นักธุรกิจ นักการเงินที่ประทับใจ

นักการเงินที่ คมกริบ ชัดเจน และมีคุณค่า ​

เรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์

นักการเงินที่ คมกริบ ชัดเจน และมีคุณค่า

คุณค่าของชีวิตคืออะไร?

หลายคนอาจไม่เคยคิดอาจจะเป็นเพราะไม่ยอมคิดหรือไม่ใส่ใจที่จะคิด แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่มีความสงสัยแต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ซักทีถึงแม้คำตอบที่ได้จะมีมากมายหลายมุมมอง แต่สิ่งที่สำคุญที่สุดของคำตอบนั้น ไม่ได้อยู่ที่ความหมายหากแต่อยู่ที่การใช้ชีวิตอย่างไรให้มีคุณค่ามากกว่าวันนี้เรามีนัดกับคนคนหนึ่งที่มุ่งมั่นจะทำชีวิตของผู้คนในสังคมให้มีคุณค่า มุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขและมุ่งมั่นที่จะใช้ชีวิตให้มีประโยชน์ต่อตัวเองและสังคมมากที่สุด

(สุภาพบุรุษที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าเป็นชายไทย รูปร่างสันทัด อารมณ์ดี และเสียงดัง แต่สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้เมื่อได้สนทนากับคุณเรืองวิทย์คือความมุ่งมั่นที่เจือไปด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ)

"ผมเรียนที่วิศวะ จุฬาฯได้หนึ่งเทอม แล้วก็ข้ามน้ำข้ามทะเล ไปเรียนในสาขาวิศวะที่ Tuff University ประเทศสหรัฐอเมริกา ครับ"

"แล้วทำไมถึงเปลี่ยนสาขาจากวิศวะมาเป็นบริหารธุกิจได้ล่ะคะ" เราถาม "จริงๆ แล้วมันมีที่มานะครับ"คุณเรื่องวิทย์เล่าให้เราฟัง "ผมชอบวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็กตอนเอนทรานต์เลือกวิศวะกับสถาปัตย์แต่ที่ไม่เลือกเรียนหมอเลยเพราะว่าเห็นเลือดแล้วจะเป็นลม" คุณเรืองวิทย์พูดแบบยิ้มๆ "ตอนเรียนวิศวะ สาขาอีเลคโทรนิคปีที่สี่ มีความรู้สึกว่าตัวเองนั้นตามเทคโนโลยีไม่ทันแถมตอนนั้นยังมองภาพไม่ออกว่าในชีวิตประจำวัน เราจะใช้สิ่งที่เราเรียนมาได้แค่ไหนถ้าเรียนต่อโท ทางด้านวิศวะให้ลึกลงไปอีก เราก็บอกกับตัวเองว่า ไม่อยากที่จะเรียนอะไรลึกๆ แล้ว" บังเอิญตอนนั้นมีโอกาสเข้าร่วมโครงการ SIP ของธนาคารกรุงเทพเป็นรุ่นที่สอง แต่เป็นนักเรียนต่างชาติรุ่นแรก พอได้มีโอกาสเข้าไปดูก็ชอบรู้สึกสนุกกับมันได้เปิดโลกทัศน์เศรษฐกิจและการเงินเป็นอย่างดี พอผมจบปริญญาตรี สาขาวิศวะ เลยเบนเข็มไปเรียน MBA เพราะรู้ตัวเองแล้วว่า ขืนต่อปริญญาโท วิศวะนี่ไม่รอดแน่ๆ เพราะคงเรียนไม่ไหว ซึ่งตัวเองคิดถูกเพราะได้มองภาพกว้าง และสามารถเอามาใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน โครงการธนาคารคู่บ้านคู่เมือง (Student Internship Program - SIP) เป็นโครงการของธนาคารกรุงเทพที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาผู้ต้องการเตรียมความพร้อมทางอาชีพได้มีประสบการณ์จริงด้วยตนเอง โดยที่ไม่อาจจะสัมผัสได้ในห้องเรียน ผู้เข้ารับการฝึกอบรมกับธนาคารจะได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและร่วมบริหารโครงการซึ่งจะทำให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาทักษะต่างๆ ในสถานการณ์จริงที่หลากหลาย

หลังจากที่กลับมาเมืองไทย

คุณเรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์ เริ่มทำงานที่ธนาคารซิตี้แบงก์ด้วยการเป็น Management Trainee อยู่ 1 ปี แล้วจึงถูกจับลงในฝ่ายพัฒนาธุรกิจ หลังจากนั้นก็มาดูโปรดักส์คัสโตเดียน (custodian) ธุรกิจคัสโตเดียน (custodian) เป็นธุรกิจรับฝากทรัพย์สิน ซึ่งประกอบไปด้วยทรัพย์สิน ที่เป็นเงินสด หลักทรัพย์ทั้งตราสารทุน และตราสารหนี้ รวมทั้งทรัพย์สินประเภทอื่นๆ เช่น สัญญา โฉนด ทะเบียนทรัพย์สิน นอกจากนี้คัสโตเดียนยังมีหน้าที่ในการติดตามสิทธิประโยชน์ในหลักทรัพย์เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล สิทธิอื่นๆ

คุณเรืองวิทย์ได้ทำงานอยู่ในสายงานนี้ตลอด โดยเริ่มจาก Product Manager จนเป็น Business Manager รวมเวลาทั้งหมดที่คุณเรืองวิทย์ร่วมงานกับซิตี้ แบงก์ คือ เก้าปี จากนั้นคุณเรืองวิทย์ก็หันเหตัวเองจากสายการธนาคารสู่ตลาดทุน

"ผมเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งครับ ทำงานด้วยความถูกต้องและโปร่งใสทุกสิ่งอย่างที่ผมทำ สามารถตอบได้ มีที่มา-ที่ไป ชัดเจนและที่สำคัญคือ อยากให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้นครับ"

สาเหตุและคุณสมบัติที่ประทับใจ

คุณค่าและความมุ่งหมายของชีวิตของคุณเรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์ นั้นมาจากพื้นฐานการอบรมสั่งสอนที่มาจากครอบครัวที่อบอุ่นการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า ที่คิดดี พูดดี และทำดี ย่อมทำให้จิตมีสมาธิและพร้อมที่จะทำประโยชน์ให้ตนเอง สังคม และประเทศชาติที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ การทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อให้ตนเองมีทรัพย์ไว้ใช้จ่าย เพื่อยังชีพของตน และครอบครัวให้อยู่อย่างสุขสบาย รู้จักเก็บออม ใช้จ่ายโดยไม่มีหนี้สินและมีทุนทรัพย์ในการประกอบอาชีพที่สุจริตต่อไปและนี่คือตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่สังคมไทยต้องการ





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้ทั่วไปทางด้านการเงิน



ความเห็น (0)