ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่อยู่ในเขตหนาวมาก ๆ ไม่ค่อยอยากยิ้มกัน ขนาดเลิกยิ้มมาตั้งนานแล้วร่องรอยของการยิ้ม (หน้ายับ) ยังคงอยู่และเห็นได้ชัดเจนเลย

จันทร์ที่ 9 ตุลาคม 2549 (ต่อ) 

        เราอยู่ร่วมงานจนประมาณเกือบจะ 6 โมงเย็น อ.วิชาญ (ผอ. GIS) ก็ชักชวนให้ออกเดินทาง (เดินเท้า) ไปร่วมงาน Welcome Party ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 3-4 กม. แต่โชคดีที่ระหว่างทางจะต้องผ่านโรงแรมที่เราพักด้วย ระหว่างทางกลับโรงแรมเราได้พบผู้คน วิถีชีวิตของชาวมองโกเลีย หิมะเมื่อเช้าไม่เห็นร่องรอยเลย กลางวันแดดจัดทั้งวันแต่อากาศก็ยังเย็นมาก เราพักเก็บข้าวของที่โรงแรมพักหนึ่งแล้วออกเดินทางต่อ โดยออกจากโรงแรมประมาณ 6 โมงครึ่ง เพื่อเดินไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ

        ระหว่างทางเราต้องผ่าน square ใหญ่หน้าทำเนียบรัฐบาลที่มี Ginggis Khan Statue อีกครั้ง ผมอดที่จะหยุดถ่ายรูปกับรูปปั้นทรงม้าของจอมจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ของโลกอีกครั้งหนึ่งไม่ได้ พยายามทำหน้าให้หล่อที่สุดแต่ก็ยากมากเพราะอากาศหนาว หน้าตึง ปากแห้ง ยากจริง ๆ ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่อยู่ในเขตหนาวมาก ๆ ไม่ค่อยอยากยิ้มกัน ขนาดเลิกยิ้มมาตั้งนานแล้วร่องรอยของการยิ้ม (หน้ายับ) ยังคงอยู่และเห็นได้ชัดเจนเลย

        พอใกล้จะถึงโรงแรมที่จัดงาน อ.วิชาญ ได้แนะนำให้รู้จักอาจารย์จาก มจธ. 2 คนเป็นชาวต่างชาติจาก USA สุภาพสตรีชื่อ Dr.Sally Goldin ส่วนสุภาพบุรุษชื่อ Kurt T. Rudahl เห็นบอกว่ามาอยู่เมืองไทยได้ 3 ปีแล้ว

        ใกล้ ๆ โรงแรมที่จัดงานมีเต้นท์หรือกระโจมหรือโดม (ผมอาจจะเรียกผิด) ของชาวมองโกลตั้งอยู่ข้างถนนด้วย ผมตั้งใจที่จะถ่ายรูปด้วยตอนขากลับ มองเข้าไปข้างในเห็นมีคนอาศัยจริง ๆ ด้วย ดูเหมือนจะขายของด้วย ต้องถ่ายรูปมาฝากกันแน่นอนครับ


สภาพบ้านเมืองและวิถีชีวิตของชาวมองโกเลีย


หยุดถ่ายรูปกับรูปปั้นทรงม้า
ของจอมจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ของโลกอีกครั้ง
(ทำหน้าให้หล่อที่สุดแล้วจริง ๆ)

         วิบูลย์ วัฒนาธร

.