ปัจจุบันคุณ K ประกอบอาชีพขายวัสดุก่อสร้างและรับซื้อพืชไร่จากที่สัมภาษณ์พบว่าคุณ K เกินในครอบครัวที่ค่อนข้างลำบากจึงทำให้เป็นคนที่มีความอดทนมุ่งมานะโดยครั้งหนึ่งได้ไปทำงานที่บริษัทเกี่ยวกับสิ่งทอผ้าและได้ถูกส่งตัวไปดูงานที่ประเทศไต้หวันระหว่างนั้นต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่มีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่นเพื่อนก็ไม่มีอาหารการกินก็ต้องปรับตัวในหลายๆด้านจนกระทั่งกลับมาที่ไทยทำงานได้ซักพักหนึ่งก็เกิดแนวความคิดที่อยากให้ตนเองมีความก้าวหน้าจึงลาออกและไปรับซื้อพืชไร่จากคำแนะนำของพี่เขยจนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเมื่อมีครอบครัวก็อยากให้ครอบครัวสุขสบายมากขึ้นจึงเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้างร่วมด้วยโดยคุณK กล่าวว่าทีประสบความสำเร็จเพราะ เป็นคนมีความอดทนและเรียนรู้ประสบการณ์จากนายจ้างที่เก่งๆมาใช้ในการประกอบธุรกิจจนประสบความสำเร็จ
นายพงษ์เทพ ธีรกุลเชษฐ์
รหัส 575740202-2 sec.21 Y.16
Theory U (10 ม.ค. 2559)
คุณป้าชื่อ เลียน เกี่ยวกับเรื่องการดำรงชีวิตประจำวัน การทำธุรกิจ คุณป้า เลียน ทำธุรกิจหลายอย่างมาก เป็นคนที่สนใจอะไร ทำอะไรแล้วจะทำให้เต็มที่ สุดความสามารถ โดยการหาความรู้ ศึกษาในสิ่งสิ่งนั้นอย่างละเอียดรอบคอบ ก่อนจึงจะลงมือทำ คาดคะเน ศึกษาความเป็นไปได้ต่างๆก่อน อย่าคิดว่าตัวเรา ทำไม่ได้ อะไรก็แล้วแต่ มันจะทำให้บั่นถอนจิตใจ เราต้องคิดว่าเราทำได้อดทน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมีสติ ค่อยคิดหาวิธีแก้ไขปัญหา ผ่อนคลายความเครียดโดยการไปเที่ยวบ้าง สวดมนต์บ้าง อยู่กับคนในครอบครัว คนที่เรารัก เป็นต้น
ปิ้งอะไร : การทำอะไร ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด อย่าโลเล เมื่อตัดสินใจแล้ว ศึกษาหาข้อมูลให้
ละเอียด
อะไรที่แตกต่างกับเรา : ความโลเลของเราเอง ไม่ค่อยเด็ดเดี่ยว กล้าๆ กลัวๆ คิดกังวล ว่าตนเองทำ
ไม่ได้ ไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง
สิ่งที่จะเพิ่มเติม : เพิ่มความอดทน คิดบวก แม้จะเกิดเรื่องทุกข์ใจ มีสติ แก้ไขปัญหา เรียนรู้ให้เป็น
ประสบการณ์
สร้างสรรค์ร่วมกัน : การสวดมนต์เข้าวัด ทำบุญ ทำสมาธิ ให้ตนเอง มีจิตใจแจ่มใส ไปเที่ยวพักผ่อน
ตามสถานที่ธรรมชาติ
ต้องเขียนเล่ด้วยนะครับ เล่าคร่าวๆ ว่าคู่สนทนาเล่าอะไรให้เราในภาพรวมด้วยครับ
นายชวิศ เอี่ยมจิตติรักษ์ 575740146-6 Y.16 S.21
Theory U
ข้อมูลบุคคลที่ร่วมกิจกรรม : นายA
ก่อนฟัง
เป็นคนที่ชอบเล่นเกมส์ และไม่ค่อยชอบคุยกับคนอื่น
หลังฟัง
