เรื่องเล่า เกี่ยวกับพยานาค

ความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคปรากฏอยู่มากมาย และสำหรับในประเทศไทยนั้น สถานที่ที่มีตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคผูกพันอย่างแน่นหนาที่สุด คงต้องยกให้ “จังหวัดหนองคาย” และ “จังหวัดบึงกาฬ” ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นดัง “นาคานคร” จังหวัดหนองคายและบึงกาฬตั้งอยู่ทางภาคอีสานตอนบน สำหรับบึงกาฬนั้นเป็นจังหวัดใหม่ล่าสุดที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากจังหวัดหนองคาย ทั้งสองจังหวัดมีชายแดนติดกับประเทศลาวเพียงแค่แม่น้ำโขงกั้น ว่ากันว่าแม่น้ำโขง เป็นที่อยู่อาศัยของพญานาคราช ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวหนองคายและด้วยระยะทางยาวไกลกว่า 210 กิโลเมตร ที่แม่น้ำโขงทอดตัวไหลผ่านจังหวัดหนองคาย เริ่มต้นจากอำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอท่าบ่อ อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอโพนพิสัย อำเภอรัตนวาปี ก่อนจะไหลเข้าสู่เขตจังหวัดบึงกาฬ และเขตอำเภอปากคาด ตำนานและเรื่องราวพญานาค ของชาวหนองคายนั้นยิ่งใหญ่ กล่าวขานกันมาเนิ่นนาน ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มหัศจรรย์แห่งลำน้ำโขง ชาวอีสานในแถบลุ่มแม่น้ำโขงต่างมีความเชื่อว่าแม่น้ำโขงและแม่น้ำน่านเกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวของพญานาค รวมถึงเชื่อในตำนานอัศจรรย์แห่งบั้งไฟพญานาคในวันออกพรรษา ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งถือว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ เหล่าพญานาคในแม่น้ำโขงต่างชื่นชมโสมนัส พร้อมใจกันจุดบั้งไฟถวายการเสด็จกลับของพระพุทธองค์ "บั้งไฟพญานาค" จึงเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอันอัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬในทุกๆ ปี ด้วยความเชื่อที่ว่าบริเวณนี้เป็นนครแห่งพญานาค จึงปรากฏตำนานและเรื่องราวเล่าขาน รวมไปถึงสถาปัตยกรรม โบราณสถาน วัดวาอารามที่เกี่ยวพันกับพญานาคอยู่มากมาย โดยชาวจังหวัดหนองคายเชื่อว่า มีเมืองบาดาลของพญานาคตั้งอยู่ในเขตอำเภอโพนพิสัย โดยตั้งอยู่ใต้แม่น้ำโขงที่ลึกลงไป 1 โยชน์ หรือ 16 กิโลเมตร มีปราสาทราชวังที่วิจิตรงดงามอยู่ถึง 7 ชั้น เรียงซ้อนกันอยู่ ด้วยเหตุของความเชื่อดังกล่าวนี้เองในวันออกพรรษาแต่ละปี จังหวัดหนองคาย โดยเฉพาะที่อำเภอโพนพิสัย จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศที่แห่แหนกันไปชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคกันอย่างล้นหลาม ส่วนที่ “วัดราชโพนเงิน” ในเขตอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับ “วัดโพนสัน” ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามในแขวงบอลิคำไซ ริมแม่น้ำโขงฝั่งลาว ตามพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าเล่าว่า เมื่อครั้งพระองค์เสด็จโปรดสัตว์ถึงบริเวณนี้ ได้มีพญานาคสองตนอาราธนาให้ทรงพักฉันภัตตาหารเพลที่นี่ โดยสุขหัตถีนาคได้อธิษฐานตนให้มีลำตัวยาว 