วันที่ 39 เรื่องท้าทาย (8 กรกฎาคม 2559)

มอบรางวัล เช้านี้ได้รับการมอบหมายงานจากครูพี่เลี้ยงให้ไปช่วยครูเวรจัดรางวัลและเตรียมนักเรียนเพื่อขึ้นรับรางวัลหลังเคารพธงชาติ เหตุการณ์เป็นไปด้วยความวุ่นวายและเป็นบทท้าทายของชีวิตเมื่อครูเวรมีแค่คนเดียว ส่วนครูพี่เลี้ยงก็รีบไปทำธุระ ฉันกับครูอีกคนจึงช่วยกันจัดรางวัล จัดนักเรียน อาจมีปัญหาบ้างถือว่าเป็นมือใหม่หัดเรียนรู้


จัดนักเรียนเตรียมรับรางวัล



เด็กเก่งของเรา

การดูแลตนเองเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเพศ การสอนเรื่องเพศศึกษาถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับฉัน สิ่งที่ไม่เคยได้ลองสอนก็ได้สอน สิ่งที่ไม่คิดว่าจะกล้าพูดก็ได้พูด สิ่งที่คิดว่าตัวเองสอนเรื่องนี้ไม่ได้ก็ได้ลองทำ เริ่มต้นการสอนด้วยการถามนักเรียนว่าเช้านี้มีใครอาบน้ำมาบ้าง บางคนก็อาบบางคนก็ไม่อาบ และถามต่อว่าการอาบน้ำดีอย่างไร นักเรียนก็มีส่วนร่วมในการตอบคำถาม จากนั้นก็เล่าสถานการณ์ให้นักเรียนฟังว่า มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งขึ้นบนรถประจำทาง แต่ที่นั่งเต็มทำให้นักเรียนต้องยืนถือราว เวลาผ่านไปสักครูคนที่ยืนข้าง ๆ เอามือปิดจมูกและเดินหนี จากสถานการณ์นักเรียนคิดว่าเด็กคนนี้เป็นอะไร ทำไมคนข้าง ๆ เอามือปิดจมูก เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดผลต่อตนเองและผู้อื่นอย่างไร วันนี้นักเรีนตั้งใจเรียนเป็นพิเศษจึงทำให้การเรียนการสอนเป็นไปตามลำดับขั้นตอนและต่อเนื่อง จากนั้นเปิดวิดีทัศน์การดูแลตนเองเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเพศ นักเรียนตั้งใจดูและจะเสียงดังเมื่อมีการพูดถึงอวัยวะเพศชายและหญิง จากวิดัทัศน์มีการดูแลลตนเองอย่างไรบ้าง นักเรียนก็มีส่วนร่วมในการตอบคำถาม เช่น อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ไม่สวมกางเกงในที่เปียกชื้น เป็นต้น นักเรียนอ่านสถานการณ์ต่าง ๆ แล้วแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์นั้น สุดท้ายให้เขียนแผนผังความคิดเรื่องการดูแลตนเองเมื่อมีการเปลี่ยนทางเพศด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม

ลูกลิง เป็นความโชคดีหรือโชคร้ายที่ได้สอนลูกลิง อยู่ ป.5/1 แต่ไม่ยอมนั่งกับที่ ลุกไปไหนมาไหนตลอด จนต้องใช้มาตรการถ้าใครลุกจากที่นั่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจะโดนลุกนั่ง สำหรับการสอนนักเรียนห้องนี้มีเรื่องให้ตื่นเต้นและท้าทายความสามารถครูหมูตลอด บางคาบจะตั้งใจเรียนก็ตั้งใจเรียนสุด ๆ บางคาบจะคุยกันเสียงดังก็คุยกันแบบห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง คาบนี้เหมือนจะดีแต่มีนักเรียนบางคนเท่านั้นที่ไม่นั่งอยู่กับที่ ชอบทำตัววุ่นวาย บางคนก็เรียกร้องความสนใจ ต้องไปคิดหาวิธีที่จะคุมเด็กพวกนี้ให้ได้

