ชีวิตที่พอเพียง ๒๖๖๗. บอลติกทัวร์ ๗. วันที่หก ปอร์วู และ เฮลซิงกิ


๑๓ เมษายน ๒๕๕๙ วันสงกรานต์

เวลา ๖.๓๐ น. ออกไปวิ่งชมบริเวณ อุณหภูมิศูนย์องศาเซลเซียส โรงแรม Novotel Blue อยู่กลางเมือง ใกล้ๆ มีพิพิธภัณฑ์อย่างน้อย ๓ แห่ง คือ Helsinki Art Museum, National Museum of Finlandและ Natural History Museumแน่นอน มีแหล่งช็อปปิ้ง แต่นั่นไม่อยู่ในความสนใจของผม

อาหารเช้าที่โรงแรม Radisson Blue อุดมสมบูรณ์มาก

เวลา ๙.๐๐ น. เรานั่งรถออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปเที่ยวปอร์วู (Porvoo) เมืองโบราณ ที่อยู่ห่างออกไป ๕๐ ก.ม. โดยแวะเข้าห้องน้ำที่ร้านค้าในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ทำให้พบว่ายังมีกองหิมะอยู่ที่พื้นดิน ที่นี่เขาเอากรวดโรยหิมะ เพื่อให้โกยหิมะได้ง่าย วันนี้เรามีคุณยั้น หรือพนิดา มาทำหน้าที่ไก๊ด์ท้องถิ่น ช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับประเทศฟินแลนด์ และคนฟินแลนด์ มีประโยชน์มาก คุณยั้นจบวิศวะจาก ม. ธรรมศาสตร์ และจบ ป. โท แต่งงานกับหนุ่มฟินแลนด์ ไปอยู่ที่นั่นสิบกว่าปีแล้ว

ได้ความรู้ว่าภาษาทางการของฟินแลนด์มี ๒ ภาษา คือภาษาฟินนิช กับภาษาสวีดิช ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒๔% คนไทยร้องโอ้โฮ ได้รู้ว่าคนฟินนิช มีวัฒนธรรมรักษาพื้นที่ส่วนตัว หรือพื้นที่ส่วนตัวกว้าง เวลายืนคุยกันต้องห่างหัน ๑ ฟุตขึ้นไป หรือนั่งรถรางที่นั่งเป็นคู่ๆ จะนั่งคนเดียว หากคนไม่สนิทไปนั่งคู่จะเป็นการเสียมรรยาท เป็นวัฒนธรรมที่ผมเพิ่งเคยได้ยิน เกร็ดความรู้เรื่องฟินแลนด์นี้ มีอยู่ในหนังสือ Discover Helsinki ที่โรงแรมวางไว้ให้อ่านในห้อง ผมอ่านหาเว็บไซต์ พบว่าหนังสือทั้งเล่ม ดาวน์โหลดได้ ที่นี่

หนังสือดังกล่าวบอกว่า สิ่งที่คนฟินแลนด์ภูมิใจคือ (๑) ธรรมชาติ มีทะเลสาบเป็นพัน (๒) มีต้นเบอร์รี่ป่ามาก เก็บได้ปีละหลายล้านตัน คุณยั้นเล่าว่ามีคนไทยจำนวนหลายพันคนเดินทางไปเก็บลูกเบอร์รี่ป่าขายในหน้าที่มันสุก (๓) ระบบการศึกษาเยี่ยม (๔) ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ไอที (๕) มีคอร์รัปชั่นน้อยที่สุดในโลก (๖) สื่อมวลชนมีอิสระสูงมาก

ภูมิประเทศของฟินแลนด์มีหินแกรนิตมาก ระหว่างทางเราเห็นเนินหินแกรนิตทั่วไป เขาตัดถนนผ่าน จึงเห็นหน้าผาหินแกรนิตเป็นระยะๆ

