วันวานที่ Malaysia 12-15 September 2014 ตอนที่ 3 เที่ยวมะละกา และเก็บตก Malaysia

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

Day 3 มะละกา เมืองมรดกโลก

วันนี้เราตื่นกันแต่เช้าตรู่ เดินทางจาก KL Sentral เช่นเคย ไปยัง TBS (Terminal Bersepadu Selatan) อันที่จริงสามารถไปได้หลายทางมากเลยแล้วแต่จะเลือกตามสะดวก ด้วยว่าออกมากันแต่เช้า ประชาชนที่สถานีรถไฟฟ้าก็ยังบางตาเช่นเคย ขยันเที่ยวกันจริงจริง

เห็นละค่ะ TBS ต้องเดินข้ามสะพานไปอีกที

เข้า TBS เดินเข้าไปแล้วเลี้ยวขวา ซื้อตั๋วจากช่องไหนก็ได้ไป Melaka ซึ่งเค้าจะขอ Passport เราด้วย ได้ตั๋วเสร็จแล้วก็ลงบันไดเลื่อนไปที่ Gate ดูกว้างขวางโอ่โถงมากๆ

รอตรงนี้เลย gate 10 พอรถจะออกก็จะมีคนมาเช็คตั๋ว ต่อแถวขึ้นรถเรียบร้อย ก็ออกเดินทาง ประมาณ 2 ชม. ก็ถึงแล้ว ลงรถที่ Melaka Sentral Bus Terminal แล้วไปซื้อตั๋วขากลับไว้ก่อนเลย เลือกเวลากลับให้ดีเผื่อเวลาไว้ด้วย

เสร็จแล้วก็เดินหารถประจำทางสาย 17 เพื่อจะได้นั่งเข้าไปตัวเมือง ตอนแรกหาไม่เจอ ต้องถามคนหลายตลบอยู่ว่ารถอยู่ตรงไหน สุดท้ายก็ไม่เกินความสามารถ เจอแล้ว รถสาย 17 พอรถมาก็เตรียมเงินไว้ จ่ายกับพนักงานขับรถ บอกเค้าว่ามา 3 คน ผู้ใหญ่ 2 เด็ก 1 เค้าจะบอกว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ เราก็ให้เงินเขาไปเท่านั้นและเขาจะให้ตั๋วเรามา 3 ใบ ราคาตั๋ว ผู้ใหญ่ RM 1.5 เด็ก RM 1

รถเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็น โบสถ์แดง หรือ Christ Church Melaka ก็ลง ไม่ต้องกังวัลว่าจะลงไม่ถูกเพราะคนลงกันเยอะมาก พอเห็นคนลุกกันเยอะๆ ก็ตามเลยถึงที่หมายแล้ว ชมบรรยากาศ ถ่ายรูปแถวๆ หน้าโบสถ์แดงและสามล้อคิตตี้ กันจนหนำใจ

ถึงแล้ว ท่าประจำต้องมา นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ ทำได้

แล้วก็เดินไปชมโบสถ์ เซนต์ปอล (St. Paul Church) มีป้ายบอกทางชัดเจน โบสถ์นี้จะอยู่บนเขา เห็นวิว Melaka จากมุมสูง เห็นลิบๆ นั่นคือ หอคอยมะละกา (Menara Taming Sari) ขึ้นไปชมวิว หมุนรอบตัวเองได้ 360 องศา แต่พวกเราไม่ได้ขึ้นกัน

อากาศขณะนั้น ร้อนอบอ้าวขึ้นเรื่อย ไม่มีแดด แต่ร้อนมาก

</span>

ได้นำ้เย็นขายตรงบริเวณทางขึ้น พอประทังความร้อนและความหิวกระหายได้บ้าง

หอคอยมะละกา อีกสักรูป

นักท่องเที่ยวก็ไม่ค่อยมากนัก อาจเพราะยังเช้าอยู่

ด้านในโบสถ์เก่า ซากอารยธรรม ถ้าหากว่าทุกอย่างยังคงสมบูรณ์ จะสวยงามอลังการขนาดไหนนะ

มีคนเล่นกีตาร์ด้านนอก เด็กๆ มามุงดูกันใหญ่

อยู่สักพักก็เดินเลาะลงมากัน วิวระหว่างทางที่เดินลงมา โรงแรม Aldy เป็นโรงแรมเก่าแก่ของที่นี่ จะเห็นว่า นักท่องเที่ยวเริ่มมากันแล้วเป็นหมู่คณะ

เดินมาจนถึงริมฝั่งแม่น้ำ สวยคลาสสิคจริง

เดินเลาะลงทางกังกันอันใหญ่ ข้ามสะพานที่ใครๆ ก็ต้องมาเดินข้ามกัน เพื่อไปหาข้าวกลางวันกินกันที่ Jonker walk street เดินผ่าน Hard Rock Cafe

วันนี้กิน Rice ball หรือข้าวมันไก่ ปั้นเป็นก้อนกลมๆ รสชาติอร่อยคนละแบบกับข้าวมันไก่แถวๆ อนุเสาวรีย์สามกษัตริย์ที่เชียงใหม่ คือข้าวเขาจะนุ่มกว่า เติมพลังเสร็จก็เดินเที่ยวในเมืองกัน ภาพทางเข้าอีกสักรูป

มุมนี้ก็สวย สดชื่น

โบสถ์เซนต์ฟรานซิสซาเวียร์ เดินเล่นย่านเมืองเก่า

อากาศร้อนอบอ้าวมากเลยวันนี้ ร้อนเหมือนจะหายใจไม่ออก แต่แดดก็ไม่แรง เด็กหน้าตาเริ่มไม่สวยแล้ว

