ทฤษฎีคุก ตอน เปิดคุกก๊วกภู นรกบนดิน

ถ้าได้มีการย้อนนำ ทฤษฎีคุก แบบแก้แค้นทดแทน การคุมขัง หรือ การลงโทษแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” หรือ การคุมขังแบบ “เสือกรง” ในสงครามเวียตนาม มาใช้ในปัจจุบันบ้างก็อาจจะช่วยให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัวคุกมากยิ่งขึ้น....................

ทฤษฎีคุก ตอน เปิดคุกก๊วกภู นรกบนดิน หรือ คุกคอมมิวนิสต์เวียดนาม เป็นสถานที่ที่ใช้ในการคุมขังนักโทษทหาร และ เชลยศึก ฝ่ายต่อต้าน ประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน ในสมัยสงครามเวียตนาม หรือ สงครามอินโดจีนครั้งที่สอง หรือที่ชาวเวียดนามรู้จักกันในชื่อ สงครามอเมริกา ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๘ – พ.ศ. ๒๕๑๘ มีการปราบปราม การลงโทษ ด้วยวิธีการทรมาน และ โหดร้าย จนถึงขนาดที่ผู้คนเรียกเหตุการณ์ณ์นี้ว่า “นรกบนดิน”หรือ เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยคำสาปแช่งของนักโทษที่ถูกทรมาน ปัจจุบัน คุกก๊วกภู ได้ปรับปรุงใหม่เปลี่ยนเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ที่แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ แห่งการต่อสู้ การขับไล่อริราชศัตรู ฝรั่งเศส และ สหรัฐอเมริกา โดยจะเป็นการกล่าวถึง ความเป็นมา ลักษณะทางกายภาพของคุกก๊วกภู และ รูปแบบ การลงโทษด้วยวิธีการทรมาน และ โหดร้าย ของคุกก๊วกภู โดยสังเขป ดังนี้

ความเป็นมา

ในสมัยสงครามเวียตนาม ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๘ – พ.ศ. ๒๕๑๘ สหรัฐอเมริกาได้ให้การช่วยเหลือทางทหารแก่เวียตนามใต้ ทางเวียดนามเหนือได้ประกาศทำสงครามเพื่อขับไล่ และปลดปล่อยเวียตนามใต้ เพื่อรวมเข้าเป็นประเทศเดียวกัน พร้อมให้การสนับสนุนกลุ่มชาวเวียตนามใต้ ที่ต่อต้านสหรัฐอเมริกา (เวียดกง) ในการทำสงคราม และ คุกก๊วกภู หรือ คุกคอมมิวนิสต์เวียดนาม ได้ถูกใช้ในการคุมขังนักโทษทหาร และ เชลยศึก ฝ่ายตรงข้าม ประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน ในสงครามครั้งนี้ มีการปราบปราม การลงโทษ ด้วยวิธีการทรมาน และ โหดร้าย จนถึงขนาดที่ผู้คนเรียกเหตุการณ์ณ์นี้ว่า “คุกก๊วกภู นรกบนดิน”หรือ สถานที่ที่เต็มไปด้วยคำสาปแช่งของนักโทษที่ถูกทรมาน......

ลักษณะทางกายภาพของคุกก๊วกภู ประกอบด้วยรั้วลวดหนามหนาแน่นล้อมรอบหลายชั้น รอบอาณาเขตของคุก

คุกก๊วกภู


รูปแบบ หรือ วิธีการลงโทษ ดังนี้

- เสือกรง เป็นการคุมขังนักโทษด้วยวิธีการทรมานในกรงรั้วลวดหนามที่มีขนาดเล็ก กลางแจ้งบนหาดทราย โดยก่อนคุมขังนักโทษที่ถูกขังจะถูกถอดเสื้อผ้า ไม่สามารถนอนยืดขาให้ตรงได้ และ ไม่สามารถนั่งให้ตัวตรงได้ เพราะจะโดนกรงรั้วลวดหนามทิ่มแทง สามารถนั่ง และ นอนได้ท่าเดียว คือ ท่าเสือกรง หรือ ท่าเสือหมอบ เพื่อทรมานนักโทษให้นอน หรือ นั่งหมอบ ตากแดด ตากฝน อดอยากหิวโหยเป็นเวลาหลายวัน