วิชาของครูคงไม่สำคัญ เมื่อคาบที่แล้วสั่งให้นักเรียนนำดินน้ำมันมา เพราะวันนี้จะทำแบบจำลองโครงสร้างของหู แต่พอถามว่ามีใครเอาดินน้ำมันมาบ้าง บางกลุ่มก็มีความรับผิดชอบ บางกลุ่มก็ไม่มีใครเอามาสักคน พอถามว่าทำไมไม่เอามา นักเรียนก็บอกว่าลืม มัวแต่ทำงานวิชาอื่นจนลืมไปเลย ครูหมูก็ดราม่านิดหน่อยว่าวิชาของครูมันไม่สำคัญใช่ไหมถึงได้ลืมกัน สั่งการบ้านไปก็ไม่ทำบอกว่าการบ้านวิชาอื่นมีเยอะ พอสั่งดินน้ำมันก็ไม่เอามา เด็ก ๆ กลัวครูหมูน้อยใจรีบตอบว่าไม่ใช่แบบนั้น มีเด็กคนหนึ่งพูดชึ้นมาว่าครูหมูน้อยใจใช่ไหม เอาเป็นว่าเป็นเรื่องท้าทายของครูหมูที่ต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า เมื่อเด็กบางกลุ่มไม่เอาดินน้ำมันมา กลุ่มที่เอาดินน้ำมันมาก็ทำแบบจำลอง ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้เอามาก็ให้วาดรูปโครงสร้างของหูพร้อมอธิบายหน้าที่ของส่วนประกอบต่าง ๆ เวลาผ่านไปสักพักก็เริ่มเห็นใบหู แม้อาจจะดูแทบไม่ออกก็ตาม ฉันบอกว่าต้องออกแบบให้มีความเสมือนจริง ที่สำคัญดูแล้วต้องรู้ว่าคือโครงสร้างของหู พูดแกล้งเด็กไปว่าอยากรู้ว่าผลงานตัวเองเป็นยังไงลองเอาไปให้น้อง ๆ ดู ถ้าน้องดูไม่ออกว่าเป็นหูจะเสียใจไหม 555 แต่ละกลุ่มเริ่มพิจารณาผลงานกลุ่มตนเอง มีการโชว์ให้เพื่อนกลุ่มอื่นและถามด้วยนะว่าดูออกไหมว่านี่คืออะไร เมื่องานไม่เสร็จในคาบเรียนจึงต้องให้เอาไปทำเป็นการบ้าน ใกล้จะหมดคาบแล้วเกิดเรื่องอีก มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั่งร้องไห้ข้างเสาใกล้ประตูหน้าห้อง ฉันจึงรีบเดินไปหาแล้วถามว่าเป็นอะไร เด็กคนนั้นก็ไม่ตอบ จึงถามเพื่อนเด็กว่าเป็นอะไร เวลาก็หมดแล้วจึงปล่อยนักเรียนก่อน จากนั้นก็รีบไปปลอบเด็ก พยายามทำให้เขาใจเย็น ใช้คำพูดกล่อมเกลาจิตใจเด็ก เป็นเรื่องท้าทายเพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน พอเขาใจเย็นและมีสติก็ค่อย ๆ พยุงให้ลุกขึ้น

คนเป็นครูไม่ได้มีแค่หน้าที่สอนอย่างเดียว เพราะขณะสอนอาจเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องท้าทายของชีวิตให้ได้คิดแก้ไขปัญหา คนเป็นครูต้องใจดี มีเมตตา และที่สำคัญครูต้องรักเด็ก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวศิริพร นำเปี้ย (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

สงสัยครูหมูจะ "น้อยใจ" จริง ๆ ;)...

เขียนเมื่อ 

Ongkuleemarn

ปกติครูหมูไม่ได้ขี้น้อยใจนะคะอาจารย์ อันนี้แค่ลองเชิงเด็ก ๆ ค่ะ :)