​พิธีการทอดกฐิน

พิธีการทอดกฐิน

กำหนดพิธีทอดกฐินของฆราวาส

๑.เจ้าภาพนำผ้าไตรกฐินสำหรับรูปครองไปตั้งไว้ตรงหน้าพระสงฆ์รูปที่ ๒

๒.เจ้าภาพ จุดเทียนธูป หน้าโต๊ะหมู่บูชา

๓.เจ้าภาพ อาราธนาศีล ๕ รับศีล

๔.เจ้าภาพ นำผ้าไปห่มพระปฏิมากร (ถ้ามีผ้าห่ม)

๕.เจ้าภาพ กล่าวนำถวายผ้ากฐิน

ตั้ง นะโม ๓ จบ

คำถวายผ้ากฐิน

อิมํ, ภนฺเต, สปริวารํ, กฐินจีวรทุสฺสํ, สงฺฆสฺส, โอโณชยาม, สาธุ โน ภนฺเต, สงฺโฆ, อิมํ สปริวารํ, กฐินทุสฺสํ, ปฏิคฺคณฺหาตุ, ปฏิคฺคเหตฺวา จ, อิมินา ทุสฺเสน, กฐินํ, อตฺถรตุ, อมฺหากํ, ทีฆรตฺตํ, หิตาย, สุขาย.

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้ากฐินจีวรกับทั้งบริวารนี้แก่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับผ้ากฐินกับทั้งบริวารนี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย ครั้นรับแล้ว จงกรานกฐินด้วยผ้านี้ เพื่อประโยชน์และความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญฯ

๖.เจ้าภาพ และผู้มาร่วมสงบจิต ฟังพระอุปโลกน์

๗.เจ้าภาพ ประเคนผ้ากฐิน แก่พระสงฆ์รูปที่ ๒ และเชิญผู้มาร่วมประเคนผ้าไตรแก่พระคู่สวด (ถ้ามีผ้า) และประเคนเครื่องไทยธรรมแก่พระสงฆ์ครอง คู่สวด และพระภิกษุสามเณรทุกรูป

๘.เจ้าภาพ และผู้มาร่วมสงบจิตกรวดน้ำ เมื่อพระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนา เริ่มขึ้น “ยะถา วาริวะหา”

๙.เจ้าภาพ และผู้มาร่วมกราบพระพร้อมกัน เป็นเสร็จพิธี

ลำดับพิธีการรับผ้ากฐินของพระสงฆ์

๑.ประธานสงฆ์ให้ศีล

๒.พระภิกษุทุกรูปรับ “สาธุ” เมื่อจบคำถวายของทายก

๓.ประธานสงฆ์ กล่าวคำปรึกษาสงฆ์ พระสงฆ์ประนมมือ

๔.พระคู่สวดรูปใดรูปหนึ่งกล่าวคำ อุปโลกน์ กล่าวจบพระสงฆ์รับ “สาธุ” แล้วลดมือที่ประนมไว้ลง

๕.พระสงฆ์รูปที่ ๒ รับประเคนผ้าไตรกฐิน

๖.ประธานสงฆ์ คู่สวด และพระภิกษุสามเณรรับประเคนเครื่องไทยธรรม

๗.พระสงฆ์และสามเณร อนุโมทนา ยถา.... สัพพีติโย.....

๘.พระสงฆ์ลงอุโบสถ

๙.ประธานสงฆ์ จุดเทียน ธูป พระคู่สวด พระอันดับนั่งคุกเข่ากราบพร้อมประธานสงฆ์

๑๐.พระคู่สวดชักผ้าผืนที่จะกรานออกขวางวางไตรไว้ เริ่มสวด

๑๑.ผู้ครองถอนผ้าเก่า ทำพินทุ และอธิษฐานผ้าใหม่

๑๒.ผู้ครองกล่าวคำกรานต่อหน้าพระสงฆ์ ให้พระสงฆ์ได้ยินทั่วกันโดยใช้ผ้ากรานอยู่กับตัว

๑๓.ผู้ครองหันหน้ามาทางพระสงฆ์ ประกาศให้พระสงฆ์อนุโมทนาพร้อมกันว่า..........

อตฺถตํ อาวุโส หรือ ภนฺเต สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทถ ฯ

๑๔.พระสงฆ์ทุกรูปนั่งเข่าประนมมือกล่าวคำอนุโมทนาพร้อมกันว่า.............

