World Cafe สกัดบทเรียน "Meta R2R คำเขื่อนแก้ว" ตอนที่ ๑

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

สามปี...ของการทำ Meta R2R เบาหวานความดันสุดซอนของ คปสอ.คำเขื่อนแก้ว

จากตัวเลขที่เป็นอันดับท้ายๆ ของจังหวัดในค่าคะแนนการควบคุมระดับน้ำตาล-ความดันของผู้ป่วยไม่ได้ แปรเปลี่ยนมาเป็นอันดับต้นๆ ต่อเนื่องมาสามปีที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลและความดันได้ มีผู้ป่วยที่สามารถ off ยาได้...

จุดเด่นของกระบวนการเยียวยาผู้ป่วยของคำเขื่อนแก้ว คือ การผสมผสานแพทย์ทางเลือกบูรณาการเข้ากับกระบวนการรักษาของแพทย์

แพทย์ทางเลือกอาทิ เช่น แนวคิดแพทย์วิถีธรรม การทำสมาธิบำบัด SKT และ แนวคิด 3อ2ส...ซึ่งกระบวนการของแพทย์ทางเลือกนี้นำสู่การปรับพฤติกรรมของผู้ป่วย การที่ผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทำให้กระบวนการรักษาได้ผลดียิ่งขึ้นเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน

เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๙ ที่ผ่านมาข้าพเจ้ามีนัดกับเครือข่ายเพื่อสกัดบทเรียน...

ข้าพเจ้าเลือกใช้กระบวนการ World Cafe และ Dialogue บูรณาการร่วมกัน

แม้ว่า คปสอ.คำเขื่อนแก้วมีการเปลี่ยนแปลงในทีมผู้บริหาร แต่นั่นก็ไม่ได้กระทบถึงกระบวนการพัฒนางานประจำ ผู้บริหารให้การสนับสนุนยิ่งๆ ขึ้นพร้อมประกาศวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนถึงการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและบูรณาการ R2R มาเป็นเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งในการพัฒนางานประจำ

  • ประเด็น "ผลกระทบเชิงบวกของ R2R ต่อการทำงานเป็นอย่างไร"
  • ประเด็น "ความยั่งยืนของการนำ R2R มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนางานประจำควรเป็นอย่างไร
  • ประเด็น "อุปสรรคของแพทย์วิถีธรรม สมาธิบำบัด และอื่นๆ มาใช้ร่วมในการปรับพฤติกรรมมีอะไรบ้างและแนวทางแก้ไขควรทำอย่างไร
  • ประเด็น "เปรียบเทียบข้อดีของกิจกรรมแพทย์วิถีธรรม สมาธิบำบัด และอื่นๆ เป็นอย่างไร
  • ประเด็น "กิจกรรมที่นำมาใช้ร่วมกับแผนการรักษาของแพทย์ เช่น แพทย์วิถีธรรม SKT และอื่นๆ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่อการทำงานและสุขภาพของผู้ป่วยและคนในชุมชนอย่างไร
และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Share&Learning) ในกลุ่มผู้ป่วย
ข้าพเจ้ามี R2R Facilitator ในพื้นที่ช่วยร่วมกระบวนการสามท่าน คือ พี่แกะ คุณแฟรงค์ และเภสัชกุ้ง
และมี Fa นอกพื้นที่จิตอาสามาช่วยกัน คือ พี่โอ-จากป่าติ้ว และพี่ปัท-จากมหาชนะชัย

เมื่อสกัดเนื้อหาตามประเด็น...สรุปได้ดังนี้

ประเด็น "ผลกระทบเชิงบวกของ R2R ต่อการทำงานเป็นอย่างไร"

ระบบงาน

  • ลดขั้นตอน
  • ความปลอดภัย
  • มีแบบแผนในการทำงาน
  • มีการทบทวนระบบงาน

เครื่องมือ

  • นวัตกรรม
  • นำสิ่งที่มีในชุมชนไปใช้ประโยชน์

ผลต่อประชาชน

  • ความรู้ส่งผลต่อสุขภาพ,ภูมิปัญญา
  • เกิความเชื่อมั่นในระบบสุขภาพ
  • ประชาชนมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพตนเองอย่างหลากหลาย

ด้านงบประมาณ

  • ประหยัด มีประสิทธิภาพ

ด้านบุคลากร

  • สร้างความมั่นใจในการทำงาน
  • ทำงานได้ง่ายขึ้น
  • ทำงานเป็นทีม
  • ปฏิสัมพันธ์ในหน่วยงาน
  • ความภาคภูมิใจ
  • พัฒนาศักยภาพ
  • ความคิดสร้างสรรค์

ด้านวิชาการ

  • เพิ่มความรู้
  • พัฒนากระบวนการทำงาน
  • ต่อยอดความรู้
  • แลกเปลี่ยนเรียนรู้

ชุมชน

  • เกิดเครือข่ายในการทำงาน

ประเด็น "ความยั่งยืนของการนำ R2R มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนางานประจำควรเป็นอย่างไร

  • ง่ายต่อการนำมาใช้
  • มีใจรักในงาน
  • สร้างทัศนคติที่ดีในการทำ R2R
  • นำมาเป็นนโยบาย ทิศทางในการทำงาน พัฒนางาน
  • เห็นว่าเป็นประโยชน์สามารถแก้ปัญหางานได้
  • ทุกคนในหน่วยงานเห็นความสำคัญ
  • การทำงานมีหลักการน่าเชื่อถืออ้างอิงได้
  • แก้ไขปัญหางานประจำให้ทำง่ายขึ้นและมีความสุข
  • มีความต่อเนื่องในการทำงาน
  • ให้เจ้าหน้าที่รู้สึกว่าไม่เป็นภาระเพิ่มขึ้น
  • ทำให้เป็นงานประจำ
  • ลดภาระงานอื่นที่ไม่จำเป็นและเพิ่มงาน R2R เข้ามา
  • เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทำข้อมูล R2R ที่ทำให้ง่ายขึ้น
  • ต้องรู้ถึงกระบวนการ ความรู้และประโยชน์ของการทำ R2R
  • ต้องมีความชำนาญและประสบการณ์ในการทำ
  • ลดกระบวนการทำ R2R เพื่อให้ง่ายขึ้น
  • สามารถประเมินงานที่เราทำ
  • พัฒนาตนเอง งาน เพื่อให้ผลงานน่าเชื่อถือ
  • ผู้บริหารจะต้องให้ความสำคัญทั้งงบประมาณและวิชาการ
  • เพิ่มขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
  • อยากให้มีผู้รับผิดชอบโดยตรงเพื่อแนะนำและส่งเสริม R2R ให้ยั่งยืนในหน่วยงานไม่เปลี่ยนผู้รับผิดชอบบ่อยๆ
  • มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
  • ผล R2R ควรจะสามารถนำมาแก้ปัญหาได้เลยโดยลดบทบาทคำว่าวิจัยลง

....ต่อตอนที่ ๒...





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM & R2R



ความเห็น (0)