หาบ้านให้ใจอยู่

จะภาวนาวิธีไหน หัวใจของการภาวนามีเป้าอยู่ที่..."หาบ้านให้ใจอยู่" .....เมื่อไรใจอยู่บ้าน.....เมื่อนั้นใจจะมอบปัญญาให้เป็นทรัพย์ติดตัว

"พี่ๆ มาเรียนเซ็นด้วยกัน เรียนฟรีพี่" ข้อความจากไลน์หนึ่งโผล่ขึ้นมาบอกกล่าว...คิด คิด คิด...เรียน...ไม่เรียน...เรียน...ไม่เรียน...จะเรียนไปทำไม...แต่ว่าทุกครั้งที่น้องคนนี้ชวนเรียนเซ็น ครูสุดยอดดด...ใจเริ่มเอนเอียง...ไปเรียนก็ดีน่า

๒-๓ วันต่อมา ตัดสินใจ เอ้าไปก็ไป....งั้นวางแผนเดินทาง จัดการเวลาซะซิ....เอาละได้ตั๋วเดินทางแล้ว แค่ยืนยันกลับว่าไปแน่

"พี่ๆ หนูขอโทษ ชวนใครไว้ตั้งหลายคน ไม่มีใครเรียนเลยพี่ หนูเลยขอครูเปลี่ยนเรื่อง ลดเวลาเรียนเหลือ ๓ วันค่ะ"....บ๊ะแหล่ววว...กำลังจะบอกว่าพร้อมเดินทางแล้ว...เปลี่ยนเป็นเรื่องไร(หว่า)....อ๋อ...เคยเข้าเรียนแล้ว พักไว้ก่อนเหอะเรื่องนี้

“งั้นไว้เจอกันในกิจกรรมอื่นนะน้อง” บอกกล่าวกลับไป….”พี่จองตั๋วยังอ่ะ” สัมผัสว่าคนถามร้อนใจ……"ระหว่างวันที่…ถึงวันที่…..พี่อยู่ในกรุงเทพฯ” ตอบไปว่างี้

เช็คอารมณ์ตัวเอง....มีโกรธ มีเคือง มีอารมณ์บ่จอยมั้ย....อืม ไม่มี...มีคลื่นอารมณ์ไรมั่งมั้ย....อืม...มี....ลังเลเล็กๆ.....ยังไงก็เดินทาง....แล้วไงต่อ......นี่ซิ....ความคิดไม่ตกผลึก...นี่ไงที่ก่ออารมณ์ขึ้น

ไหนๆก็ไหนๆ....ในที่สุดตัดสินใจ.....ลองเข้าวัด นอนวัดดูมั่ง...คลิก คลิก คลิก....ถามตัวเองไปพลาง....จะเข้าวัดสไตล์ไหน...คนเยอะๆ มีชื่อเสียง สอนปฏิบัติธรรม ฯลฯ....โฮ้ย เบลอๆ

เริ่มต้นใหม่.....มีเวลา ๑ สัปดาห์ เดินทางไป-กลับแค่กรุงเทพฯ หรือจะเดินทางต่อไปตจว....ถ้าเป็น ตจว.ภาคไหนดี

เงื่อนไขการอยู่...ไม่ยุ่งยากเรื่องหอบเสื่อ หมอน ที่นอน...(ก็ไม่ชอบหอบสัมภาระเยอะๆ)......สอนปฏิบัติภาวนาแบบให้ลงมือทำด้วยตัวเองได้เป็นดีหมด....(ก็ยังอยากรู้ อยากทำเป็น ทำได้ อยากรู้ผลต่างของแต่ละวิธีปฏิบัติ).....ต้นไม้เยอะ(เงื่อนไขนี้สำคัญ).....เดินทางง่าย ใช้เวลาไม่นานมาก(รถตู้ รถทัวร์ รถไฟได้ทั้งน้าน)

เอาละ เลือกวัดแล้ว วัดอยู่แถวบางกรวย พร้อมเดินทาง....วัดมีเงื่อนไข ให้ติดต่อก่อนบ่าย วันเดินทางก็ไปให้ทัน