เมื่อไปถึง ปอร์วู เราเดินผ่านย่านเมืองเก่า ไปยังโบสถ์เก่า Porvoon Tuomiokirko (Porvoo Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์ลูเทอรัน (โปรเตสแต๊นท์) ได้ฟังเพลงโบสถ์และออร์แกนด้วย จริงๆ แล้วตอนแรกสร้างในศตวรรษที่ ๑๔ สร้างด้วยไม้ และเป็นโบสถ์ คาทอลิก มาสร้างเป็นผนังปูนในศตวรรษที่ ๑๕ เราชมและถ่ายรูปจนทั่วข้างนอกข้างใน แล้วเดินลงไปที่สะพานเก่า ข้ามแม่น้ำปอร์วู เดินไปตามถนนริมแม่น้ำ ชมวิวอาคารสีแดง ที่เรียงรายริมน้ำฝั่งตรงกันข้าม เป็นอาคารโกดังสินค้า ในสมัยสามร้อยปีก่อน ที่บรรทุกเรือเข้ามาตามแม่น้ำ มายังเมือง ปอร์วู ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญ

แล้วเราเดินข้ามสะพานรถยนต์กลับไปยั่งฝั่งเมืองเก่า ไปเดินชมเมืองเก่า ไปถึงลานหน้าอาคารว่าการเมืองเก่า ที่เวลานี้เป็นพิพิธภัณฑ์ แต่น่าเสียดายพิพิธภัณฑ์ไม่เปิด ในที่สุดเรากินอาหารเที่ยงที่ร้าน Hanna Maria กินอาหารเสร็จก็นั่งรถกลับไปเฮลซิงกิ

เที่ยวเฮลซิงกิ (Helsinki) โดยรถพาเลียบชายฝั่งไปที่โบสถ์รัสเซีย หรือ Uspenski Cathedralผมได้เรียนรู้เรื่องภาพวาดภายในโบสถ์ Orthodox จาก อ. ต้น ว่าเขาสะท้อนปรัชญากรีก เพราะศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อก พัฒนามาจากอาณาจักรโรมันตะวันออกหรือ Bizentyne (Constantinople / Istanbul) ซึ่งมีอิทธิพลกรีกโบราณ ภาพวาดในโบสถ์ ออร์โธด็อก ไม่เป็นภาพเรื่องราว เป็นภาพบุคคลโดดๆ และภาพกางเขนก็เป็นกางเขนที่ความยาวของแนวตั้งและแนวขวางเท่ากัน

ที่ชายฝั่งมีเรือท่าจอดเรือยอชท์ เห็นเรือตัดน้ำแข็งสีเหลือง ๓ ลำอยู่ไกลๆ ในฤดูหนาวน้ำในทะเลบอลติกส่วนผิวแข็ง เป็นผืนน้ำแข็งหนา จึงต้องมีเรือตัดน้ำแข็งเปิดช่องให้เรือเดิน

หลังจากนั้นไปชมตลาดริมท่าเรือ (Market Square) ที่ร้านขายของทำเป็นกระโจมมิดชิด เพื่อป้องกันนกนางนวล แย่งชิงอาหาร มีร้านอาหาร ร้านผ้า ร้านของที่ระลึกทำด้วยเขากวาง เป็นต้น เราข้ามถนนไปถ่ายรูปกับธิดาแห่งทะเลบอลติก (Havis Amanda) ที่อยู่เหนือน้ำพุใกล้ๆ ที่ Market Square สาวน้อยขอถ่ายรูป กับเต่าหินเห็นวิว Helsinki Eye ซึ่งเล็กกว่า London Eye

ก่อนชม Market Square ทุกคนเดินขบวนไปเข้าห้องน้ำที่อาคาร City Hall ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ข้างในมีนิทรรศการศิลปะให้มุมมองต่อคำว่า about love รวม ๒๐ มุมมอง เราไม่มีเวลาละเลียดเรื่องละเอียดอ่อนนี้

จากตลาดริมท่าเรือไปชมมหาวิหารเฮลซิงกิ (Helsinki Cathedral) ที่เป็นโบสถ์ลูเธอรันสีขาวงามสง่า มีอนุสาวรีย์พระเจ้า Alexander II อยู่ด้านหน้า ภายในโบสถ์เรียบง่ายสุดสุดเพราะเป็นนิกายลูเธอรัน แม้ภายนอกดูสวยงามยิ่ง แต่ อ. ต้นบอกว่าโดมใหญ่ตรงกลางถูกยกสูงขึ้นจากของเดิม เพื่อให้สูงเด่น แต่ในสายตาของท่านคิดว่า ทำให้ผิดส่วน

