จงอย่าเกี่ยงงานกันมิฉนั้น...

เล่าเรื่องการรักษาคนไข้
ตอน จงอย่าเกี่ยงกัน
“ทำอะไรกันอยู่ นี่มันปาเข้าไปเก้าโมงครึ่งแล้ว เรื่องตรงต่อเวลาหน่ะ รู้จักกันไหม ฉันมารอตั้งนาน”
เป็นคำทักทายของคุณยายวัยแปดสิบแปด เล่นเอาเราต้องรีบกุลีกุจอไขกุญแจเปิดร้าน คุณยายเดินตามเข้ามานั่งรอที่เตียง ยังดีที่ปูผ้าไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เรารีบเอาหมอนออกมาวางจนครบห้าเตียง จากนั้นจัดเสื้อผ้าเตรียมไว้ให้ท่านเปลี่ยน
“มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยนหรือยัง” คุณยายถามห้วนๆ
“แล้วพวกผู้หญิง จะมาเมื่อไหร่”
“เขามากันสายๆ ครับ” เราตอบตามความเป็นจริงเพราะลูกน้องก็มาหลังสิบโมงมานานแล้ว
“อะไรกันนี่ก็สายมากแล้ว ทำไมไม่รู้จักรักษาเวลาบ้าง” ช่างโดนใจเราจริง แต่เหมือนจะขัดใจหมอกบ เพราะเธอรีบเอาอาหารหมาเดินออกไปหน้าวัด “ลุงดูแลคนไข้เลยนะ”
เราก็เข้าใจเพราะถ้าเป็นเคส ที่เหวี่ยงวิน สูงอายุ เด็กเล็กๆ คนไข้ที่เรื้อรัง และผู้ป่วยสาหัส ทุกคนต้องโบ้ยมาให้เราเสมอ
หลังจากซักประวัติ ตรวจคัดกรองโรคเสร็จ เราเชิญคุณยายมาตรวจที่เตียง ผลการตรวจก็ไม่เป็นอะไรมาก แค่ปวดสะโพกลงมาถึงเข่าข้างซ้าย เลยอธิบายวิธีรักษาให้ฟังว่า เราจะนวดขาข้างที่เป็นกดจุดรักษาและนวดหลังสองข้าง คุณยายรีบสวนมาว่า “คราวที่แล้วก็นวดแบบที่หมอบอก ฉันเลยให้เขานวดอีกข้างด้วย สรุปหมดทั้งตัว กลับไปก็ยังเจ็บ”
เราเลยอธิบายแบบใจเย็นๆ “อ๋อทำอย่างนั้นไม่ดีต่อการรักษาจุดที่เจ็บครับคุณยาย เพราะหลังจากที่หมอกดจุดรักษาไปแล้วร่างกายของเราจะยังคงทำงานซ่อมแซมและรักษาตัวเองอยู่ ถ้าเรานวดไปทั่วๆ เขาจะงง ไม่รู้จะต้องไม่ซ่อมอะไรตรงไหนยังไงครับ” คุณยายถึงกลับยิ้มที่มุมปากแบบจะขำก็ไม่ขำรักษาท่าที
ในขณะที่นวดรักษาอยู่ ก็ได้พูดคุยจนทราบว่า ท่านเป็นอาจารย์ สอน อาจารย์ของเราถึงสามคน ท่านสอนวิทยาลัยสองแห่งที่เราจบมา แถมทั้งสองแห่งมีอาจารย์ของเราเป็นศิษย์ท่านด้วย รู้สึกโชคดีที่เราได้รักษาอาจารย์ย่า อาจารย์ยาย เราเริ่มคุยกันถูกคอมากขึ้นเพราะท่านเป็นผู้สูงอายุที่ไม่หลง ความจำดีมาก และยังคงมีความเป็นครูสูงเหมือนเดิม มิน่าตอนท่านดุเรื่อมาสายเราถึงไม่โกรธแถมยังกลัวแบบเด็กๆ ลนลานรีบเปิดร้าน คงเพราะพลังความดุแบบคุณครูสมัยก่อนที่เราเองก็ไม่รู้ทำไมต้องกลัวเหมือนกัน ท่านเล่าว่าวันนี้ตอนเย็นนัดกินข้าวกับลูกศิษย์ แต่ละคนที่ท่านเอ่ยชื่อ ล้วนเกษียณกันหมดแล้ว
การักษาคุณยายเป็นไปด้วยดี นวดไปเช็คอาการไป ระหว่างนั้นก็มีคนไข้เข้ามาเรื่อยๆ แต่มีคนนึงที่เป็นคนไข้เก่าหมอกบซึ่งไม่ทราบไปเรียนรู้ลัทธิอะไรมา ระหว่างที่รักษาก็พูดพรรณนาถึงลัทธิศาสนาที่ตัวเองเรียนรู้มาอย่างไม่หยุดปากเรียกได้ว่าไม่ฟังใคร (น่ารำคาญมาก) แต่เราไม่ใคร่ใส่ใจฟังเท่าไหร่ นึกสงสารหมอกบ คงอึดอัดน่าดู แต่ก็แอบสมน้ำหน้าเพราะชิ่งเคสมีปัญหามาให้เราแก้ ซึ่งโชคดีมากที่คุณยายท่านเข้าใจอะไรง่าย แถมไม่มีปัญหาเลย ที่ท่านดุ เพราะความที่ท่านเป็นครูเก่า เห็นอะไรไม่เข้าท่าก็เตือนเรา ก่อนกลับท่านยังถามเลยว่า “ทำไมมากันสายจัง” เราเลยตอบตามความจริงไปว่า “วันนี้วันพระไปวัดมามัวแต่คุยกับพระอาจารย์จนลืมเวลา” ท่านถามต่อว่า “แล้วเตียงข้างๆ เขาคุยอะไรกัน ยายหูไม่ค่อยดีเลยได้ยินไม่ถนัด” เราเลยตอบแบบให้หมอกบได้ยินด้วยว่า “โชคดีแล้วครับคุณยายที่ไม่ได้ยิน เพราะไม่ใช่เรื่องอะไรของเราเล๊ย” แถมด้วยเสียงหัวเราะ คุณยายยิ้มๆ แล้วขำน้อยก่อนเดินออกไป

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เป็นหมออย่าเกี่ยงงานกัน เพราะ เคยได้ยินไหมหนีเสือปะจระเข้ หน่ะมันมีจริง 5555

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ส่งเสริมสุขภาพ กับ ลุงเสิด



ความเห็น (0)