ห้องเรียน...ของผม

เวลาคุณครูให้เขียนเรียงความ ผมมักจะนึกไม่ออกว่าจะต้องเขียนอะไร ไม่รู้จะเริ่มยังไงก่อน จนตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง ผมใช้ชื่อ บอกเค้าว่า " ห้องเรียนของผม"

นึกเห็นภาพเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่ตัวเล็กๆ เลขที่สุดในห้องก็ว่าได้ เขาเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งการเรียนก็ไม่ค่อยดี ชอบลอกการบ้านเพื่อนเป็นประจำ แต่เขามักจะเล่นกีฬามีความสามารถด้านดนตรี ศิลปะ และมักจะชอบช่วยเหลือคนอื่นเสมอ เด็กน้อยคนนั้นก็คือผมเอง ในตอนที่ผมยังเด็กอยู่นั้น ผมมักจะซึมซับเอาบรรยากาศภายในห้องเรียน มองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพ ต่างๆมันตรึงใจผมมาก เวลาฝนตกลงมา มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นภาพใบไม้เขียวชอุ่ม ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกชุ่มชื่นใจเป็นอย่างมาก ห้องเรียนของผมนั้น ที่โรงเรียนของผมเป็นโรงเรียนอาคารไม้ 2 ชั้น ชั้นล่างจะโล่ง ชั้นบนเป็นอาคารไม้ แต่อยู่ในสภาพที่ดี แล้วก็จะมีกระดานดำ มีโต๊ะไม้ มีเก้าอี้ไม้ ตอนเช้าเวลาผมเริ่มเรียน ผมมักจะเป็นคนไปเขียนวันที่ เดือนและปี ภาพในห้องเรียนของผมในตอนนั้น ผมยังจำภาพที่ผมได้เรียนกับคุณครู เสื้อผ้าของผมเอง เป็นเสื้อผ้าที่เป็นมรดกตกจากที่มา ตัวใหญ่มาก ผมจะนั่งอยู่ติดกับเพื่อนผู้ชาย ในห้องเรียนผมนั้น มีนักเรียนอยู่ 28 คนผู้ชาย 11 คน นอกนั้นเป็นผู้หญิงหมด ผมเป็นคนแรกที่ 8 ผมคิดถึงเรื่องราวในอดีต อยู่ๆก็คิดถึงห้องเรียนขึ้นมา คิดถึงสภาพห้องเรียนเก่าๆ เก้าอี้ไม้ อาคารไม้ เวลาเราขยับโต๊ะเก้าอี้ เราจะได้ยินเสียงกระทบกับพื้นไม้ เสียงเพื่อนๆในห้องเรียน และเพื่อนๆข้างห้องเรียนนั้น เป็นเสียงทิพย์ทำให้ผมรู้สึกว่า เป็นเสียงการท่องภาษาไทย การอ่านหน้ากระดานตามที่คุณครูเขียนไว้ ผมอาจจะเรียบเรียงไม่ค่อยดีนัก แต่สิ่งที่ผมอยากจะเล่าก็ถือว่า มันเป็นความทรงจำดีๆ เมื่อครั้งตอนที่เรายังเป็นเด็กๆอยู่นั้น ตอนเช้าตื่นขึ้นมา ผมเองและ pp เป็นเพื่อนๆก็จะมีหัวหน้าถือธง ประจำคุ้ม มีธงประจำคุ้ม พอคนมาครบ เราก็เจริญเข้าแถวกันเข้าโรงเรียน เป็นกลุ่ม พอถึงโรงเรียนแล้วก็แยกกันไปตามชั้นเรียน พอถึงห้องเรียนเราก็ได้เอากระเป๋าไปไว้ในใต้โคนโต๊ะ จัดเตรียมหนังสือถวายให้เป็นที่เป็นทาง ตอนที่เราเดินเข้าไปนั้น เก้าอี้ ยังถูกเก็บไว้บนโต๊ะอย่างดี แล้วก็จะทำเวรประจำวันโดยการลบกระดานดำ เอาแปรงลบกระดานไปเพราะคุณ shock ออก เพื่อให้สะอาดเตรียมให้คุณครูใช้ ในตอนเรียน พอเสร็จจากทำความสะอาด เราก็จะเริ่มด้วยการเขียนวันที่อยู่บนกระดานดำข้างบน พอเสร็จจากงานเวรประจำวันผมก็จะไปเล่นตามประสาเด็กๆ ก็ไปวิ่งเตะฟุตบอลบ้าง เพื่อรอเวลาเข้าแถวหน้าเสาธง พอถึงเวลา 8 โมงเช้า คุณครูก็จะตีระฆัง เพื่อเตือนให้เรารู้ว่า ตอนนี้ได้เวลาเข้าแถวแล้ว พวกผมก็จะเตรียมตัววิ่งไปล้างหน้าทำความสะอาด แขนขา เอาเสื้อเข้าข้างในกางเกงให้เรียบร้อย แล้วก็วิ่งไปเข้าแถวหน้าเสาธง ตามลำดับความสูงต่ำ พอเสร็จจากการเข้าแถวหน้าเสาธงเสร็จ ใครเก็บอะไรได้ก็ไปแจ้งให้คุณครู เพื่อให้ตามหาเจ้าของของสิ่งนั้น เชื่อไหมครับว่า ดินสอที่เหลา ทั้งสองด้าน ก็ยังมีคนเก็บมาแจ้งคุณครู เพื่อตามหาเจ้าของ ผมยังจำความรู้สึกนั้นได้ดีเสมอ เด็กชายในวันนั้น เพื่อนก็คือผมในวันนี้ สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการได้อยู่ในห้องเรียนการได้สัมผัสในการเรียนรู้ การฟังคุณครูสอน บางครั้งอาจจะเบลอนิดหน่อยจนถึงมาก