อ. ต้นอธิบายว่า โบสถ์นี้มีฐานเป็นรูปกางเขนแบบกรีก คือส่วนยาวกับส่วนขวางยาวเท่ากัน เราดูไม่เป็น แต่พอมีคนแนะ ก็ช่วยให้ดูอาคารโบสถ์ได้รายละเอียดมากขึ้น

นอกจากถ่ายรูปและชมโบสถ์แล้วเรายังมีเวลา จึงเดินชมร้านขายของที่ระลึก ที่มีอยู่ในบริเวณนั้นมากมาย ร้านหนึ่งเป็นร้านศิลปะสมัยใหม่ ชื่อ OKRA ของที่ระลึกที่ออกแบบชั้นเยี่ยม แต่แตกง่าย และราคาสูง ดูรูปสินค้าดีไซน์และสีสันสวยงาม ที่นี่ผมมาคิดทีหลังว่า ร้านสินค้าดีไซน์นี้น่าจะถือเป็น art gallery ได้ เดินไปชมไปอีกหลายร้าน ในที่สุดในร้านที่ขายของที่ระลึกชื่อ Souvenirs สาวน้อยซื้อระฆังไปฝากหลานสาวทั้งสอง เราเดินไปทางหนึ่ง จึงไปเจอธิดาแห่ง ทะเลบอลติกอีก ทำให้รู้ว่ามหาวิหารเฮลซิงกิอยู่ใกล้ตลาดท่าเรือนิดเดียว และที่จริงสามสถานที่ในเฮลซิงกิ ที่เราไปเที่ยวบ่ายวันนี้ ก็อยู่ไม่ไกลกัน ที่นี่เราได้ถ่ายรูปดอกแดฟโฟดิลสีเหลืองไส้แสดสวยงามมาก

คุณยั้นบอกว่า เมืองเฮลซิงกิไม่ใหญ่ คนนิยมเดินทางโดยรถจักรยาน โดยจากบ้านที่ห่างออกไป ๓ ก.ม. ขี่จักรยานไปที่ทำงานก็ใช้เวลา ๒๐ นาที ขับรถยนต์หรือใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ใช้เวลาพอๆ กัน ตอนออกไปวิ่งผมพบว่า ถนนที่นี่มีเลนจักรยานดีมาก

ผมเคยบันทึกเรื่องไปเฮลซิงกิ ที่นี่



แวะปั๊มน้ำมัน


เมืองเก่า Porvoo ทางเดินไปโบสถ์


โบสถ์ Porvoon Tuomiokirkko


ภายในโบสถ์


ข้ามสะพานมาแล้ว เห็นโบสถ์อยู่ข้างหลัง


อาคารโกดังเก่าทาสีแดง ถ่ายจากสะพานรถยนต์


พิพิธภัณฑ์เมืองเก่าไม่เปิด


เฮลซิงกิ ท่าเรือยอชท์ เรือสามลำสีเหลืองอยู่ไกลๆ เป็นเรือตัดน้ำแข็ง


Uspenski Cathedral

l
ภายในโบสถ์


ธิดาบอลติก


Market Square


เต่าที่ Market Square


Helsinki Cathedral


ภายในวิหาร


ด้านหลังคืออาคารร้านของที่ระลึก


ส่วนหนึ่งของร้านของที่ระลึก


ดอกไม้ สาวน้อย และธิดาบอลติก


ดอกไม้กับดวงใจ

วิจารณ์ พานิช

๑๓ เมษายน ๒๕๕๙

ห้อง ๒๐๕ โรงแรม Radisson Blu, เฮลซิงกิ

และปรับปรุงที่บ้าน ๑๗ เม.ย. ๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ชอบคำบรรยาย"ดอกไม้กับดวงใจ"มากเลยค่ะ อ่านแล้วได้ยิ้ม อาจารย์น่ารักจัง