๔๑๐. อาคารเรียนวินเทจ...ที่บ้านหนองผือ

อาคารเรียนทุกแห่ง...ถ้าผู้บริหารและครู..เอาใจใส่ ดูแลและบำรุงรักษา..ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ความเป็นสิริมงคล..จะเกิดตามมา นั่นหมายถึง..ความเจริญรุ่งเรือง ในองค์กรและความเจริญก้าวหน้าของผู้เรียน(คุณภาพ) เพราะ ทุกอย่างเกิดจากใจ เอาใจใส่ เอาใจมอง .. แล้วก็จะทำให้ อาคารเรียน..มีจิตวิญญาณ ขึ้นมาทันที.

พอดีเพื่อนผู้บริหารเข้ามาอ่านในเพจ..เรื่องเล่าจากโรงเรียนเล็ก..ในเฟสบุ๊ค ให้ความเห็นว่า จริงๆแล้ว อาคารเรียน แบบ ป.๑ ก สมัยที่โรงเรียนสังกัด อบจ.ปี ๒๕๒๓ แบบที่บ้านหนองผือมีอยู่นั้น ยังพอมีให้เห็นอยู่ แต่ไม่มากนัก..ถ้าจะมีก็มักจะอยู่คู่อาคารใหม่ ใต้ถุนสูง จะไม่พบว่ามีแบบโดดเดี่ยวเช่นนี้..อย่างนี้..เรียกว่า..เก่าจริงๆ..แบบดั้งเดิมเลยทีเดียว หรือ จะเรียกว่า ..อาคารย้อนยุค(vintage) ก็คงพอได้

ดังนั้น..ผมจึงต้องรักษาความเป็นออริจินอล เอาไว้ ด้วยการทะนุบำรุงรักษาของเก่า มิให้ทรุดโทรมไปกว่านี้ ๑๐ ปีผ่านไป ..ทำงานจนลืมความเก่าแก่ ของอาคาร..เท่าที่รู้ ตัวผมเอง นับวันจะยิ่งโทรมกว่าอาคารเสียอีก (มั้ง)

ภายในห้องเรียน..ของอาคาร ผมไม่เคยต่อเติมเสริมขนาด(ไม่มีตังค์) ..เกรงว่า..อาคารจะชำรุด เสียรูปทรง..แบบว่า..ให้สัมผัสค้อนตะปูให้น้อยที่สุด .. แต่ละปี..แทบจะไม่ได้กระทบกระเทือนเลย..

นึกขอบคุณ..ช่างผู้รับเหมาสมัยก่อน เขา ทำงานคุณภาพ เห็นแก่ประโยชน์เป็นสำคัญ จึงสร้างอาคารได้มั่นคงแข็งแรง..ให้อยู่ชั่วลูกชั่วหลานจริงๆ ทุกวันนี้..ลูกของลูก..(หลาน) ที่เป็นลูกศิษย์รุ่นแรกๆ ก็ได้นำลูกมาเข้าเรียนกันแล้ว..ถือเป็นรุ่นที่ ๓ – ๔ ก็ว่าได้

ผมก็เริ่มจะอยู่นานกับเขาเหมือนกัน ปีสองปีมานี้ ได้สอนลูกของลูกศิษย์แล้ว...อาคารยังอยู่คงเดิม คือ ไม่ใหม่ไปกว่าเดิม แต่ เรื่องความสะอาด ไม่ยอมใครเหมือนกัน เก็บกวาดกันทุกชั่วโมง ถึงแม้จะไม่ทาสี แต่ก็ดูสดใส ทำให้ดูใหม่แบบขรึมๆ มองดูขลังดีเหมือนกัน

ในอาคาร บริเวณหน้าห้องเรียน มีต้นไม้..มองเห็นสีเขียวตลอดแนว เห็นแล้วสบายตาสบายใจ ต้นไม้กระถาง ปิดเทอม..ไม่มีล้มหายตายจาก อยู่เป็นเพื่อนอาคาร..พอให้คลายเหงาได้บ้าง

อาคารเรียนทุกแห่ง...ถ้าผู้บริหารและครู..เอาใจใส่ ดูแลและบำรุงรักษา..ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ความเป็นสิริมงคล..จะเกิดตามมา นั่นหมายถึง..ความเจริญรุ่งเรือง ในองค์กรและความเจริญก้าวหน้าของผู้เรียน(คุณภาพ) เพราะ ทุกอย่างเกิดจากใจ เอาใจใส่ เอาใจมอง .. แล้วก็จะทำให้ อาคารเรียน..มีจิตวิญญาณ ขึ้นมาทันที..เชื่อดิ

แต่เดิม..โรงเรียนบ้านหนองผือ..ก็มีความพยายามที่จะทันยุคทันสมัย ใช้กริ่งไฟฟ้า ส่งสัญญาณบอกเวลาทำกิจกรรมประจำวัน..พอผมมาดำรงตำแหน่ง เห็นว่าระฆังทองเหลืองอย่างดีไม่มีใครใช้ ผมจึงนำมาแขวนและตีทุกวัน วันละหลายครั้ง..๑๐ ปีมาแล้ว ที่ตีระฆังแบบย้อนยุค ได้ยินกันไปทั่วทั้งหมู่บ้าน..

ยังสงสัยอยู่ว่า..การที่ทางราชการ เขาไม่กล้ายุบโรงเรียนบ้านหนองผือ อาจเป็นเพราะกลัวว่า มรดกทางด้านการศึกษาของชาติจะสูญหายไป...มิน่าล่ะ ..ใครต่อใครที่มา หรือสื่อมวลชน..ถ้ามาเยี่ยมโรงเรียน ก็มักจะให้ผมตีระฆังให้ดูอยู่เรื่อย..

ก็อยากบอกว่า..อย่าดูถูกระฆังเป็นอันขาด ระฆังบอกให้เราตรงเวลา..และสร้างความกระตือรือร้นให้เราและนักเรียนมิใช่น้อย..ว่าไหม

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๙










บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

...ดีค่ะเป็นเอกลักษณ์ที่มีคุณค่า...สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือน...

เขียนเมื่อ 

ที่ดึงกระดิ่งระฆังน่าจะหาอะไรที่ดูโบราณคลาสสิกบ้างนะคะ ท่านผอ. ตัวที่เห็นดูไม่ค่อยเข้ากับระฆัง น่ารักไปหน่อยมั้ยคะ อิอิ