เท้าเหยียบพื้นเมืองกรุง ๑๐ โมงเศษ ขึ้นรถเมล์สาย A1 ลงป้ายบีทีเอส ต่อแท็กซี่ไปห้างใหญ่ใกล้สะพานซังฮี้ ใช้บริการศูนย์อาหารชั้น ๕ อิ่มแล้วซ้อนมอร์เตอร์ไซด์เข้าไปวัดทันที

โอ๊ะ โอ ไปตามเส้นทางลัดในหมู่บ้าน ทะลุออกมาแถวทางรถไฟ กำลังก่อสร้างทางด่วน ทางรถไฟฟ้าสายใหม่ ถนนมีรถน้อย มีสถานีรถไฟอยู่ใกล้ๆด้วย ใกล้ดีจริง ขากลับน่าจะเดินทางง่ายดี

เข้าเขตวัดก็เห็นพระกำลังฉันเพล มีโยมนั่งกินข้าวในศาลาหลายคน...แวะถามจุดติดต่อ...เขาว่ารอบ่ายให้ติดต่อที่สำนักงาน...เขาว่าคนใหม่เพิ่งมาฝึก ให้อยู่ได้ไม่เกิน ๓ วัน....อยากอยู่ต่อก็ว่ากันใหม่...บ่ายโมงให้รอเจอพระอาจารย์สอนวิธีภาวนา...มีตารางกิจกรรมประจำวันให้....เริ่มตี ๓ ยุติ ๒ ทุ่ม...อืม เอายังไงก็เอา ตั้งใจมาแล้ว

กิจกรรมที่ให้ทำ....ทำวัตรเช้า-เย็น ต่อด้วยภาวนาพร้อมพระอาจารย์.....ฝึกภาวนาเองเช้า-บ่าย รอบละชั่่วโมงครึ่ง....เวลานอกเหนือจากนี้ให้เป็นลูกศิษย์วัด(5555...ไม่เคยหวังว่าจะได้เป็น)

พระอาจารย์สอนวิธีภาวนาแค่ ๕ นาที...เคลื่อนไหวมือ เดินจงกรม...ไม่หลับตาภาวนา ง่วงให้เคลื่อนไหวอะไรก็ได้ ไม่ให้นิ่งๆ...เป้าหมายอยู่ที่...."รู้สึกตัว"

ให้สอบอารมณ์เองด้วย....ภาวนาแล้วเวียนหัว มึนหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดขมับ ปวดตา...เหล่านี้เรียกว่าตั้งใจเกินไป....เมื่อไรเกิดให้ผ่อน มองไปให้ไกลๆ....ความคิดไหลออกมาก็ปล่อยมัน....รู้แค่ว่าคิด ไม่คลุก ไม่เข้าไปในความคิด ทำแค่รู้ตัวว่าเคลื่อนไหวอยู่หรือพักอยู่...... แล้วจะเกิดปัญญา

จะรู้เอง...เรื่องของใครของมัน รู้ไม่เหมือนกัน...ไม่ได้ให้ภาวนาเพื่อเจอนิมิต เจอนิมิตให้รู้ว่ากำลังไปผิดทาง

วันเวลาผ่านไปรวดเร็วจริงๆ....ได้รู้ว่าชีวิตในวัด...ไม่ใช่การปลีกวิเวก....ไม่ใช่การคร่ำเคร่ง...ไม่ใช่การกดดันตัวเองให้เกร็ง...ไม่ใช่การเข้าไปหาความสงบ

ภาวนาไปสลับกับเป็นลูกศิษย์วัดไป....ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้เฒ่า ๓-๔ คน ผู้สูงวัยกว่า ๒-๓ คน ผู้อ่อนวัยกว่า ๓-๔ คน....รู้สึกเสมือนเป็นคนครอบครัวเดียวกัน