เป็นคนช่วยพ่อแม่ขายของและทำงานบ้านตลอด เชื่อฟังคำสั่งอยู่เสมอ เป็นคนหัวไว อย่างเวลาลูกค้ามาซื้อของที่ร้านก็จะคิดเลขบวกเลขในใจ ทอนเงินให้ลูกค้าเลย เป็นคนที่ทำงานคล่องแคล่วว่องไว มีความมุ่งมั่นในชีวิต นายAเล่าว่าสาเหตุที่ชอบนอนตื่นสายมาจาก อ่านหนังตอนกลางคืน และเล่นเกมส์เพื่อผ่อนคลายความประทับใจคือเวลาเรียนก็มีความต้องใจฟังอาจารย์สอนให้มากที่สุด สงสัยอะไรก็จะยกมือทันที
สิ่งที่ได้
มีการวางแผนจัดการในการทำสิ่งต่างๆแต่ละวันได้ดี จัดเวลาได้เหมาะสมในการทำสิ่งต่างๆ
มองตนเอง
สิ่งที่เหมือนกันคือความมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนก็จะผ่านไปให้ได้
สิ่งที่ต้องการพัฒนา
ความรอบคอบในการทำงานต่างๆที่ได้รับมอบหมาย ให้มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่ต้องการรักษา :
ความอดทนในสิ่งที่ได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่
สิ่งที่ต้องการกำจัด
ความกลัวที่ไม่กล้าตัดสินใจ ในการพบลูกค้าใหม่ๆแปลกหน้าในขณะที่ยังไม่ได้ลองทำ
สิ่งที่อยากสร้างสรรค์ร่วมกัน
ไปดูงานต่างประเทศหาธุรกิจใหม่ๆที่น่าสนใจร่วมกันลงทุนที่คาดว่าอนาคต จะทำให้ได้กำไร
นางสาวเมนกา ธนงค์ชัชลี
รหัส 565740149-9 sec.1 Y.15
Theory U
คุณN เกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง ทำงานบ้านเองตั้งแต่ป.1 ชอบเล่นกับเพื่อนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ชอบถาม ชอบคุยกับผู้ใหญ่ ชอบการวาดรูปเป็นชีวิตจิตใจ พอโตขึ้นก็ชอบไปไหนมาไหนคนเดียวตามลำพัง มีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยชอบให้คนอื่นมายุ่งเรื่องส่วนตัว ชอบทำเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น
อะไรควรรักษาไว้ : ตัดสินใจด้วยเหตุผล ไม่ด่วนสรุปโดยปราศจากข้อมูลที่มีที่มาและน่าเชื่อถือ ให้อภัยผู้อื่นที่ปฏิบัติต่อเราไม่ดี มีความเมตตา ไม่อาฆาตแค้นซื่อสัตย์ จงรักภักดิ์ดีต่อผู้มีพระคุณที่ดีเหลือช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อตกทุกข์ได้ยากด้วยความรอบคอบมีความยุติธรรมให้ค่าผู้อื่นเท่าเทียมกัน แชร์ความดีให้เท่าๆกันไม่ลำเอียงชอบท่องเที่ยวไปในสถานที่แปลกใหม่ พบเจอคนหลากหลาย หาประสบการณ์ใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆที่น่าสนใจวางตัวเหมาะสมต่อสังคมคนทุกระดับ อารมณ์ดี ชอบหยอกล้อคนอื่นให้เขายิ้มได้อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ชอบให้ตนเองเป็นจุดเด่นห่วงใยและแบ่งปันเรื่องราวดีๆแก่ผู้อื่นกล้าทำกล้ารับผิดชอบ กล้าในสิ่งที่ควรทำ และกล้าเผชิญหน้ากับปัญหาแล้วทางหาทางออก รอบคอบ จะพูดหรือทำสิ่งใดหลังการคิดและวางแผนที่ดีแล้วมีความรับผิดชอบ รักษาคำพูด พูดแล้วจะพยายามทำให้ดีที่สุดไม่ให้ผู้อื่นผิดหวัง
อะไรควรกำจัด : หากไม่ชอบอะไรแล้ว ก็จะไม่ชอบอยู่อย่างนั้น เช่น วิชาคำนวณ