เสือกรง


- แขวนตีด้วยแส้และค้อนไม้ เป็นการคุมขังนักโทษด้วยวิธีการทรมาน โดยการใช้เชือกผูกเท้าแขวนห้อยศรีษะ ตีด้วยแส้ และ ค้อนไม้

แขวนตีด้วยแส้และค้อนไม้

แขวนตีด้วยแส้และค้อนไม้


- ใช้ความดันสูงในตาจนถึงซอยลงม่านตา


- อุโมงค์หลบหนี เป็นอุโมงค์หลบหนีของ นักโทษ ที่เป็นอดีตทหารปฏิวัติ โดยใช้ชิ้นส่วนของช้อน และเหล็กในการขุด


อุโมงค์หลบหนี


โดยสรุป

การลงโทษ นักโทษทหาร และ เชลยศึก ฝ่ายตรงข้ามที่คุกก๊วกภู หรือ คุกคอมมิวนิสต์ ในสมัยสงครามเวียตนาม ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๗๙ – พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่มีการปราบปราม การลงโทษนักโทษ ด้วยวิธีการทรมาน และ โหดร้าย จนถึงขนาดที่ผู้คนเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “นรกบนดิน” หรือ สถานที่ที่เต็มไปด้วยคำสาปแช่งของนักโทษที่ถูกทรมาน..... เป็นการปฏิบัติต่อนักโทษในระบบ “ระบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน” (an eye for an eye, and a tooth for a tooth) ตามทฤษฎีแก้แค้นทดแทน โดยเฉพาะ รูปแบบ หรือ วิธีการลงโทษ แบบเสือกรง แบบแขวนตีด้วยแส้และค้อนไม้ และ ใช้ความดันสูงในตา อันมีลักษณะเป็นการปฏิบัติต่อนักโทษโดยไม่เคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และ ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน ดังกล่าว ย่อมมีความเชื่อมโยงกับทฤษฎีคุก ที่ในปัจจุบันได้วิวัฒนาการมาเป็นการปฏิบัติต่อนักโทษด้วยการเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และ ยึดหลักสิทธิมนุษยชน ตามทฤษฎีการแก้ไขฟื้นฟูมากขึ้น และ เป็นสาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ผู้กระทำผิดไม่กลัวคุก.....จึงเห็นว่าถ้าได้มีการย้อนนำ ทฤษฎีคุก แบบแก้แค้นทดแทน การคุมขัง หรือ การลงโทษแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” หรือ การคุมขังแบบ “เสือกรง” จากสงครามเวียตนามมาใช้ในปัจจุบันบ้าง ก็อาจจะช่วยให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัวคุกมากยิ่งขึ้น


...............


วินัย เจริญเฉลิมศักดิ์

๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙


อ้างอิง

ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://baotintuc.vn/dau-an-su-kien/nha-tu-phu-quoc...



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เครือข่ายกระบวนการยุติธรรมเชิงพุทธ กฎหมายและการบังคับโทษจำคุกเชิงพุทธ และ เครือข่ายทนายความเชิงพุทธ



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

สุดยอดของคุกนรกเลยนะจ๊ะ

นี่แหละ...สงคราม

ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันจ้ะ

น่ากลัวมากค่ะ

ขอขอบคุณอาจารย์มะเดื่อ มากน่ะครับ ที่กรุณาติดตาม และ ให้กำลังใจผมด้วยดีตลอดมา ขอบคุณมากน่ะครับอาจารย์

ขอขอบคุณอาจารย์ ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ มากน่ะครับ ที่กรุณาติดตาม และ ให้กำลังใจผมด้วยดีตลอดมา ขอบคุณมากน่ะครับอาจารย์