อตฺถตํ อาวุโส หรือ ภนฺเต สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทาม ฯ เป็นเสร็จพิธี ฯ

คำสวดมอบผ้ากฐิน

สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ / อิทัง สังฆัสสะ กะฐินะทุสสัง อุปปันนัง / ยะทิ / สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง / สังโฆ / อิมัง กะฐินะทุสสัง อายัสมะโต............ทะเทยยะ / กะฐินัง อัตถะริตุง / เอสา ญัตติ ฯ

สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ / อิทัง สังฆัสสะ กะฐินะทุสสัง อุปปันนัง / สังโฆ / อิมัง กะฐินะทุสสัง อายัสมะโต............เทติ / กะฐินัง อัตถะริตุง / ยัสสายัสมะโต ขะมะติ / อิมัสสะ กะฐินะทุสสัง อายัสมะโต..................ทานัง / กะฐินัง อัตถะริตุง / โส ตุณหัสสะ ยัสสะ นักขะมะติ / โส ภาเสยยะ ฯ

ทินนัง อิทัง สังเฆนะ / กะฐินะทุสสัง อายัสมะโต...............กะฐินัง อัตถะริตุง / ขะมะติ สังฆัสสะ / ตัสมา ตุณหี / เอวะเมตัง / ธาระยามิ ฯ

กล่าวคำปรึกษาสงฆ์ พระสงฆ์ประนมมือ

ผ้ากฐินทาน กับทั้งผ้าอานิสังสบริวารทั้งปวงนี้ เป็นกฐินของ...............พร้อมด้วยมีจิตเป็นกุศลเจตนา ประกอบด้วยศรัทธา อุตสาหะพร้อมเพรียงกัน พากันแห่ห้อมน้อมนำมาถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ ผู้จำพรรษาถ้วนไตรมาสในอาวาสวิหารนี้ ก็แลผ้ากฐินทานนี้ เป็นของบริสุทธิ์ ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศ แล้วแลตกลงในท่ามกลางระหว่างที่ประชุมสงฆ์ จะได้จำเพาะเจาะจงลงแก่พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งก็หามิได้ มีพระบรมพุทธานุญาตไว้ว่า ให้พระสงฆ์ทั้งปวงยอมอนุญาตให้ภิกษุรูปหนึ่ง เพื่อจะทำซึ่งกฐินนัตถารกิจ ตามพระบรมพุทธานุญาต และมีคำพระอรรถกถาจารย์ ผู้รู้พระบรมพุทธาธิบายสังวรรณนาไว้ว่า ภิกษุรูปใดประกอบด้วยศีลสุตาธิคุณ มีสติปัญญาสามารถ รู้ธรรม ๘ ประการ มีบุพกิจ เป็นต้น ภิกษุรูปนั้นจึงสมควร เพื่อจะกระทำกฐินนัตถารกิจ ตามพระบรมพุทธานุญาตได้ บัดนี้ พระสงฆ์ทั้งปวง จะเห็นสมควรแก่ภิกษรูปใด ก็จงพร้อมกัน ยอมยกอนุญาตผ้ากฐินทานนี้ให้แก่พระภิกษุรูปนั้น เทอญ. (ยังไม่ต้อง สาธุ)

คำอุปโลกน์ (คู่สวดรูปใดรูปหนึ่งเป็นผู้กล่าวผ้ากฐินทานกับผ้าอานิสงสบริวารนี้)

ข้าพเจ้าเห็นสมควร...........................ผู้เป็น..............................ในอาวาสวิหารนี้ เพราะเป็นผู้มีสตัญญาสามารถเพื่อทำกฐินัตถารกิจให้ถูกต้องตามพระบรมพุทธานุญาตได้ เมื่อพระภิกษุรูปใดเห็นสมควรแล้ว จงทักท้วงขึ้นในระหว่างท่ามกลางสงฆ์ (หยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไป) ถ้าเห็นสมควรแล้ว จงให้สัททะสัญญา สาธุการขึ้นให้พร้อมกัน ณ บัดนี้ เทอญ, พระสงฆ์รับสาธุ แล้วเอามือที่ประนมไว้ลงได้ ทายกประเคนเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา ทายกกรวดน้ำ เป็นเสร็จพิธี

อานิสงส์กฐิน สำหรับพระสงฆ์ ๕

๑. อนามนฺตจาโร เที่ยวไปไม่ต้องบอกลา

๒. อสมทานจาโร เที่ยวไปไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับ (ผ้า ๓ ผืน คือสบง จีวร สังฆาฏิ)

๓. คณโภชนํ ฉันคณะโภชน์ได้ คือฉันเป็นวงได้

๔. ยาวทตฺถจีวรํ เก็บอติเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา

๕. โย จ ตตฺถ จีวรุปฺปาโท โส เนสํ ภวิสฺสติ
จีวรลาภอันเกิดขึ้นในที่นั้น เป็นของได้แก่พระภิกษุที่จำพรรษาครบไตรมาสในอาวาสนั้น พระภิกษุที่จำพรรษาในวัดอื่นไม่มีสิทธิ์

ถอนผ้าเก่า

สังฆาฎิ อิมํ สงฺฆาฎึ ปจฺจุตฺถรามิ

จีวร อิมํ อุตฺตราสงฆํ ปจฺจุตฺถรามิ

สบง อิมํ อนฺตรวาสกํ ปจฺจุตฺถรามิ

พินทุผ้า อิมํ พินฺทุกปฺปํ กโรมิ

ปลิโพธิ ๒

๑.ยังมีความกังวล คือ อาลัยผูกใจจะอยู่ในอาวาสนั้น

๒.ยังมีความกังวล คือ อาลัยผูกใจในการที่จะทำจีวรนั้นอยู่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธรรมะมือใหม่!



ความเห็น (0)