บทบาทของธนาคารกลางต่อธุรกิจในช่วงวิกฤต

...วิกฤต คือ เหตุการณ์ที่เข้าใกล้อันตราย มีแนวโน้มควบคุมไม่ได้ ระยะการแก้ไขมีไม่มาก หากแก้ไขไม่ได้อาจเกิด หายนะ จากความหมายข้างต้นของคำว่าวิกฤตอาจทำให้ใครหลายคนกลัว และดูเหมือนว่าถ้ามีวิกฤตเกิดขึ้นจะส่งผลไม่ดีเป็นแน่ ถ้าวิธีแก้ไขนั้นไม่สามารถควบคุมวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ ดังเช่น วิกฤตต้มยำกุ้ง ในปี พ.ศ.2540 ซึ่งเป็นวิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยมีสาเหตุเนื่องมาจากความผิดพลาดในการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางหรือธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการค้าการบริการ หรือแม้กระทั่งด้านการเกษตร

...ธนาคารกลางหรือธนาคารแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานทางการเงินภายในประเทศ และควบคุมปริมาณเงินในระบบให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความสมดุลต่อระบบเศรษฐกิจ โดยมีบทบาทหลักๆในการกำหนดและดำเนินนโยบายการเงิน เป็นนายธนาคารและนายทะเบียนหลักทรัพย์ของรัฐบาล กำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน เป็นต้น ซึ่งบทบาทเหล่านี้ถ้าถูกดำเนินการไปอย่างผิดพลาดก็จะส่งผลกระทบต่อประเทศ ดังวิกฤตต้มยำกุ้งที่ได้กล่าวไปข้างต้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงต้องนำวิกฤตนั้นมาเป็นบทเรียนเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยขึ้นได้อีก

...แนวทางการแก้ไขของธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเป็นไปในทางที่ยังไม่ค่อยดีนัก หรือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยังไม่ค่อยตรงจุด ดังนั้นการเข้าช่วยเหลืออาจไม่เป็นการช่วยเหลือทางการเงินโดยตรง จะต้องอาศัยตัวอย่างจากประเทศไม่ว่าจะเป็นในญี่ปุ่น หรืออเมริการเพื่อใช้เป็นแนวทางการช่วยเหลือในอนาคต โดยอาศัยหลักว่า ธนาคารกลางในประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมุ่งดูแลสภาพคล่องใตลาดเงินให้มีความพอเพียงกับความต้องการ และธนาคารกลางในประเทศกำลังพัฒนา จะสนับสนุนสภาพคล่องให้แก่ภาคธุรกิจเป็นหลัก อย่างไรก็ตามไม่ว่าแนวทางการแก้ไขจะเป็นอย่างไร เราก็ต้องคอยติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอเพื่อการเตรียมความพร้อม และรับมือกับช่วงวิกฤตและแนวทางการแก้ไขที่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป


ข้อมูลจาก : http://tomyumkungg.blogspot.com/2013/11/blog-post....


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิชาสัมมนาทางการเงิน



ความเห็น (0)