อะไรควรเพิ่ม : อดทนทำในสิ่งที่ไม่ชอบเพื่อครอบครัว
สร้างสรรค์ร่วมกัน : ทำเกษตรอินทรีย์
น้ำทิพย์ นาคะประเวศ
575740565-6 Sec. 21
Theory U
พี่ชายชื่อ ตั้ม พี่ตั้มมีอาชีพเป็น จิตแพทย์ สิ่งที่พี่ตั้มเล่าคือแนวทางและความมุ่งมั่นตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียนและอุดมการณ์ในการทำงาน ปัจจุบันนี้พี่ตั้มเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวช พี่ตั้มเล่าว่าเมื่อสมัยเด็กๆครบครัวพี่ตั้ม คุณพ่อเป็นผู้ใหญ่โรงเรียนในชนบท ส่วนคุณม่พี่ตั้มมีอาชีพเป็นลูกจ้างประจำสาธารณสุขชุมชนในอำเภอเล็กๆในจังหวัดขอนแก่น ในวัยเด็กพี่ตั้มชอบตามคุณพ่อไปที่ห้องสมุดในตัวอำเภอ ที่นั้นพี่ตั้มมีความสุขมาก พี่ตั้มใช้เวลาทั้งวันในการอ่านหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่า พี่ตั้มเล่าว่าช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่พี่ตั้มมีความสุขมากที่สุด นั้นเพราะพี่ตั้มรักการอ่านเป็นอย่างมาก พี่ตั้มเรียนดีมากได้ทำหน้าที่หัวหน้าชั้นตั้งแต่ประถม 1 จนถึงมัธยม 6 พี่ตั้มยังเล่าอีกว่าพี่ตั้มต้องอ่านหนังสือทบทวนก่อนสอบแต่ละวิชาอย่างน้อยสองรอบ บ้างครั้งพี่ตั้มอ่านไม่ครบตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ พี่ตั้มแก้ไขปัญหานี้ด้วยการแกล้งป่วยและขอหยุดเรียนหนึ่งวันก่อนวันสอบ พี่ตั้มทำอยู่ประมาณ 2-3 ครั้ง จนท่านอาจารย์ประจำชั้นต้องเรียกพี่ตั้มเข้าไปคุย เนื่องจากท่านอาจารย์คงพอจะคาดการณ์ได้ว่าพี่ตั้มไม่ได้ป่วยจริง การกระทำในครั้งนั้นทำให้พี่ตั้มรู้ว่าเป็นการเอาเปรียบเพื่อนคนอื่นจึงเลิกทำแบบนี้ตั้งแต่นั้นมา
พี่ตั้มจบแพทย์ที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่นและสมัครเป็นแพทย์ชนบททำงานในอำเภอห่างไกลความเจริญอยู่หลายปีจึงกลับมาเรียนต่อด้านจิตแพทย์และไต่เต้าจน ขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล และเป้าหมายในชีวิตที่เป็นเปาหมายที่ชัดเจนมาตลอดคือการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของกรม พี่ตั้มเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและค้นพบสิ่งที่ตนเองอยากทำและอยากเป็นมาตั้งแต่เยาว์วัยและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ให้ได้ในสิ่งที่มุ่งหวัง พี่ตั้มยังเป็นที่รักและเคารพของผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และญาติมิตรคนสนิททุกคน เนื่องจากพี่ตั้มเป็นคนที่มี บุคลิกสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน ให้เกรียติผู้อื่น จริงใจและเป็นมิตร
สิ่งที่ค้นพบจากการพูดคุยกับพี่ตั้มคือ พี่ตั้มมความมุมานะพยายามและทำอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่แตกต่างจากตัวเรา คือ เราเป็นคนที่ทำอะไรไม่ต่อเนื่อง ทำเป็นพักๆ และไม่จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ พี่ตั้มเป็นคนคิดก่อนทำ ก่อนพูดและสิ่งที่ทำและตัดสินใจไปเกิดจากการไตร่ตรองพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยเหตุผลต่างๆอย่างดีแล้ว ส่วนเรานั้นทำทุกสิ่งทุกอย่างตามอารมณ์ คิดแล้วพูดทันที บางครั้งพูดไม่คิด เราเป็นคนลุยๆและไม่ค่อยจะถ่อมตน
สิ่งที่คิดว่าต้องแก้ไขหรือเพิ่มเติม คือ อย่างทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นต้องทำอย่างตั้งใจและทำจนสำเร็จ
สิ่งที่คิดว่าจะสร้างสรรค์ร่วมกันคือ เนื่องจากพี่ตั้มมีความรู้เรื่องการแพทย์และเรามีความสนใจเรื่องความสวยความงาม จึงอยากทำคลินิกเสริมความงามร่วมกัน และเราทั้งสองชอบสุนัขเหมี่อนๆกันจึงสนใจทำคลีนิกรักษาสัตว์ด้วย
นางสาวจุฬารัตน์ จันทะอ่อน 575740135-1 sec.21
Theory U
บุคคลที่ร่วมกิจกรรม: พี่ชาย อาชีพ วิศวกร
น.ส อิงบุญ อัคราช 575740281-0 y.16 sec. 21
Theory U
ข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม : น.ส เจ (เพื่อน) อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโท คณะมนุษยศาสตร์ ม.ขอนแก่น
ก่อนฟัง
คิดว่าเพื่อนเป็นคนจริงจังกับชีวิต มีระเบียบ อยู่ในกรอบของครอบครัวอย่างเคร่งครัด ค่อนข้างที่จะเป็นคนเครียดกับชีวิต เชื่อฟังพ่อแม่มาก
หลังฟัง
จากการฟังเรื่องราวของเพื่อน จึงเพิ่งรู้ว่าจริงๆเพื่อนเป็นคนที่ดื้อรั้นกว่าที่คิด สมัยเรียนประถมกับกลุ่มเพื่อนเคยร่วมกันขังเพื่อนไว้ในห้องน้ำ บางเวลาถึงจะดื้อบ้างแต่ก็เป็นคนที่เชื่อฟังพ่อแม่มากเช่นกัน อยู่ในกรอบมาก ใช้ชีวิตแบบเดิมๆทุกวัน ไม่ค่อยได้ทำอะไรใหม่ๆตามใจตัวเองเลย จนกระทั่งมีโอกาสได้ไป Work and Travel ที่สหรัฐอเมริกา มีโอกาสใช้ชีวิตอิสระตามใจตัวเอง จึงทำให้ได้รู้ว่าจริงๆโลกที่ตัวเองเคยใช้ชีวิตอยู่นั้นมันแคบเหลือเกิน และได้รู้ว่าจริงๆแล้วตนเองชอบที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆกับชีวิต
สมัยเรียน ป.ตรี ขี้เกียจมาก หลับในชั้นเรียนบ่อยมาก ไม่สนใจเรียน แต่สุดท้ายก็ยังสามรถเรียนจบ ป.ตรี ภายในเวลา 3 ปีครึ่งได้สำเร็จ เรื่องที่โชคดีในชีวิตคือคือการได้คบแต่เพื่อนดีๆ
เพื่อนเป็นคนปฏิบัติกับคนรอบข้างอย่างเต็มที่ จริงใจและเอาใจใส่กับเพื่อนรอบข้างเสมอ มีอะไรก็ช่วยเหลือไม่หวังผลตอบแทน แต่สำหรับญาติตัวเองเพื่อนก็ทำดีอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน แต่พอทราบทีหลังว่าจริงๆแล้วคนเหล่านั้นไม่มีความจริงใจที่แท้จริงให้ อิจฉา หวังผลประโยชน์ เห็นว่าเพื่อนความเป็นอยู่ดีกว่าก็ชอบอ้อนให้ซื้อของให้ หลังจากได้สิ่งของที่ตนต้องการแล้วกลับเอาเพื่อนไปนินทาลับหลัง ทำให้เพื่อนเกิดความเสียใจและคับแค้นใจ จึงไม่อยากกลับบ้านไปเจอญาติ ไม่อยากเสวนาและไม่อยากทำดีด้วย ถ้าต้องทำดีด้วยก็จะทำด้วยความอยากเอาชนะ อยากทำให้คนที่อิจฉาอยู่แล้วอิจฉาเราให้มากขึ้นไปอีก ยิ่งอิจฉามากเท่าไหร่ยิ่งดี เพื่อลบคำดูถูกต่างๆ
ปิ๊งอะไร
การรู้จักนำเอาคำดูถูกหรือแรงกดดันต่างๆมาเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ความอดทน มีระเบียบ มุมานะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และบทบาทของตัวเอง
สิ่งที่เหมือนกันระหว่างเรากับเพื่อน
แต่ก่อนเราเป็นคนดื้อเหมือนกัน สมัยเรียนขี้เกียจมากแต่ก็ยังสามารถเอาตัวรอดได้จนเรียนจบ ป.ตรี ในเวลา 3 ปีครึ่ง เป็นคนต้องการความจริงใจจากคนรอบข้างสูง เมื่อทำสิ่งดีๆให้ใครมักทำอย่างเต็มที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนขอแค่ความจริงใจ ภูมิใจที่เพื่อนที่มีแต่เพื่อนดีๆ คอยชักจูงเราทำแต่ในสิ่งที่ควร ชอบการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
สิ่งที่แตกต่างระหว่างเรากับเพื่อน
เรามักจะท้อเมื่อเจอปัญหาที่แก้ไขยาก ไม่ค่อยมุมานะ แต่เมื่อเจอปัญหาเราหาความสุขได้ง่ายๆจากสิ่งรอบๆตัว มีความคิดของตัวเองสูงและเป็นอิสระมากกว่าถึงแม้จะยังอยู่ในเส้นที่ครอบครัวกำหนดไว้เหมือนกับเพื่อนก็ตาม เมื่อเราไม่ชอบใครจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับคนนั้น
สิ่งที่ต้องการเพิ่ม
ต้องการเพิ่มความมั่นใจและเชื่อมั่นให้กับตนเองมากขึ้น มุมานะตั้งใจ ทะเยอทะยาน เวลาต้องการอะไรต้องพยายามทำให้สำเร็จ ความตระหนักรู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่
สิ่งที่ต้องการกำจัด
ความขี้เกียจ ท้อถอยง่ายๆ ไม่รับผิดชอบ ไม่ทะเยอทะยาน
สิ่งที่ต้องการรักษาไว้
การต้องการอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆรอบๆตัวตลอดเวลา ความรักอิสระเป็นตัวของตัวเอง การรู้จักเลือกคบเพื่อน
สิ่งที่ควรมีร่วมกัน
ไปเที่ยวด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ พบปะกันบ่อยขึ้น แลกเปลี่ยนความคิดทัศนะคติเพื่อนเปิดโลกทางความคิดมากขึ้น
สวัสดีปีใหม่ค่ะอาจารย์
นายกฤตนนท์ กฤตเวทิน 575740115-7 Y.16 Sec.21
Theory U
ผู้ร่วมสนทนา: พี่ชาย อายุ 27 ปี อาชีพ ธุรกิจส่วนตัว
ก่อนได้คุยกัน: ลักษณะของพี่คนนี้ค่อนข้างจะเป็นคนที่เนียบ แต่งตัวดี คงจะไม่ใช่คนที่ชอบเที่ยว หรือ สังสรรสักเท่าไหร่ น่าจะเป็นคนที่ค่อนข้างเรียนเก่ง(ได้ยินจากเพื่อนๆเล่ามา)
หลังจากได้ฟัง: พี่เค้าได้เล่าถึงเหตุการณ์ในตอนวัยเด็กว่า "ตอนเด็กๆ กูเป็นคนที่ต้องย้ายที่เรียนบ่อย กูไม่ค่อยยุ่งหรือสนใจอะไรมาก วันๆมีแต่เรียน จนกูเข้ามหาลัย สังคมของกูก็เริ่ม เปลี่ยนขึ้นเรื่อยๆ จากที่ไม่เที่ยวก็เริ่มหันมาเที่ยว จนทำให้กูรู้ว่ามันมีอะไรอีกตั้งเยอะ
