้วสวยงามมากเสียอย่างเดียวแดดจ้าและร้อนมากหากได้ไปตอนเช้าหรือเย็นจะรื่นรมย์มากมีคนเห็นนกน้ำสองสามตัวภาพที่สวยงามอีกด้านหนึ่งเป็นยอดเขาที่หิมะเต็ม

มีคนถ่ายรูปตอนไปถึง ว่าสวยกว่าตอนที่ผมออกไปถ่ายหลังกินอาหารเที่ยงแล้วเวลาประมาณบ่ายสองโมง เพราะตอนบ่ายโมงภูเขายังเป็นสีทองตอนบ่ายสองโมงสีน้ำตาลเราไปชมวิวและถ่ายรูป ๒ ที่ออกเดินทางกลับเวลา ๑๕ น.ถึงโรงแรม ๒ ทุ่ม

ตอนขาไปประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนถึงทะเสสาบ ผ่านทุ่งหญ้าที่มีตัว marmot อาศัยอยู่รถจอดให้เราถ่ายรูปจากบนรถเห็นทั้งตัวที่ยืนสองขาและคลานสี่ขาคุณเปาเล่าก่อนเกิดอุบัติเหตุว่า นักท่องเที่ยวไปชมและให้อาหารมันเป็นบิสกิตมาร์มอทกินแล้วตายไปมากตอนนี้ทางการจึงประกาศห้ามให้อาหารมาร์มอทและมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล

ระหว่างทางขากลับผมได้เห็น “เนินทรายชายหาด” ที่เกิดจากทรายเม็ดละเอียดจากริมตลิ่งแม่น้ำถูกลมพัดปลิวขั้นไป สะสมบนเนินทำให้ผมนึกถึงเนินทรายชายหาดที่บางเบิด ชุมพร ที่ผมเล่าไว้ ที่นี่ และที่สะกอม ที่เล่าไว้ ที่นี่

วิจารณ์ พานิช

๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

เลห์ระหว่างนั่งรถไปทะเลสาบโมรีรี


1 บริเวณไหล่เขาที่เราแวะถ่ายปัสสาวะและปิกนิกอาหารเช้า

2 ถ่ายไปอีกมุมหนึ่ง

3 วงปิกนิก

4 ดอกไม้ป่า


5 นักปั่นจักยานหญิงผ่านมาพอดี

6 ที่ Changla Pass


7 จุดที่คุณเปาลื่นล้ม



8 ตัว Marmot



9 ทะเลสาบตอนบ่ายโมงพื้นน้ำมีทั้งส่วนสะท้อนสีภูเขาและที่สะท้อนสีท้องฟ้า


10 ทำไมน้ำในทะเลสาบจึงสีน้ำเงินเข้มเป็นแถบ


11 สองตายาย


12 น้ำใสมีคลื่นน้อยๆ



13 น้ำใส คลื่น ก้อนศิลา และแสงงเา



14 ทะเลสาบและทิวเขาหิมาลัย



15 คุณเปากลับมาจากโรงพยาบาลแล้ว มีเฝือกดามขา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (3)

มาอ่านย้อนหลัง ตอนนี้คุณเปาฟื้นคืนสภาพเร็วมากค่ะ คุณหมอที่รพ.หัวเฉียวให้พักไม่ลงน้ำหนักขา 2 เดือน เพื่อนร่วมงานช่วยกันทำงานแทนเต็มที่ ใหญ่เองกำลังจะเดินทางไปแทนคุณเปาในงาน "มหกรรมเยาาวชนฮักท้องถิ่นที่จ.น่าน" ในช่วง 30-31 กค.นี้ และจะกลับมาเล่าค่ะ

เขียนเมื่อ 

โอโหอาจารย์หมอครับ

น้ำใสมาก

ขอให้คุณเปาหายไวๆนะครับ

เขียนเมื่อ 

โอโหอาจารย์หมอครับ

น้ำใสมาก

ขอให้คุณเปาหายไวๆนะครับ