แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัวของธุรกิจไทย

เศรษฐกิจไทยในปี 2559

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics มองเศรษฐกิจปี 2559 โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่อง โตร้อยละ 3.5 ยังขับเคลื่อนโดยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวที่สดใสต่อเนื่อง พร้อมการลงทุนภาคเอกชนเริ่มกลับมามีบทบาท ท่ามกลางการส่งออกที่ฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากจีนชะลอตัว ส่งผลให้สินเชื่อรวมปี 2559 มีแนวโน้มเติบโตที่ร้อยละ 6.1 นำโดยสินเชื่อภาคธุรกิจ และคุณภาพสินเชื่อโดยรวมมีแนวโน้มปรับดีขึ้นช่วงปลายปี 2559

โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยโค้งสุดท้ายของปียังคงได้ผลกระทบจากการส่งออกที่หดตัวแรง และทำให้จีดีพีในปี 2558 ขยายตัวที่ร้อยละ 2.7 ลดลงจากประมาณการเดิมในเดือนพฤษภาคมที่ร้อยละ 3 แต่เศรษฐกิจยังมีแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และได้อานิสงส์เพิ่มจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน วงเงินรวม 1.36 แสนล้านบาท กอปรกับการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มกลับสู่ภาวะปกติได้เร็วกว่าคาด จึงยังช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศได้

สำหรับในปี 2559 มองว่าเครื่องยนต์ด้านต่างๆ จะมีแรงส่งมากขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความต่อเนื่องของการลงทุนภาครัฐเป็นหลัก โดยเฉพาะแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีการอนุมัติในช่วงปลายปี 2558 ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 ซึ่งคาดว่าจะผลักดันให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวตามได้ กอปรกับมาตรการเร่งรัดการลงทุนภาคเอกชน ทั้งเรื่องมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน SMEs และมาตรการเร่งรัดการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนเพิ่มขึ้น จะช่วยให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมปรับตัวดีขึ้น

นอกจากการขับเคลื่อนของนโยบายภาครัฐแล้ว การท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ทะลุ 30 ล้านคน การบริโภคโดยรวมมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นแม้ยังเป็นระดับต่ำกว่าปกติ เช่นเดียวกับภาคการส่งออกที่คาดว่าจะพลิกขยายตัวเป็นบวกได้ที่ร้อยละ 2.0 ตามการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการชะลอลงของเศรษฐกิจจีนอยู่ โดยคาดว่าจีดีพีปี 2559 สามารถขยายตัวได้สูงขึ้นที่ร้อยละ 3.5

ความเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจปี 2559 ยังมาจากต่างประเทศเป็นหลัก นำโดย อุปสงค์จากจีนที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องตลอดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลักยังคงมีแนวโน้มลดลง และกดดันการฟื้นตัวของการส่งออก นอกจากนั้น ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามต่อในปี 2559 ยังมีจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลต่อทิศทางเงินบาท รวมทั้งสถานการณ์ภัยแล้งและภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังกดดันการบริโภคภาคเอกชน

ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์ฯ คาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งในปี 2559 โดยอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในครึ่งหลังของปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ กอปรกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังตกต่ำ เป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทยังอ่อนค่าต่อเนื่องปีหน้า โดยคาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในช่วง 36-37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2559

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะส่งผลให้ภาพรวมของการเงินการธนาคารขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่าสินเชื่อและเงินฝากขยายตัวได้ที่ร้อยละ 6.1 และ 6.8 ตามลำดับ สินเชื่อถูกขับเคลื่อนโดยภาคธุรกิจทั้งรายใหญ่และ SMEs โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายของรัฐ เช่น อุตสาหกรรมการก่อสร้าง ในขณะที่สินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัวจากความเชื่อมั่นที่สูงขึ้น ส่วนเงินฝากจะเติบโตตามแนวโน้มขาขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย การขยายตัวของสินเชื่อ และการปรับลดเพดานคุ้มครองของเงินฝากเหลือ 1 ล้านบาทในเดือนสิงหาคมปีหน้า ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องสร้างฐานเงินฝากเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ภายใต้ภาวการณ์แข่งขันเงินฝากที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น

(ที่มา : http://thaipublica.org/2015/10/tmb-analytics-1/)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสำคัญของการเงินธุรกิจ



ความเห็น (0)