คนเร่ร่อน คนด้อยโอกาส จะได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐจริงหรือ  

     เมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2549 ที่ผ่านมา อิสรชน ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมบนโต๊ะเดียวกันกับ รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คนปัจจุบันที่ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีความเข้าใจ คนระดับล่างมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ชนิดที่เรียกว่าแทบจะนั่งติดกันเลยทีเดียว   ในวงประชุมวันนั้น มีเครือข่ายคนด้อยโอกาสเข้าร่วมประชุมมากหน้าหลายตา แต่ส่วนใหญ่ก็ จะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะเป็นคนที่อยู่ในวงการการทำงานเพื่อคนด้อยโอกาสมาด้วยกัน ทั้ง กลุ่มคนเร่ร่อน คนไร้บ้าน คนไร้สัญชาติ ผู้ติดเชื้อ ผู้พ้นโทษ ในวันนั้นต่างฝ่ายต่างก็นำเสนอแนวคิดเชิงนโยบายและแนวคิดในการนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างความเสมอภาคที่เท่าเทียมกัน  

     และจากการฟังข้อซักถามจากอาจารย์ไพบูลย์ก็ดูคล้าย ๆ กับว่าท่านจะเอาใจใส่ในเรื่องของการมีส่วนร่วมในการทำงานกับคนด้อยโอกาสในสังคมไม่น้อย หรือหากจะขอมองในอีกมุมหนึ่ง ก็ อดแปลกใจไม่ได้ ที่ ท่าน ได้ชื่อว่าเป็นปรมจารย์ในการทำงานกับคนด้อยโอกาสในสังคม แต่ทำไมบางเรื่องบางข้อมูลดูท่าน จะไม่เคยได้ยินไม่เคยรับรู้มาก่อนเลย ?? ในวันนั้นตั้งแต่ ปลัดกระทรวง มาจนถึงอธิบดีแทบทุกกรมและผู้อำนวยการแทบทุกสำนัก เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง เรียกได้ว่า ทุกส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯมากันหมด เห็นหน้าค่าตากันครบถ้วน ก็ไม่รู้ว่า ในระดับการประสานงานในครั้งต่อ ๆ ไประหว่างภาครัฐและเอกชน จะขับเคลื่อนได้ดีขึ้นหรือไม่ประการใด เพราะในวงประชุมวันนั้น มีการพูดถึงทัสนคติและมุมมองการทำงานและมุมมองที่มีให้ต่อคนด้อยโอกาสของภาครัฐและเอกชนนั้นยังต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภาครัฐส่วนใหญ่ยังมองว่าตนเอง คือ ผู้มีพระคุณที่ลงมาหยิบยื่นให้แก่คนด้อยโอกาส แต่ไม่ได้มองว่า เป็นสิ่งที่เขาควรได้รับโดยชอบธรรมอยู่แล้วตนเองเป็นเพียง ผู้นำสาร หรือนำโอกาสมาให้เท่านั้น 

     กลับมาจากการประชุมวันนั้นหลายคนพกพาความหวังลึก ๆ กลับมาด้วยว่า จะเกิดมิติใหม่ในการทำงานในรอบ 1 ปีนี้หรือไม่ ในเมื่อได้หมอ(รมต.)ที่ถูกกับโรคมากที่สุดตามความหวังลึก ๆ ของคนหลาย ๆ คนมาทำงานแล้ว ยังจะติดขัดในเรื่องอะไรอีกหรือไม่ แต่ในความหวังนั้น ก็ยังแฝงไปด้วยความหวาดระแวงเล็ก ๆ เพราะที่ปรึกษาของ รัฐมนตรี ที่นั่งอยู่รอบ ๆ ตัวท่านั้น ก็มีลักษณะการทำงานที่แตกต่างไปจากการทำงานขององค์กรพัฒนาเอกชนหลาย ๆ หน่วยงาน ที่สำคัญกลัวว่าจะมัวแต่ตามเช็คบิลรัฐบาลเก่าจนลืมไปว่า งานภาคสังคมยังจะต้องขับเคลื่อนต่อไปโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ในวันรุ่งขึ้นที่กลับจากการเข้าพบรัฐมนตรี ก็มาพบคนด้อยโอกาส คนเร่ร่อนในพื้นที่ที่เราทำงานอยู่ทุกวัน ยิ่งเห็นความห่างเหิน เรียกว่าคนละโลกเลยทีเดียว คนที่ยังไม่มีแม้แต่บ้าน ไม่มีที่ซุกหัวนอน แต่ลึก ๆ ในใจของคนเหล่านี้ เขามีความอบอุ่นในครอบครัวที่อยู่ข้างถนน มีความสุขที่ไม่ต้องหวาดระแวง ไม่ต้องต่อสู้เพื่อไขว่คว้าอะไรที่เกินตัว ขอเพียง รัฐสวัสดิการที่เขาเหล่านั้นควรจะได้รับก็เพียงพอแล้ว 

     ก็ได้แต่หวังว่า อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม บุคคลที่ได้ชื่อว่าเข้าใจปัยหาเหล่านี้มากที่สุดคนหนึ่ง คนที่ ในวงการการทำงานเพื่อคนด้อยโอกาสให้เครดิต และให้ความเคารพนับถือและยอมรับจะไม่ทำให้ผิดหวังในเรื่องของการทำงานอย่างจริงจังเพื่อบรรเทาปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม..