๑๘. ช่วยคิดช่วยทำ..นำสู่ความพอเพียง..อย่างแท้จริง

ผมขออนุญาตให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะในเบื้องต้น เกี่ยวกับโครงการของบประมาณดำเนินการ”เศรษฐกิจพอเพียง”เพื่ออาหารกลางวัน..เงื่อนไขพื้นฐาน โรงเรียนจะต้องมีน้ำ มีพื้นที่ตั้งแต่ ๒๐๐ ตารางวาขึ้นไป..บุคลากรมีความรู้ ชุมชนและผู้นำท้องถิ่นให้การสนับสนุน

ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุม..ณ ห้องประชุมของหัวหน้าส่วนราชการของที่ว่าการอำเภอ...โดยมีท่านนายอำเภอเป็นประธาน..วาระการประชุมเกี่ยวกับ..การเขียนโครงการของบประมาณ..ที่เกี่ยวเนื่องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่กระทรวงมหาดไทย..เริ่มดำเนินการอย่างจริงจัง..โดยให้ท่านนายอำเภอเรียกประชุมหัวหน้าสถานศึกษาหรือตัวแทนจากทุกโรงเรียน..มาประชุมหารือถึงแนวทางการดำเนินโครงการฯโรงเรียนที่ได้รับการพิจารณาจากอำเภอ..ประมาณ ๘ – ๑๐ โรงเรียน..จะถูกส่งเข้าจังหวัด...ท้ายที่สุดจะได้รับงบฯโรงเรียนละไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทภายในปี ๒๕๕๙ และเป็นงบที่ใช้ได้ค่อนข้างอิสระฯ อำเภอจะไม่เข้าไปตรวจสอบให้ยุ่งยากใจ...

เมื่อเป็นดังนี้..โรงเรียนต่างๆก็คงอยากได้..เมื่อนายอำเภอถามข้อสงสัย..หรือข้อเสนอแนะ..ก็ไม่มีคำถาม นอกจากอยากรู้ว่า ส่งโครงการกี่ชุด..และส่งได้ที่ใคร..ภายในวันที่เท่าไหร่...ผมอยากเสนอแนะ ..แต่เห็นว่า..การประชุมก็ใช้เวลามาเนิ่นนานแล้ว..ยังมีวาระอื่นๆต่ออีก..จึงเก็บมาคิดใคร่ครวญ..และศึกษารายละเอียดของโครงการก่อน....

ในฐานะที่ผม.ทำเรื่องนี้มานาน..และเห็นว่าเป็นโครงการพระราชดำริฯ สมควรที่ท่านนายอำเภอควรจะมีข้อมูลในการพิจารณา ผมจึงตัดสินใจเขียนจดหมายเปิดผนึก..ถึงนาย..ทันที

เรียน..ท่านนายอำเภอที่เคารพ

ผมขออนุญาตให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะในเบื้องต้น เกี่ยวกับโครงการของบประมาณดำเนินการ”เศรษฐกิจพอเพียง”เพื่ออาหารกลางวัน..เงื่อนไขพื้นฐาน โรงเรียนจะต้องมีน้ำ มีพื้นที่ตั้งแต่ ๒๐๐ ตารางวาขึ้นไป..บุคลากรมีความรู้ ชุมชนและผู้นำท้องถิ่นให้การสนับสนุน

ในที่สุดแล้ว..ทุกโรงเรียนก็จะเขียนโครงการอย่างสวยหรูและเขียนได้ตามเกณฑ์และเงื่อนไขทั้งหมด..แต่..ผมเห็นว่า..เป็นโครงการในพระราชดำริ..เป็นเงินหลวง (มิใช่น้อย) จึงสมควรที่ทางอำเภอ..ต้องทำเรื่องนี้อย่างรอบคอบและมีข้อมูลมากพอ ขอยืนยันด้วยเกียรติของผู้บริหารสถานศึกษาพอเพียงว่า..ไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง..แต่ขอช่วยคิดช่วยทำ..ให้เกิดความพอเพียง..อย่างแท้จริง...

