การเริ่มต้นเปิดร้านกาแฟ

1. สำรวจความพร้อมของตนเอง

พร้อมหรือยังกับทุ่มเทให้ร้านของคุณ มีเงินออมมากพอไหม และที่สำคัญมีเวลาให้กับธุรกิจกาแฟที่คุณรักหรือยัง

2. หาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟและร้านกาแฟ

การหาข้อมูลนั้นอาจจะหาข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เนท โดยอาจจะหาผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ หรือโดยการหาหนังสือเกี่ยวกับวิธีการชงกาแฟแบบต่างๆ การทำร้านกาแฟ สุดท้ายก็ลงเรียน ชงกาแฟ สัก 2-3 ที่ ก่อนไปเรียนก็ พยายามสร้างคำถามไว้ในใจว่าจะไปถามอะไรบ้างตอนเรียนนะ เพราะเหมือนกับเรามีความรู้อยู่ระดับหนึ่ง แล้วไปทบทวนเพิ่มเติม เพื่อนำไปใช้จริง ที่สำคัญอย่าอายครูและเพื่อนร่วมชั้นจะ จะไม่รู้วิชา ก็เหมือนกับ อายภรรยา ก็ไม่มีบุตรละ

3. การมองหาทำเลทองสำหรับเปิดร้านกาแฟ

ปัยจัยที่สำคัญในการทำให้ธุรกิจกาแฟให้อยู่รอดหรือไม่คือทำเลที่เปิดร้านหลาย ต่อหลายคนใช้เวลาหาเป็นปี เพื่อให้ได้ดีที่สุด อย่าด่วนตัดสินใจอะไรง่ายๆนะ โดยประเภทของทำเลประกอบด้วย

  1. ปั๊มน้ำมัน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ปั๊มน้ำมันเป็นสถานที่แรกที่คนอยาเปิดร้านกาแฟ อาจจะมาจากประสบการณ์ตนเองเป็นผู้ใช้บริการ และเห็นว่าเป็นธุรกิจควบคู่ปั้มน้ำมันไปแล้ว บางปั้มเปิดแล้วอยุ่ไม่รอดก็มีนะ ปั้มที่จะอยู่รอดต้องเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่แวะ เช่น ปั้มที่อยู่ระหว่างเส้นทางออกสู่ต่างจังหวัด เหมือนกับว่าพอขับรถมาได้ระยะหนึ่งอยากพักหรือแวะเข้าห้องน้ำก็แวะทานกาแฟด้วย เป็นต้น หรือก็ต้องเป็นปั้มที่ใหญ่สะอาดพอสมควร เช่น ปั๊มน้ำมันแถววิภาวดี เป็นต้นแต่อย่าลืมว่าปั๊ม ใหญ่ๆ ทำเลดีก็เป็นของกาแฟปั๊มรายใหญ่หมดแล้ว ที่เหลือก็เป็นปั้มที่ไม่ค่อยมีใครเอานะ เพราะทำเลไม่ดีนะ
  2. ออฟฟิศ สำนักงานกลางเมืองหลวง ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่แย่งและแข่งกันกันพอดู บางตึกกลางเมือง มีร้านกาแฟ 2-3 ร้าน ก็ต้องสู้กันยิบตา
  3. ร้านกาแฟบริเวณช็อปปิ้งมอลล์ เช่น ย่านอารีย์ สุขุมวิท ทองหล่อ เป็นต้น สถานที่ดังกล่าวอาจจะดี แต่ก็มีปัญหาคือค่าเช่าที่แพงพอควร
  4. ห้างสรรพสินค้าหรือโมเดิร์นเทรด (พื้นที่เช่าอาจสูงมากส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะแค่เคาน์เตอร์ตามศูนย์อาหาร เหมาะสำหรับการซื้อกลับไม่มีจุดนั้งทาน)

ส่วนประเด็นสำคัญคือ ทำเลนั้นต้องมีผู้คนผ่านพอควร และค่าเช่าที่ไม่สูงมากเกินไป

4. การเลือกซื้ออุปกรณ์กาแฟ

หลายต่อหลายคนหมดค่าใช้จ่ายไปกับการซื้อเครื่องชงกาแฟหลายแสน เปิดได้สักปีก็ปิดกิจการ ขายเครื่องคืนเหลือไม่กี่บาท หรือขายไม่ได้

การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟและอุปกรณ์กาแฟนั้น เป็นสิ่งถูกต้องที่สุดว่าเครื่องชงราคาแพงจะได้คุณภาพน้ำกาแฟที่ดีด้วย แต่ถ้าซื้อเครื่องขนาดสองแสนกว่าบาทมาชงขาย แก้วละ 20-35บาท ปกติราคานี้หักค่าวัตุดิบ ไม่รวมค่าเช่า ค่าพนักงาน จะมีกำไรประมาณ 10 กว่าบาท เอาไปหารค่าเครื่องเอาว่าเมื่อไหร่จะคืนทุน ถ้าขายดี ก็โชคดีไป ถ้าขายไม่ได้ก็โชคร้าย

วิธีการเลือกเครื่องชงกาแฟที่ดีที่สุดเลือกให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ และกลุ่มลูกค้า เช่นจะขายสัก 30-35 ก็เครื่องชงสัก 5 หมื่นก็พอโอเค ถ้าจะขายสัก 40-50 บาทขึ้นก็ เครืองเป็นแสนเอาเลย เพราะอย่างน้อยคุณคงมีเงินค่าแต่งร้านอีกหลายแสนอยู่ละ

5. การวางแผนธุรกิจกาแฟ

หลายต่อหลายคนทำธุรกิจโดยไม่เห็นความสำคัญกับการวางแผน เพราะคิดว่าแค่ชงกาแฟเป็น ชงอร่อย ทำเลดี ก็น่าจะขายได้แล้วตามการบอกกล่าว ของคนขายกาแฟทั่วไป พอเปิดร้านจริงปัญหาร้อยแปดจะมาในทันที ถ้ามีงานประจำอยู่บอกได้เลยพักร้อนเลย หรืออาจจะต้องเลือกด้วยซ้ำว่าจะเลือกอะไร ถ้าไม่งานอื่นที่ต้องรับผิดชอบก็เฝ้าร้านรอแก้ปัญหาเลย ขนาดเขาวางแผนการทำธุรกิจยังต้องปวดหัวเลยแล้วถ้าคุณไม่วางแผนที่จะทำละ ปัญหาจะมาร้อยเท่าพันเท่าเลย การวางแผนธุรกิจ คืออะไร ผมขอเล่าย่อๆ ก่อนนะ คือวางแผนว่าจะขายใคร จะมียอดขายสักเท่าไหร่ที่ตนเองจะต้องการ เพื่อที่จะพอจ่ายค่าเช่าร้านและเกิดกำไร จะหากาแฟจากที่ไหนจะขายราคาเท่าไหร่ จะลดแลกแจกแถมแบบไหน จะจ้างเด็กในร้านกี่คน ในร้านควรมีอะไรบ้าง จะติดอินเตอร์เนท ให้บริการฟรีหรือเก็บค่าบริการ เรื่องเล่านี้จะถูกเขียนไว้ล่วงหน้าทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ การวางงบประมาณค่าใช้จ่ายที่จะเกิดจะหาเงินจากไหนมาหมุนให้ธุรกิจกาแฟอยู่ต่อไปได้

และที่สำคัญที่สุด ในโลกใบนี้มีคนที่อยากทำโน่นทำนี่มากมาย แต่มีคนที่สนใจจะทำหรือลงมือในวันนี้แค่ 40 เปอร์เซ็นต์ เห็นจะได้ เพราะคิดว่าไม่พร้อม อยู่ตลอดเวลา บางคนก็รอให้พร้อมอายุประมาณ 50 หรือ 60 ปีนะ แต่รู้ไหมถ้าทำแล้วผิดพลาดตอนนั้นนะมันลำบากมาก ถ้าในวันนี้คุณมีแรงกาย แรงใจ และแรงบันดาลใจในการเป็นผู้ประกอบการเต็มที่ก็รองสำรวจตัวเองและลงมือเลย ฝันของคุณจะเป็นจริง

http://www.vppcoffee.com/knowledge/open-coffee-shop/

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธุรกิจร้านกาแฟอาชีพอิสระที่น่าลงทุน



ความเห็น (0)