แต่ผมมักจะเก็บรายละเอียด แล้วผมก็บันทึกเป็นประจำ จนถึงวันนี้ผมก็ยังไม่ลืมที่จะบันทึก ในบางครั้งผมก็ไม่ได้บันทึกในกระดาษ แต่ผมก็จะขอเอาเรื่องราวของผมนั้นมาบันทึกหน้าของบันทึกในตรงนี้ เพื่อเป็นเรื่องราว เกี่ยวกับตัวเอง ที่ได้ถ่ายทอดลงไป มันเป็นความรู้สึกที่ดีนะครับ ลองย้อนมองตัวเองตอนที่เป็นเด็ก แล้วจนมาถึงวันนี้ แล้วเราก็ยังงงว่าไง เรามาถึงตรงนี้ได้อย่างไร เรามายืนตรงจุดนี้ได้อย่างไร เพื่อนๆหลายคน ประสบความสำเร็จบ้าง ไม่ประสบความสำเร็จบ้าง และก็ยังต่อสู้ดิ้นรนอยู่ทุกวันนี้ แต่มันก็เป็นเรื่องราวของชีวิตของแต่ละคน ชีวิตในห้องเรียน กับชีวิตนอกห้องเรียน ผมก็ยังเก็บเอามารวมกันเพราะมันเป็นเรื่องราวที่สอดคล้องกัน ที่มันทำให้ผมได้เห็นอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะห้องเรียนห้องเก่าๆ เก้าอี้เก่าๆ ที่ผมต้องแบกเก้าอี้ตั้งแต่ชั้นป. 1 ถึงชั้นป. 6 เก้าอี้ตัวเดิมที่เราต้องรักษาไว้ และก็โตอันเดิม ที่มีตัวหนังสือคิดคิดฉันเขียนไว้บนโต๊ะ มีรอยมีด แกะสลัก เป็นลวดลายต่างๆ ซึ่งมันก็เกิดจากจินตนาการของผมเอง สิ่งที่ผมชอบมากนักเรียนอยู่ชั้นประถม คือการได้เรียนศิลปะ ผมอาจจะเรียนในสายวิชาพวกคณิต ไม่ค่อยเก่ง ผมไม่ค่อยชอบเลยเวลาที่จะได้เรียนวิชาคณิต เพราะผมไม่เข้าใจ บางคนบอกว่ามันฝึกกันได้ แต่ความชอบของคนเรานั้นมันไม่เหมือนกัน คนที่เรียนเก่ง บางคนอาจเล่นกีฬาไม่เป็นด้วยซ้ำไป ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าที่จะทำอะไรเพื่อเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน แต่บางคนทั้งเก่ง เล่นกีฬา การเรียน และการช่วยเหลือผู้อื่น ผมเองนั้นก็จะชอบในเรื่องกีฬาดนตรีแล้วก็ศิลปะ ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันประจำ ไม่ว่าจะเป็นระดับตำบลระดับอำเภอ ผมก็ได้เข้าร่วมอยู่ตลอด จนเป็นสิ่งที่ผมติดตัวมาจนถึงวันนี้ก็คือการได้ช่วยเหลือสังคม การเลือกเป็นตัวแทนของเยาวชนจะได้เป็นตัวแทนของคนในสังคม อาจจะไม่มีตำแหน่งอะไรเลยแต่ผมก็มักจะช่วยเหลือคนอื่นเสมอ จากห้องเรียนของผมจนถึงวันนี้ มันเป็นสิ่งที่ผมรำลึกถึงได้ว่า เลิกเราในห้องเรียนของผมในวันนั้น เรื่องราวของเด็กคนนั้น จนถึงวันนี้ ความทรงจำดีๆมันก็ยังหวนกลับคืนมาเสมอ ก็ผมไม่รู้ว่าวันวันนึงผมจะเขียนเรื่องอะไร บางครั้งผมก็ไม่รู้ว่าจะคิดเรื่องอะไรมาเขียน แต่วันนึงอยู่ๆก็คิดถึงเรื่องห้องเรียน ก็อยากจะเขียนเรื่องราวนั้นออกมา ผมมักจะโทษตัวเองเสมอว่า บทความตัวเองนั้น ไม่ค่อยได้เรื่อง แต่เมื่อเวลามันผ่านไปนานๆ ผมกลับมาอ่านบทความของตัวเอง ผมก็รู้สึกดีว่า ในช่วงเวลานั้นเราคิดแบบนี้นะ มันเป็นความรู้สึกดีอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าความทรงจำนั้นเป็นความทรงจำที่ทำให้ผมมีความสุขเสมอ สุขที่ผมได้เขียน สุขที่ผมได้เล่า และได้บรรยายเรื่องราวนั้นลองมาผ่านตัวหนังสือมันก็เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของผมเอง

ห้องเรียนของผม โรงเรียนของผม ความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับโรงเรียน ที่ให้ความรู้ ทำให้ผมได้มาจนถึงวันนี้ ได้ประสบความสำเร็จ ในชีวิต ถึงแม้มันจะไม่ใช่ขั้นสูงสุด แต่ผมก็ พอใจในสิ่งที่ผมมี แต่ผมก็ยินดีที่จะแบ่งปันเรื่องราวของผมผ่านโลกออนไลน์ ให้คนอื่นไม่รับรู้ เรื่องราวเล็กๆน้อยของเด็กชายคนหนึ่ง กลับห้องเรียนด้วยน้อยของผม ขอบคุณที่ติดตาม ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกเล่มใหม่



ความเห็น (1)

เล่าเรื่องได้ดีค่ะ

เว้นวรรคนิด

จะอ่านง่ายขึ้นค่ะ