๑. โรงเรียนในอำเภอ..ในปี ๒๕๕๘ – ๒๕๕๙ มีบางโรงเรียนได้รับงบประมาณ ที่เกี่ยวกับกองทุนโครงการอาหารกลางวัน จาก สพฐ.(ผมจำชื่อเต็มๆของโครงการฯไม่ได้ แต่เรื่องนี้เพิ่งผ่านการพิจารณาจากเขตไปเมื่อเดือนที่แล้ว)โรงเรียนละเป็นแสน เพื่อปลูกผัก..เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา..สพฐ.เหมือนให้เปล่า..มีตรวจสอบบ้างเล็กน้อย..โรงเรียนทำไม่จริงจัง หรือขาดทุนก็ไม่ได้ว่าอะไร..มีแต่โรงเรือน..แต่ผลผลิตไม่เกิด..ก็ไม่เห็นมีใครเดือดร้อน..ตอนนี้งบประมาณนั้นก็จะถึงโรงเรียนอีกแล้ว..จึงขอให้ท่านดูข้อมูลตัวนี้..จากเขตพื้นที่..เพื่อมิให้ซ้ำซ้อน..เป็นการเปิดโอกาสโรงเรียนที่เขาขาดแคลนจริงๆ..ที่สำคัญ..ก็จะได้ไม่บ่มเพาะความโลภ..ให้แก่โรงเรียนบางโรง..ด้วย

๒. ผมเคารพในความคิดของท่านในหลายประเด็น แต่บางเรื่อง..ขออนุญาตไม่เห็นด้วย..ที่ว่า..โครงการดีๆอย่างนี้ จะต้องมีงบประมาณที่ต่อเนื่อง ถ้าไม่มี..ท่านยินดีทำโครงการเอง..หรือใช้งบส่วนตัวสนับสนุน..อันนี้ ขอเรียนว่า ในช่วงเวลาข้างหน้า ไม่มีอะไรแน่นอน..ควรมองประสิทธิภาพของงานฯในปีที่เริ่มต้นก่อน..ผมจึงไม่เห็นด้วย ที่จะใช้งบนี้เพื่อการขุดสระ ขุดบ่อ ซ่อมบาดาล..สร้างโรงเรือน..วิธีที่ดีกว่านี้..ก็คือ มีโรงเรียนที่เขาทำแล้ว มีทุกอย่างแล้ว และทำอยู่อย่างเป็นปัจจุบัน..แต่ไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเลย..ควรดูแลเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่มี..จึงค่อยมาว่ากัน..เรื่องนี้น่าคิดนะครับ..เกี่ยวกับความพอเพียง มีมานานแล้ว..โรงเรียนที่ตระหนัก..ก็ควรมีร่องรอยหลักฐานและมีทรัพยากรอยู่บ้าง..ตามสมควร

๓. โรงเรียนจะพอเพียง..ได้..ต้องผ่านการประเมินจากเขตพื้นที่ฯ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับชาติ ที่คัดเลือกโดยมูลนิธิสถิรคุณ ประเมินผ่าน..จะได้เกียรติบัตรจากกระทรวงศึกษาธิการ..ยกย่องให้เป็น..สถานศึกษาพอเพียง..หรือ..ในโครงการจะใช้ชื่อว่า สถานศึกษาต้นแบบการเรียนการสอนตามปรัชญาฯ..ซึ่งโรงเรียนในอำเภอมีมากมายหลายโรงที่อ้างว่า..โรงเรียนไม่พร้อมรับการประเมิน..ไม่เข้าใจ..ไม่มีครูเกษตร ไม่มีแหล่งเรียนรู้..ทำไม่ได้หรอก..ขอเลื่อนการประเมินไปก่อน..หากมีโรงเรียนเหล่านี้..ได้รับงบประมาณจากกระทรวงมหาดไทย..จะกลายเป็นเรื่องที่ค้านกันทันที..ครับ..ตรงนี้สำคัญมากผมจึงนำเรียนท่านด้วยความเคารพ..เพราะเห็นท่านเป็นนักพัฒนา..มีความตรงไปตรงมา..และการทำงานในโครงการพระราชดำริ..เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา..ผมจึงขอคิดด้วยคน..และเสนอว่า..ควรให้โรงเรียนที่เสนอโครงการ..เขียนวิสัยทัศน์ มีภาพประกอบโครงการ แสดงบริบทและสิ่งแวดล้อม ถ้าโครงการฯส่งกันมามาก ก็น่าจะแต่งตั้งกรรมการไปตรวจสอบข้อมูลจริงถึงโรงเรียน..เพื่อความถูกต้อง เที่ยงตรง และจะเกิดความยั่งยืนในอนาคต..

ครับ..นอกจากเป็นโครงการพระราชดำริ..ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดแล้ว..ยังเป็นหน้าเป็นตา..เป็นศักดิ์ศรีของอำเภอเล็กๆ..ด้วย

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ด้วยรักและศรัทธา พัฒนางาน..ชีวิต เส้นทางผลสัมฤทธิ์ บันทึกไว้..ให้รื่นรมย์



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

ชัดเจนค่ะ คนมีอำนาจพิจารณาควรนำไปประกอบการพิจารณาจริงๆ