ครูเวรจำเป็น 18 พฤษภาคม 2559

หัวขิง
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันนี้นอกจากจะได้สังเกตการสอนของครูในรายวิชาที่จะต้องสอนแล้ว

คาบว่างผมได้ลองเข้าห้องสมุดของโรงเรียนดู และก็ได้พบสมบัติชิ้นโต สำหรับนักศึกษาฝึกสอน

เพราะทางโรงเรียนได้จัดมุมหนังสือสำหรับนักศึกษาฝึกสอนไว้โดยเฉพาะ

ในมุมนี้จะมี หนังสือเรียนรายวิชาต่างๆ คู่มือครู เทคนิคการจัดการเรียนรู้ในรายวิชานั้นๆ

ณ วินาทีนั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่สุดในหมู่นักศึกษาฝึกสอน

ผมไม่รีรอที่จะค้นคว้า หาตำราที่เกี่ยวกับวิชาของตนเอง

แต่แล้วผมก็ไม่สามารถใช้สมบัติชิ้นนี้ได้

เนื่องจากไม่มีตำราวิชาที่ผมจะสอนเลย ถ้ามี ก็ไม่ตรงกับระดับชั้นที่ได้รับผิดชอบ

ตอนนี้ภายในจิตใจรู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายซะแล้ว ฮา

แต่วันนี้ก็ได้ประสบการณ์พิเศษ อีกอย่างนึงนั้นก็คือ การเป็นครูเวรครั้งแรก

การเป็นครูเวรครั้งนี้ไม่ได้เป็นตามที่กำหนดในตาราง แต่จำเป็นต้องเป็น

เพราะ คณะครูในโรงเรียนมีการประชุมตอนเย็น ทำให้น่าที่เวรจึงตกไปเป็นของนักศึกษาฝึกสอน

การเป็นครูเวรในตอนเย็น ก็ถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญเพราะต้องดูแลเด็ก ระหว่างที่เด็กรอกลับบ้าน

ต้องคอยสอดส่องไม่ให้นักเรียนออกนอกโรงเรียน หรือระวังไม่ให้เด็กเล่นซนเกินเหตุ

นอกจากนี้ข้อดีของการเป็นครูเวร คือ ได้รู้จักนักเรียนคนอื่นเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ตัวเองสอน

ระหว่างที่เรากำลังเพลิดเพลินดับหน้าที่ใหม่ จู่ๆก็เกิดปัญหาขึ้น

ผู้ปกครองท่านหนึ่ง ตรงดิ่งมาหาพวกเรา แล้วต่อว่าทางโรงเรียน

เรื่องรองเท้าลูกหายตั้งแต่เช้า แต่ทำไมคุณครูไม่สนใจ ปล่อยให้นักเรียนเดินเท้าเปล่าทั้งวัน

แน่นอนครับว่าในหมู่พวกเราไม่มีใครทราบปัญหานี้สักคน

จึงได้พยายามพูดคุยให้ผู้ปกครองใจเย็น แต่ดูเหมือนตอนนี้เราได้กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ไปแล้ว

สอบถามได้ความว่า นักเรียนทำรองเท้าหายตั้งแต่เช้า ได้เดินเท้าเปล่าทั้งวันและที่สำคัญเป็นรองเท้าใหม่

ด้วยความที่รักลูก จึงโกรธที่ครูไม่สนใจลูก อย่างน้อยน่าจะแจ้งผู้ปกครองเพื่อให้รับทราบปัญหา และสามารถช่วยเหลือลูกได้

นี่คือความรักจากแม่ที่มีต่อลูก กลัวลูกลำบาก

แต่พอเราลองสอบถามนักเรียนว่ารองเท้าที่หาย ได้เขียนชื่อหรือไม่ คำตอบคือไม่

นี่เป็นปัญหาที่ยากจะได้รองเท้าคืน เนื่องจากหากเด็กสลับรองเท้ากัน ก็ไม่มีหลักฐานหรือตัวบ่งชี้ ว่าหยิบผิด

พอเราลองสอบถามครูในตอบหลัง ทราบว่า นักเรียนมาบอกว่ารองเท้าหายจริง แต่มาบอกตอนคาบสุดท้าย

ซึ่งครูให้เพื่อนๆในห้องช่วยกันหาแล้ว ก็ไม่พบ

นี่คือข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ที่เด็กไม่ได้บอกผู้ปกครอง ทำให้ผู้ปกครองไม่พอใจโรงเรียน

ซึ่งผมก็เข้าใจว่าผู้ปกครองรักเด็กและโกรธที่เด็กไมไ่ด้รับการช่วยเหลือ

แต่ก็จะมาโทษทางโรงเรียนทั้งหมดไม่ได้ เพราะ คุณไม่ได้เขียนชื่อรองเท้าไว้เผื่อกรณี หยิบสลับ หรือสูญหาย

และที่สำคัญ กว่าครูจะทราบปัญหาเวลามันก็ผ่านมาหลายชั่วโมง ทำให้ยากต่อการจะแก้ไข...



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนาย ชนานันท์ กันทับ (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (0)