500 วา มีกำลังแรงดั่งช้างสารนับร้อย กวาดเอาดินทรายพูนขึ้นเป็นโพนหรือเนินดิน ถวายให้พระพุทธองค์ประทับนั่งฉันเพล และยังขดตัวล้อมเนินดินไว้พร้อมกับแผ่พังพานออกเป็นนาค 7 เศียร บังแดดบังลมให้พระพุทธองค์จากตำนานดังกล่าว ทำให้วัดราชโพนเงินที่ฝั่งไทยและวัดโพนสันที่ฝั่งลาวมีบันไดนาคหัวช้างเผือกอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสะท้อนใหเห็นว่า ความศรัทธาในตำนานของพญานาค ยังคงเป็นวัฒนธรรมร่วมของชาวไทยและลาวแห่งลุ่มแม่น้ำโขงอีกด้วย ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ที่ “ถ้ำดินเพียง” ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดถ้ำศรีมงคล ในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เชื่อกันว่าเป็น “ถ้ำพญานาค” เป็นดังประตูมิติระหว่างโลกมนุษย์และเมืองบาดาล เป็นเส้นทางที่พญานาคใช้เดินทางกลับสู่ใต้บาดาล และยังเป็นเส้นทางที่พระธุดงด์ทรงศีลแก่กล้าจากลาวใช้ข้ามฝั่งลอดใต้แม่น้ำโขงเข้ามายังเมืองไทย แต่ถ้าหากได้เข้าไปภายในถ้ำแล้ว ด้านในจะมีทางแยกอีกนับไม่ถ้วน ภายในถ้ำจะมีทั้งส่วนที่เป็นแอ่งน้ำและส่วนพื้นดินที่แห้ง หากผู้ใดเข้าไปก็ควรมีผู้นำทางและเดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้ มิฉะนั้นอาจพลัดหลงหาทางออกไม่เจอ ส่วนที่จังหวัดบึงกาฬก็มีสถานที่สำคัญซึ่งเกี่ยวพันกับพญานาคอยู่ที่ “แก่งอาฮง” ในอำเภอเมือง โดยเชื่อว่าแก่งอาฮงเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุด เคยวัดความลึกในหน้าแล้งได้ถึง 99 วา ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” และยังเชื่อด้วยว่าจุดนี้เชื่อมต่อกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองคำชะโนด ในจังหวัดอุดรธานี กระแสน้ำบริเวณแก่งอาฮงจะไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ อีกทั้งชาวบ้านยังเชื่อว่าบริเวณแก่งอาฮงนั้นเป็นถ้ำของพญานาค ซึ่งมีปากถ้ำอยู่ที่ฝั่งลาว ปัจจุบันถ้ำดังกล่าวมีการสร้างเจดีย์ครอบไว้เพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุกเข้าไปภายในถ้ำอีกด้วยแม้ว่าหลายอย่างจะเป็นเพียงความเชื่อที่สืบทอดกันมา แต่ตำนานพญานาคก็ยังคงเป็นเรื่องราวที่อยู่คู่กับชาวหนองคายและบึงกาฬ รวมถึงผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขงเสมอมา

อ้างอิง

http://board.postjung.com/657541.html


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พยานาคมีจริงไหม?



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

“ถ้ำดินเพียง” ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดถ้ำศรีมงคล ในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เชื่อกันว่าเป็น “ถ้ำพญานาค” เป็นดังประตูมิติระหว่างโลกมนุษย์และเมืองบาดาล เป็นเส้นทางที่พญานาคใช้เดินทางกลับสู่ใต้บาดาล และยังเป็นเส้นทางที่พระธุดงด์ทรงศีลแก่กล้าจากลาวใช้ข้ามฝั่งลอดใต้แม่น้ำโขงเข้ามายังเมืองไทย

....

ข้อความข้างต้น สะท้อน "ทุกถิ่นฐานมีเรื่องเล่า"
....

ช่วยอ้างอิงที่มาที่ไปของเรื่องที่นำเสนอด้วยนะครับ

12/7/59