แนะนำตัวแค่ชื่อ ไม่บอกอาชีพ ไม่เล่าภูมิหลัง คุยแต่เรื่องปัจจุบัน ไม่ซอกแซกถามเรื่องในวัด.....งานคุณแจ๋ว ยกของหนักๆ ทำของเบา แกะอาหารใส่ภาชนะ เตรียมอาหาร กวาดลานวัด....ได้หยิบจับทำทุกวัน.....งดใช้เครื่องมือสื่อสารจนวันกลับ....ทดสอบอารมณ์ได้ทุกเวลาเมื่ออยู่ท่ามกลางคนหลากวัย หลากความต้องการ

ตัวเบา ใจสบาย....ครบ ๓ วัน ก็ไปขออยู่ต่อ มารู้ตอนใกล้กลับว่า เป็นขวัญใจผู้เฒ่า แม่ชี และพระ จึงได้รับเมตตาให้อยู่ต่อได้ดั่งใจ...ผู้เฒ่าฝากคำก่อนจาก..."จะมาอีกมั๊ย"....แม่ชีถามว่า..."เมื่อไรมาอีก มาอยู่แค่ไม่กี่วันเหมือนกับรู้จักกันมานาน"....คุณยายที่มาร่วมภาวนาบอกว่า..."มาเมื่อไร ชวนด้วย"...ผู้สูงวัยกว่าเปลี่ยนเสียงห้วนสั้นเป็นอ่อนเบา พร้อมรอยยิ้มเมื่อบอกลากัน......ผู้อ่อนวัยกว่าบอกว่า.."ตามรถแท็กซี่ให้ได้นะ"...พระอาจารย์เตือนว่า...เวลาภาวนาอย่าติดสงบ งดติดอยู่นิ่ง...ฯลฯ

ครั้งแรกที่ตั้งใจนอนวัด จนได้อยู่ครบ ๗ วัน ก็ได้เติมความเข้าใจมาอย่างนี้แล :

- ชีวิตมนุษย์ต้องการพื้นที่ซึ่งเสริมให้สามารถแยกความคิด อารมณ์ และร่างกายออกจากกันได้ชัดเจน เป็นพื้นที่ธรรมดาที่มีปัจจัย ๔ เป็นฐานก็พอแล้ว

- ผู้คนกลัวความเงียบ ด้วยความเงียบเหนี่ยวนำให้ความคิดโผล่ปรากฏตัวมากมายไปหมด

- เมื่ออยู่ในความเงียบ ผู้คนจะสามารถแยกแยะการรับรู้ แล้วความคิดบางความคิดก็จะเด่นขึ้น

- ความคิด คือ ชุดข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ เมื่อใจคลิกว่าต้องการใช้งาน ข้อมูลนั้นก็จะปรากฏตัวขึ้นทันที

- อารมณ์ คือ ความคิดที่ปรากฏตัวในรูปแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งถูกดึงออกมาใช้บ่อยๆ เป็นข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้หลังจากมีประสบการณ์เฉพาะอันมีความสัมพันธ์ระหว่างของ ๒ อย่างเกี่ยวข้อง

- การฝึกสติ คือ การฝึกแยกแยะตัวเองออกจากสิ่งแวดล้อม

- รู้สึกตัว คือ เห็นตัวเอง รับรู้ความเป็นตัวเอง รับรู้การกระทำของตัวเอง ทันการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทันการดึงความคิดให้ออกมาปรากฏตัว

- จะภาวนาวิธีไหน หัวใจของการภาวนามีเป้าอยู่ที่..."หาบ้านให้ใจอยู่" .....เมื่อไรใจอยู่บ้าน.....เมื่อนั้นใจจะมอบปัญญาให้เป็นทรัพย์ติดตัว

ขอบคุณคุณน้องที่ชวนเข้ากรุงเทพฯจ้า

๒๕ มกราคม ๒๕๕๙

วันจันทร์ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะแม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน MJ learn



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ดายโรค ดายหญ้า ปลูกสวนปลูกป่า แล้วหันมา ดายกิเลศ ปลูกสติ

สาธุ ครับ