ตำนานหมู่บ้าน

ตำนานพระยาชัยสุนทร(โสมพะมิตร)

พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร)หรือพระยาไชยสุนทรเดิมพระนามว่าเจ้าโสมพะมิตรหรือท้าวโสมพะมิตรเป็นเจ้าผู้ปกครองเมืองกาฬสินธุ์พระองค์แรก และเป็นเจ้าผู้สร้างเมืองกาฬสินธุ์ ปัจจุบันคือจังหวัดกาฬสินธุ์ในภาคอีสานของประเทศไทยเดิมรับราชการในราชสำนักนครเวียงจันทร์ที่พญาโสมพะมิตรภายหลังได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก(รัชกาลที่ ๑) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ของสยามให้เป็นเจ้าเมืองกาฬสินธุ์พระองค์แรก

ราชตระกูล

พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) เป็นพระราชนัดดา (หลาน) ในพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๒(พระไชยองค์เว้) พระราชบิดาของพระองค์คือ เจ้าองค์ไชย เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๒(พระไชยองค์เว้) พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้างพระองค์ที่ ๓๖ และพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรเวียงจันทน์พระองค์ที่ ๑ ฝ่ายพระมารดาของพระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) นั้นเป็นพระราชนัดดาในเจ้าผ้าขาว(เจ้าปะขาว) ผู้สร้างเมืองผ้าขาวและเมืองพันนา(เมืองพนาง) ในจังหวัดสกลนครพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๒ (พระไชยองค์เว้) เป็นพระราชนัดดาในพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้างพระองค์ที่ ๓๒ ฝ่ายเจ้าผ้าขาว (เจ้าปะขาว) นั้น ทรงเป็นพระราชนัดดาในพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้างเช่นกัน ดังนั้น พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) จึงเป็นเจ้าผู้ปกครองเมืองกาฬสินธุ์และเป็นเจ้านายฝ่ายหัวเมืองลาว-อีสานที่สืบเชื้อสายจากราชวงศ์เวียงจันทน์อีกสายหนึ่ง

การอพยพมาตั้งถิ่นฐาน

สมัย กรุงธนบุรีประมาณ พ.ศ.2310 พระเจ้าองค์เวียนดาแห่งนครเวียงจันทน์ ได้สิ้นพระชนม์ โอรสท้าวเพี้ยเมืองแสนได้ยกกองทัพเข้ายึดเมืองเวียงจันทน์และได้สถาปนา ขึ้นเป็น พระเจ้าแผ่นดินสืบแทน ทรงพระนามว่า "พระเจ้าศิริบุญสาร" พ.ศ. 2320 ท้าวโสมพะมิตร และ อุปราชเมืองแสนฆ้องโปง เมืองแสนหน้าง้ำเกิดขัดใจกับพระเจ้าศิริบุญสาร จึงรวบรวมผู้คนอพยพจากดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ข้ามมาตั้งบ้านเรือนบริเวณลุ่มน้ำก่ำแถบบ้านพรรณา (ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดสกลนคร) ต่อมาท้าวศิริบุญสารได้ยกกองทัพติดตามมา ท้าวโสมพะมิตรจึงอพยพต่อไปโดยแยกเป็น 2 สาย คือ

สายที่ 1 มี เมืองแสนหน้าง้ำเป็นหัวหน้า อพยพไปทางทิศตะวันออกสมทบกับพระวอหลบหนีไปจนถึงนครจำปาศักดิ์ขอพึ่งบารมี ของ พระเจ้าหลวงแห่งนครจำปาศักดิ์ และตั้งบ้านเรือน ณ ดอนค้อนกอง ต่อมาเรียกว่า "ค่ายบ้านดู่บ้านแก" ในปี พ.ศ. 2321 พระเจ้าศิริบุญสาร ให้เพี้ยสรรคสุโภย ยกกองทัพมาปราบ พระวอตายในสนามรบ ผู้คนที่เหลือจึงอพยพไปอยู่ในเกาะกลางลำแม่น้ำมูล ชื่อว่า "ดอนมดแดง" (ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี)
สายที่ 2 มีท้าวโสมพะมิตรเป็นหัวหน้า ได้อพยพข้ามสันเขาภูพานลงมาทางใต้ และตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกลางหมื่น ต่อมาท้าวโสมพะมิตร ได้ส่งท้าวตรัยและคณะ ออกเสาะหาชัยภูมิที่จะสร้างเมืองใหม่ใช้เวลาประมาณปีเศษจึงพบทำเลที่เหมาะสม คือบริเวณลำน้ำปาวและเห็นว่าแก่งสำโรงชายสงเปลือยมีดิน น้ำอุดมสมบูรณ์ จึงอพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือนและได้จัดตั้งศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

