เรื่องเล่า เรื่องความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคของชาวจังหวัดหนองคาย

เรื่องที่ 1 เรื่องเล่า เรื่องความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคของชาวจังหวัดหนองคาย

ตั้งแต่ที่กระผมได้เข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีก็ได้เข้าทำกิจกรรมต่างๆในมหาวิทยาลัยและภายในคณะ ได้พบปะเพื่อนๆมากมาย ได้รู้จักเพื่อนที่จบมาจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคายเพื่อนคนนั้นได้เล่าถึงเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานพญานาค ที่มีผู้คน นักวิชาการหลายคนในด้านต่างๆต้องการที่จะหาคำตอบในเรื่องของความเชื่อนี้ เพื่อนกระผมคนนี้เธออาศัยอยู่ในอำเภอศรีเชียงใหม่ ถึงจะไม่ได้อยู่ใกล้ๆกับอำเภอโพนพิสัยที่มีบั้งไฟพญานาคลอยขึ้นมาเหนือลำน้ำโขงมากที่สุด แต่อำเภอศรีเชียงใหม่ก็ติดกับแม่น้ำโขงที่เป็นแม่น้ำสายยาวแถมยังมีกระแสน้ำที่เชี่ยวและแรงมาก แถวนั้นจะไม่นิยมในการลงไปเล่นน้ำในลำน้ำโขงเพราะด้วยกระแสน้ำที่แรงรวมทั้งผู้ปกครองได้ห้ามปรามว่าห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด เพราะชาวบ้านมีความเชื่อว่าอาจจะมีพญานาคมานำเอาชีวิตเพื่อลงไปรับใช้ใต้เมืองบาดาลก็เป็นได้ เพื่อนเล่าให้ผมฟังว่าคุณพ่อได้เล่าเหตุการณ์ที่น่ากลัวและยังคงเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่ออย่างมากคือย้อนไปเมื่อหลายสิบกว่าปีก่อนเคยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสองคน ซึ่งเป็นสามี-ภรรยากันได้ปั่นจักรยานท่องเที่ยวไปทั่วจังหวัดหนองคาย จนมาถึงวัดหินหมากเป้ง ซึ่งเป็นวัดที่มีบ่อน้ำซึ่งทางวัดได้สร้างศาลาล้อมรอบไว้เพราะเชื่อว่าเป็นทางขึ้น-ลงมายังเมืองมนุษย์ เป็นที่นับถือของชาวบ้านและผู้คนต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อก่อนมีหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เป็นเจ้าอาวาสของวัดนี้ซึ่งหลวงปู่มีลูกศิษย์มากมายที่ศรัทธาในบารมีของท่าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9ยังทรงไปเสด็จไปกราบหลวงปู่ถึงที่วัดเลยทีเดียว และยังมีชาวต่างชาติที่เลื่อมใสในบุญบารมีของหวงปู่ได้มาขอบวชและศึกษาพระพุทธศาสนาอีกด้วย มาต่อเรื่องของสามี-ภรรยาสองคนนั้นก็ได้เดินชมรอบๆวัดและได้เดินไปทางหิน3ก้อนที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำโขงซึ่งมีประวัติมานานซึ่งผมก็จำไม่ได้แล้ว ทั้งสองจึงพูดคุยกันถึงเรื่องพญานาคและสนใจที่จะดำน้ำโขงลงไปเพื่อสัมผัสและด้วยความอยากรู้อยากลองดีถึงความเชื่อเรื่องพญานาคของคนไทยว่ามันจริงหรือไม่อย่างไร ดำน้ำลงไปใต้ลำน้ำโขงโดยไม่ได้บอกให้ใครรู้ ซึ่งทุกคนรู้อีกครั้งเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว2คนนี้อีกทีคือเมื่อศพของทั้งสองคนไปโผล่ที่หนองหานลำน้ำในจังหวัดสกลนคร ซึ่งหลังจากที่ข่าวเผยแพร่ออกไปชาวบ้านได้พากันพูดไปต่างๆนานาว่า แม่น้ำโขงมีทางเชื่อมไปยังหนองหานก็จริงแต่คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วที่2คนนั้นจะไปโผล่ที่หนองหานแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล เพื่อนยังเล่าอีกว่าในปีที่หลวงปู่เทสก์ เทสรังสีมรณภาพ ได้มีคนในงานพบเห็นชายหลายคนได้มาช่วยงานที่วัดและยังถ่ายรูปบางคนไม่ติดส่วนบางคนที่ถ่ายรูปได้ก็มีดวงตาที่แดง ชาวบ้านพากันเล่าขานว่าเป็นพญานาคที่ขึ้นมาช่วยงานหลวงปู่แถมในช่วงที่จัดงานหลวงปู่ยังมีงูจำนวนมากซึ่งมาจากไหนไม่รู้มาเลื้อยตามโลงเก็บร่างหลวงปู่ ชาวบ้านพากันเชื่อว่าเป็นบริวารของพญานาคที่ขึ้นมาสักการะร่างของหลวงปู่ ในอีกเรื่องที่พบเห็นได้ในข่าวตามโทรทัศน์คือรอยพญานาค ซึ่งเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นในอำเภอที่เพื่อนกระผมอาศัยอยู่ครับ เกิดขึ้นที่วัดบ้านพานพร้าวที่เช้าวันหนึ่งพระที่วัดได้พบรอยพญานาคซึ่งเรื่องราวนี้เพื่อนกระผมได้เห็นเพียงรูปภาพถ่ายเท่านั้นที่ทางวัดได้ถ่ายเก็บไว้ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากชาวบ้านเป้นอย่างมาก แต่เมื่อนานไปรอยพญานาคที่เรียกขานกันนั้นก็ได้จางหายไปตามเวลา เรื่องเล่าที่กระผมได้เล่าไปนี้เป็นเรื่องที่เพื่อนที่มาเล่าสู่กันฟังซึ่งแต่ละท้องถิ่นก็มีวัฒนธรรมมีความเชื่อที่แตกต่างกันไป ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคลแต่กระผมขอฝากไว้ว่า ไม่เชื่อก็ไม่ควรไปลบหลู่หรือทดลองอะไรที่มันจะเป็นอันตรายต่อตัวเราเพราะความอยากรู้อยากลองมันอาจไม่คุ้มกับสิ่งที่จะกลับมา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องที่อยากเล่าเรื่องที่ 1



ความเห็น (0)