มาตรการผ่อนคลายในเชิงปริมาณทางการเงิน (Quantitative Easing: QE) เป็นมาตรการที่รัฐบาลของประเทศพัฒนาแล้วนำมาใช้ในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารกลางใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อเกิดสถานการณ์ที่นโยบายทางการเงินที่เป็นแบบแผนตามปกติไม่มี ประสิทธิภาพและไม่สามารถเป็นกลไกขับเคลื่อนในระบบเศรษฐกิจได้ โดยการเข้าไปซื้อสินทรัพย์ทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินของ เอกชนด้วยการสร้างเม็ดเงินใหม่ๆ โดยการจัดพิมพ์ธนบัตรเพิ่ม และอัดฉีดปริมาณเงินที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเข้าสู่ระบบการเงินของประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับราคาสินทรัพย์ทางการเงินที่ตกต่ำให้สูงขึ้น นอกจากนี้ธนาคารกลางยังเข้าไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลในระยะสั้นเพื่อที่จะดำรง อัตราดอกเบี้ยในตลาดให้อยู่ในระดับต่ำ และเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจอีกด้วย
ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่นำมาตรการ QE มาใช้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตกต่ำซบเซาและเกิดภาวะเงินฝืดใน ค.ศ. 2001 จากการที่นโยบายการเงินไม่สามารถกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้แม้ว่าอัตรา ดอกเบี้ยในทองตลาดจะลดลงเข้าใกล้ 0 ก็ตาม ดังนั้นมาตรการ QE จึงถูกนำมาใช้ในการแก้ปัญหาโดยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและภาคการ เงิน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์ที่มีต่อผู้ประกอบการใน ประเทศ ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นดำเนินมาตรการนี้โดยการซื้อพันธบัตรรัฐบาลมากกว่า ที่จะคงระดับอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับศูนย์ ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเข้าซื้อคืนหลักทรัพย์และทรัพย์สินต่าง ๆ
ต่อมาภายหลังจากการเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินระหว่าง ค.ศ. 2007-2011 ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และสหภาพยุโรป ได้นำมาตรการนี้มาใช้อีกครั้ง โดยเฉพาะการดำเนินมาตรการ QE ของสหรัฐอเมริกาที่อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจถึง 3 ครั้ง คือ QE1, QE2 และ QE3 ในระยะเวลา 2-4 ปี (ค.ศ. 2008-2012) ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกาให้มีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น รวมทั้งส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่ประเทศในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ที่มีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจดีในเวลาต่อมาซึ่งก็รวมทั้งประเทศไทยด้วย จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นปรากฏการณ์ “เงินท่วมโลก” และนำไปสู่การแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องของเงินตราสกุลท้องถิ่นเมื่อเทียบ กับดอลลาร์สหรัฐในประเทศที่มีเงินไหลเข้าอย่างมากมาย รวมทั้งเกิดการเก็งกำไรในตลาดหุ้นอีกด้วย จนกระทั่งการประกาศลดมาตรการ QE ของสหรัฐอเมริกาทำให้สถานการณ์กลับเป็นทิศทางตรงกันข้าม กล่าวคือ เม็ดเงินที่เคยไหลเข้าประเทศต่างๆอย่างมากมายในช่วงก่อนหน้าเริ่มไหลกลับ สร้างความผันผวนให้กับภาวะการเงินของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และการดำเนินนโยบายของประเทศต่างๆในการดูแลเศรษฐกิจมีความยากลำบากมากขึ้น
แหล่งที่มาของข้อมมูลและรูปภาพ :http://www.stou.ac.th/stouonline/lom/data/sec/Lom1...