พญาโสมพะมิตและอุปฮาดเมืองแสนฆ้องโปงเมืองแสนหน้าง้ำได้เกิดความขัดแย้งกับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 3(พระเจ้าศิริบุญสาร) (พ.ศ. 2294 - พ.ศ. 2322) ผู้ครองนครเวียงจันทน์ จึงรวบรวมผู้คนเป็นสมัครพรรคพวกประมาณหนึ่งหมื่นคน ข้ามลำโขง มาตั้งชมชนที่บ้านผ้าขาว บ้านพันนา (บริเวณพระธาตุเชิงชุมจังหวัดสกลนครปัจจุบัน) เจ้าศิริบูญสารยังได้ส่งกองทัพติดตามมา เพื่อกวาดต้อนผู้คนที่หลบหนี ให้กลับคืนนครเวียงจันทร์

พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช

ท้าวโสมพะมิตรจึงได้ยกสมัครพรรคพวกอพยพข้ามสันเขาภูพานลงมาทางใต้ มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกลางหมื่นได้ประมาณปีเศษ ในปี พ.ศ. 2325 จึงได้อพยพผู้คนไปตั้งบ้านเรือนที่แก่งสำโรง ดงสงเปือย ริมฝั่งลำน้ำปาว ใน พ.ศ. 2336 ท้าวโสมพะมิตได้เดินทางไปกรุงเทพมหานครได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทขอพระราชทานนามเมือง โดยได้นำกาน้ำสำริดทูลเกล้าฯถวายด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมืองพระราชทานมามว่ากาฬสินธุ์ตั้งแต่นั้นมาพร้อมทั้งมีพระบรมราชองการโปดเกล้าฯ ให้แต่งตั้งท้าวโสมพะมิต เป็นพระยาไชยสุนทร ครองเมืองกาฬสินธุ์เป็นคนแรก พระยาชัยสุทรปกครองเมืองกาฬสินธุ์ด้วยความสงบ สร้างบ้านแปลงเมืองให้เจริญโดยลำดับ ปี พ.ศ. 2345 จึงมอบราชการงานเมืองให้ท้าวหมาแพงรักษาดูแลแทนต่อไป

ความจงรักภักดี

พระยาชัยสุนทร (เก ณ กาฬสินธุ์) มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์กรุงสยามมาก โดยเฉพาะรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อครั้งพระองค์เสด็จประพาสประเทศยุโรปทั้ง 2 ครั้ง พระยาชัยสุนทร (เก) ได้นำบุตรภริยาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ดื่มน้ำพระพิพัฒสัตยาเพื่อส่งเสด็จ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดฯ ในความจงรักภักดีของพระยาชัยสุนทร (เก) มาก ทรงเคยตรัสเกี่ยวกับพระยาชัยสุนทร (เก) ว่า เป็นเจ้าเมืองรูปงาม ผิวขาว ร่างบอบบาง ทรงโปรดฯ เรียก อ้ายพระยาน้อย ซึ่งเป็นนามที่ทำให้พระยาชัยสุนทร (เก) ปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น พระยาชัยสุนทร (เก) ได้เล่าให้บรรดาบุตรหลานฟังเสมอมา และมักอบรมสั่งสอนให้บุตรหลานทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระเจ้ากรุงสยามทุกพระองค์ หากบุตรหลานคนใดได้มีโอกาสรับราชการ ก็ขอให้บุตรหลานทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่ของคนไทยด้วยความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ อย่าได้ฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็นอันขาด และขอให้ทุกคนถือว่า คนกาฬสินธุ์คือญาติพี่น้องของเราทุกคน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นายนรินทร์ ไชยสถิตย์



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เ่ล่าจากประสบการณ์ หรือการสืบค้นครับ

ลองเพิ่มเรื่องเล่าบ้านเกิด หมู่บ้านตัวเองก็น่าจะดี หรือเล่าผ่านประสบการณ์ตรงของตนเองที่เข้าไปกี่ยวข้องกับสถานที่ตรงนั้น หรือกระทั่งกิจกรรมสำคัญๆ ที่ชาวเมืองจัดขึ้นในสถานที่ตรงนั้น--นะครับ