เมนูในวันพิเศษ (เรื่องเล่าอื่นๆ 02)




(ที่มารูป : Bikefriday ) *หมายเหตุ ไม่ได้บันทึกภาพในวันนั้นครับ


มนุษย์เราอยู่ได้โดยการพึ่งพาอาหาร และอาหารในแต่ละประเทศนั้นก็แต่ต่างกันออกไป หรือแม้แต่ประเทศไทยของเราก็มีอาหารที่แตกต่างกันตามแต่ละท้องที่นั้นๆ

เช้าวันหยุดประจวบเหมาะกับอากาศที่เย็นสบาย เสียงเจ้าโต้งไก่ที่เลี้ยงไว้หลังบ้านนั้น ดูเหมือนว่ามันกำลังร้องปลุกผมให้ลุกจากที่นอน และตามต่อด้วยเสียงที่สูงปี๊ดที่เรียกอยู่ข้างล่างของบ้าน “ตื่นได้แล้วลูก ลงมาช่วยแม่ทำอาหารหน่อยเร็ว วันนี้น้องๆจากอำเภอศีขรภูมิ (บ้านโฮมฮักหลังที่สอง ซึ่งอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์) จะมาที่บ้านนะ” เสียงแม่กำลังพูด

เมื่อเสียงนั้นจบลงผมรีบลุกจากที่นอนแล้วลงจากบ้านตรงเข้าไปในครัว ภายในนั้นเต็มไปด้วยเครื่องเทศต่างๆนาๆ สายตาคู่นี้เหลือบไปเห็นไก่ตัวใหญ่ ที่กำลังถูกสับแบ่งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย “วันนี้แม่จะทำเมนูอะไรหรอครับ” ดูจากบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็น น้ำกะทิสด ใบมะกรูด มะเขือเปราะ พริกแกงเขียวหวาน พริกชีฟ้าสีแดงสด แล้วก็ใบโหระพา ที่เก็บจากสวนหลังบ้าน “แกงเขียวหวานไก่นะลูก ช่วยแม่เอามะเขือเปราะไปล้างที” วัตถุดิบถูกนำมาล้างทำความสะอาดจากนั้นก็จัดแจง มะเขือเปราะถูกหั่นเป็นสี่ส่วน ใบมะกรูดถูกเด็ดออกจากก้าน รวมไปถึงใบโหระพาเช่นกันที่ถูกเด็ดออกจากก้านของมัน

หม้อใบใหญ่ถูกตั้งขึ้นพร้อมเร่งไฟปานกลาง จากนั้นนำน้ำกะทิสดที่เตรียมไว้นั้นนำมาลงหม้อ “นัทเอ้ย !! ” (นั่นเป็นชื่อที่แม่ผมเรียก) “มาคนน้ำกะทิให้แม่หน่อย” น้ำขาวๆราวกับนมวัวถูกคนเรื่อยๆ จนเริ่มจะแตกมันแล้ว จากนั้นนำพริกแกงเขียวหวานใส่ตามลงมา คนจนให้เข้ากันดีกับน้ำกะทิ

แม่ยกกะลามังใบใหญ่ที่ข้างในเต็มไปด้วยเนื้อไก่ที่สับไว้ จากนั้นแม่ก็หยิบลงไปในหม้อใบใหญ่อย่างประณีต จนไก่เริ่มหมด แม่จึงหยิบทัพพีด้ามใหญ่พร้อมคนไปเรื่อยๆ พอให้เนื้อไก่นั้นสุกปานกลาง เมื่อน้ำพริกแกงเริ่มซึมเข้าเนื้อไก่ จากนั้นผมก็ได้ส่งน้ำกะทิที่เหลืออยู่ส่งให้แม่เทลงหม้อและก็คนให้เข้ากัน “เดี๋ยวรอจนน้ำแกงเริ่มเดือดก่อนนะค่อยปรุง” แม่บอกกับผม จากนั้นผมหยิบ น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และก็ผงชูรส เอามาเตรียมไว้เพื่อที่จะถึงขั้นตอนที่สำคัญ คือ การปรุงนั่นเอง

มะเขือเปราะที่ถูกหั่นสี่ท่อนนั้นถูกใส่ลงไปในหม้อ คนให้เข้ากันและต้มต่อจนมะเขือเปราะสุก ผมหยิบพริกชีฟ้าสีแดงพร้อมใบมะกรูดและใบโหระพาใส่ลงไปในหม้อ ใช้ทัพพีกดลงไป พอให้ใบโหระพาจมน้ำแกง จากนั้นก็ปิดไฟทันที

เสียงระฆังดังขึ้น นั่นเป็นสัญญาณที่ทางบ้านผมเอาไว้เตือนเมื่อถึงเวลากินข้าว เพราะเราเป็นครอบครัวใหญ่ ถึงแม้แกงเขียวหวานไก่ที่ทำในครั้งนั้นจะออกมาอย่างทุลักทุเล แต่มันก็เป็นอาหารที่วิเศษที่สุดที่ได้ทำให้น้องๆกิน และผมเองก็มีความสุขทุกครั้งเมื่อน้องๆ ต่างพากันชอบ

ความสุขของมนุษย์เรานั้นหาได้ไม่ยากเลย เพียงแค่คนใกล้ตัวมีความสุข มีรอยยิ้มให้กัน แม้อาหารที่ทำในวันนั้นอาจจะไม่ใช่อาหารที่เลิศหรูนัก แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือ “แกงเขียวหวานไก่” วันนั้นมีคุณค่ามากจริงๆ



***********************

57011225043 นายณัฐวุฒิ ไพอุปลี ระบบพิเศษ คณะวิทยาการสารสนเทศ สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รายวิชาพัฒนานิสิต



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้ว สัมผัสได้ถึงความสุขจากห้องครัวที่ห่มคลุมทั่วทั้งบ้าน ครับ