ย่านเมืองเก่าก็เก่าจริงๆ แบบเสาถลอกกันไปข้างนึง

จากย่านเมืองเก่าต่อด้วยการชม Museum เดินผ่านป้อมปราการก็ต้องแวะนิดนึง

นี่คือ Museum ที่จะมากัน มีแอร์ด้วย หลบร้อนได้ เข้าฟรี

ด้านใน Museum ก็มีนิทรรศการจัดแสดงของเก่า ประวัติศาสตร์ของเมือง เดินวนไปวนมา ตากแอร์ พร้อมกับพักผ่อนไปในตัว ออกมาเดินต่อมาที่นี่คือ Museum ในเรือ มีค่าเข้าชมด้วย ซื้อตั๋วก่อนแล้วก็เข้าไปเดิน ด้านในก็มีภาพวาด มีของที่เกี่ยวกับการเดินเรือมาแสดง

เดินเลาะมาทางกันหันอันใหญ่อีกรอบ บางคนท่องเที่ยว แต่บางคนมองหาของเพื่อประทังชีพ

เดินข้ามสะพานอีกรอบเพื่อไปเที่ยววัดจีนและวัดฮินดูที่เก่าแก่ในมะละกา

ตอนแรกนึกว่าวัดนี้ แต่ยังไม่ใช่ บรรยากาศของถนนที่เราเดินไปกัน เก่าแก่ดีจริง

วัดฮินดูชื่อวัด Sri Poyyatha Vinayaga Moorthy Temple เป็นวัดฮินดูว่าว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดในมาเลเซีย ถ้าจะเข้าไปชมด้านในจะต้องเอาชุดมาคลุมก่อนถึงจะเข้าไปได้ ก็เลยบาย เดินชมความงามและความเก่าแก่จากด้านนอกก็พอ เพราะตอนนี้ตัวเหนียวจะเป็นกาวได้อยู่แล้วขืนต้องเพิ่มเสื้อคลุมอีกตัวนี่คงเป็นกาวตราช้างได้เลย จากนั้นก็ไปเดินเที่ยววัดจีนที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในมะละกา ชื่อ วัดเซ็นฮุนเด็ง

บางคนก็หมดแรง...

อยู่สักพัก ก็เดินออมาจากวัด เจอรูปปั้นนี้อยู่แถวๆ ตรงข้ามวัด น่าจะเป็นใครสักคนที่มีชื่อเสียงของมะละกา

อีกภาระกิจที่จะต้องทำก็คือการส่งโปสการ์ด เราแวะที่ร้านนี้ มีทุกอย่าง รวมทั้งสแตมป์ด้วย

สงสัยจะตื่นเต้ล เขียน Melaka ก็ผิด...เจ้าของร้านใจดีมาก อย่าลืมไปอุดหนุนกัน ระหว่างทางเดินกลับ บรรยากาศของถนนแถวนี้ มีร้านรวงต่างๆ น่าใช้บริการ น่านั่งมากมาก

เที่ยวจนเย็นได้เวลากลับแล้วก็มาขึ้นรถที่ป้ายเดิมเพื่อกลับไปยัง Melaka Sentral Bus Terminal ขากลับนี่ใช้เวลานานกว่าขามามากๆ เลย เพราะรถสายนี้จะวิ่งเป็นวงกลมดังนั้นต้องเผื่อเวลาให้ดี ถึงแล้วก็รอเวลารถกลับ KL กัน อาหารเย็นก็ใช้บริการที่ Food Center ที่นี่ซะเลย ขากลับใช้เลาประมาณ 2 ชม กว่าๆ ถึงที่พักก็ดึกมากแล้ว รีบนอนเพราะพรุ่งนี้เราจะกลับเมืองไทยกันแล้ว

Day 4 เก็บตก

ตื่นเต่เช้าจัดการเก็บของให้เรียบร้อย แล้วก็ออกมาจากที่พักมาเก็บตกสถานที่ต่างๆ เริ่มต้นที่จตุรัสเมอร์เกด้า (วันก่อนโดนพายุถล่ม) เห็นโบสถ์เล็กๆ เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมือง นี่เป็นบรรยากาศยามเช้า

จากแถวๆ นี้ ก็เดินกลับมายัง มัสยิดจาเม็ก วันนั้นไม่ได้เข้าเพราะปิดซะก่อน วันนี้เลยมาซ่อม ต้องเปลี่ยนชุดคลุมเป็นชุดแบบนี้ด้วย

เยี่ยมชมเสร็จแล้วก็ไป Central Market หาซื้อของที่ระลึกกันหน่อย ตอนไปถึงเค้ายังไม่เปิดเลยต้องรออยู่ข้างนอก เปิดตรงเวลามาก

ได้ของฝากแล้วก็พากันนั่งรถกลับ KL Sentral กลับโรงแรมเพื่อ เอากระเป๋าแล้วก็ไปยังสนามบิน กลับบ้านเฮา วันนี้เราฝากท้องสำหรับมื้อกลางวันที่สนามบินนั่นเอง อาหารจีน มีทุกที่

แอร์เอเชียก็พาพวกเรากลับมาถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ ก่อนกลับลำปางก็แวะกินอาหารตามสั่งของคุณลุงคุณป้าารถเข็น ขายแถวๆ โรงแรมแชงกรีล่า อร่อยมาก ถ้ามีโอกาสก็แวะไปอุดหนุนกันนะ ยังไง อาหารไทยก็อร่อยที่สุดในโลก

ขอบคุณที่ติดตามมาตลอด พบกันบันทึกหน้านะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (0)