การฟื้นฟูผู้สูงอายุโดยใช้วิถีการดำเนินชีวิต

ผู้สูงอายุมักมีการเสื่อมถอยของระบบร่างกายต่างๆซึ่งถ้ามีการเสื่อมถอยมากๆแล้วรวมกับการไม่ได้ใช้งานก็ยิ่งทำให้ผู้สูงอายุสูญเสียความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตต่างๆด้วยตนเอง ดังนั้นการคงความสามารถและการฟื้นฟูความสามารถของผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องที่สำคัญโดยต้องอาศัยทั้ง ตัวผู้สูงอายุ คนในครอบครัวและบุคลากรทางการแพทย์ในการทำงานร่วมกัน

หนึ่งในบุคลากรทางการแพทย์ที่มีบทบาทในการคงความสามารถและการฟื้นฟูความสามารถของผู้สูงอายุคือ "นักกิจกรรมบำบัด" ดังนั้นดิฉันในฐานะนักศึกษากิจกรรมบำบัดจึงได้ทำการศึกษาค้นคว้าหางานวิจัยที่จะทำให้ผู้สูงอายุมีความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตต่างๆได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยทั้งสิ้น 3 งานวิจัยดังนี้

1. Effectiveness of a lifestyle intervention in promoting the well-being of independently living older people: results of the Well Elderly 2 Randomised Controlled Trial

วิธีการทำ เป็นการสุ่มบุคคลมาทั้งหมด 460 คน โดยเป็นผู้หญิงอายุระหว่าง 60-95 ปี(อายุเฉลี่ย 74.9 ปี) อาศัยอยู่ที่ลอสแอนเจลิส นำมาแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้รับโปรแกรมการฝึกทางกิจกรรมบำบัดทั่วไป(control group)อีกกลุ่มเป็นการฝึกกิจกรรมบำบัดโดยผ่านวิถีการดำเนินชีวิต(treatment group) โดยระยะเวลาติดตามผล 6 เดือน

การประเมินทั้งก่อนและหลังจะประเมิน 3 ด้านด้วยกัน คือ ความสัมพันธ์ของสุขภาพกับคุณภาพชีวิต ความพึงพอใจในชีวิตและภาวะซึมเศร้า โดยให้ผู้รับการฟื้นฟูตอบแบบสอบถามเอง การประเมินภาวะสุขภาพและคุณภาพชีวิตใช้ Norm-based scores on version 2 of the 36 item Short-Form Health Survey (SF-36v2) การประเมินถึงความพึงพอใจในชีวิตโดยใช้ life satisfaction Index Z (LSI-Z) และประเมินภาวะซึมเศร้าโดยใช้ The center for Epidemiologic Studies Depression scale (CES-D)

การฝึกกิจกรรมบำบัดโดยผ่านวิถีการดำเนินชีวิตมีองค์ประกอบในการฟื้นฟูคือช่วยระบุกิจกรรมที่ควรทำต่อและกิจกรรมที่ต้องเปลี่ยนแปลงและช่วยคิดเสนอแผนการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต คิดท่าทางวิธีการที่เหมาะสมในการทำกิจกรรมไม่ให้เจ็บปวดและสงวนพลังงานที่สุดโดยโปรแกรมการฝึกประกอบด้วย 2 รูปแบบคือ

กิจกรรมกลุ่มเล็กอาทิตย์ละ 2 ชั่วโมง ซึ่งประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเล่าประสบการณ์การทำกิจกรรมต่างๆและการค้นหาตนเอง

โปรแกรมเดี่ยวครั้งละ 1 ชั่วโมง ต้องทำมากกว่า 10ครั้ง โดยนักกิจกรรมบำบัดจะไปที่บ้านหรือในชุมชน

ผลของงานวิจัย

จากผลงานวิจัยแสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ได้รับการฝึกกิจกรรมบำบัดโดยผ่านวิถีการดำเนินชีวิตมีผลที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่าการฟื้นฟูแบบกิจกรรมบำบัดทั่วไปในด้าน การเจ็บปวดที่ลดลง สัญญาณชีพที่ดีขึ้น การเข้าร่วมสังคม สุขภาพจิตที่ดี มีความพึงพอใจในชีวิต และภาวะซึมเศร้าลดลง แต่การฝึกกิจกรรมบำบัดโดยผ่านวิถีการดำเนินชีวิตนี้ไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้ความเข้าใจ

ชวนคิด

แล้วถ้าเราใช้เป็นแค่กิจกรรมการเคลื่อนไหวออกแรงเช่น การทำงานบ้าน การเดินทาง การทำงานอดิเรก แทนการฝึกกกิจกรรมบำบัดโดยผ่านวิถีการดำเนินชีวิตจะให้การเปลี่ยนแปลงที่ดีเช่นนี้หรือไม่ ?

แล้วความรู้ความเข้าใจที่การฝึกกิจกรรมบำบัดโดยผ่านวิถีการดำเนินชีวิตไม่สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ เราจะสามารถใช้วิธีไหนพัฒนาได้ ?

หาคำตอบได้ในงานวิจัยอันที่2และ3ต่อไปค่ะ

reference

http://jech.bmj.com/content/66/9/782.full


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หลักฐานเชิงประจักษ์(ผู้สูงอายุ)



ความเห็น (0)