ที่ในหนังสือไม่มีสอน"
สิ่งที่เหมือนกัน: เป็นคนที่ชอบหาประสบการณ์ใหม่ๆอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนใหม่ๆ ชอบความ ท้าทายในการทำงาน ไม่ชอบอะไรที่ต้องทำซ้ำๆ แบบเดิมอยู่ตลอดเวลา หากมีใคร บอกว่า "ร้านนี้อาหารแปลกดีนะ ไม่ค่อยเหมือนที่ไหน รสชาติก็ดี" ผมก็จะต้องไปลอง ใหได้
สิ่งที่ไม่เหมือน: สิ่งหนึ่งที่ผมกับพี่ไม่เหมือนกันเลยคือ พี่เขาจะเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ว่าจะเป็น หนังสืออะไรก็ตาม ส่วนตัวผมเป็นคนที่ไม่ชอบการอ่านมากๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ประเภทไดก็ตาม หรือแม้กระทั่งโปสเตอร์โฆษะณา
สิ่งที่ต้องเพิ่ม: สิ่งที่อยากจะเพิ่มให้ตัวผมเอง ผมอยากได้ทักษะของการอ่านหนังสือ เพราะมันคงเป็น อย่างเดียวที่ผมพยายามทำแล้วแต่ไม่ได้ผล พยายามอ่านทีไรก็สมาธิก็หลุด ยิ่งพยายามยิ่งง่วงคับ หากมีความมุ่งมั่นในการอ่านเหมือนพี่ผม ผมคงประสบความ สำเร็จ ในด้านการเรียนมากกว่านี้
สิ่งที่ตัดออก: การตัดสินใจที่เร็วเกินไป เพราะตัวผมค่อนข้างจะมีนิสัยคิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว ซึ่งในบาง ครั้งมันก็เป็นเรื่องดี แต่ส่วนมากผลจะออกมาแย่เสมอ ทำให้เสียทั้งเงินทองและเวลา
อยากทำร่วมกัน: อยากไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน โดยเฉพาะอเมริการ เพราะพี่เค้าเล่าให้ฟังว่าที่นั้น สวยมาก ผมอยากไปเล่นหิมะ อยากไปถ่ายรูปกับวิวสวยๆ ถ้าได้ไปด้วยกันคงจะสนุกดี
นายธวัชชัย รหัสนักศึกษา 575740167-8 Y#16 Sec. 21
กิจกรรม Theory U ( 10 ม.ค. 2559 )
ข้อมูลบุคคลที่ร่วมกิจกรรม จากการฟัง คุณ A นามสมมติ ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับ การขายส่ง เส้นก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ซึ่งเป็นคู่ค้ากับทางร้านกว่า 10 ปี ซึ่งคุณ A เป็นบุคคลที่มีการศึกษาที่ดี มีผลการเรียนที่ดี จึงทำให้ผู้ศึกษาอยากจะทราบ ทัศนคติ ความคิด ว่าเป็นอย่างไร
1. ก่อนฟังคิดว่าเขาเป็นคนอย่างไร
เป็นบุคคลที่มีความตั้งใจในการทำงาน อดทน ขยัน มีความนอบน้อมต่อลูกค้า เป็นคนที่มีผลการเรียนที่ดีน่าจะมีความคิดที่เป็นของตัวเอง และมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง
2. ฟังแล้วสรุปว่าเขาเป็นคนอย่างไร
เนื่องจากเขาเกิดในครอบครัวที่ทำการค้าขาย ทำให้เขารู้จักการค้าขายตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และได้ช่วยครอบครัวทำงานตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ทำให้เขาเป็นคนที่มีความขยันและอดทนและไม่เคยอิจฉาเพื่อนคนอื่นที่เขาสบายกว่าตัวเอง เป็นคนที่ยึดมั่นในความดี และปฏิบัติตัวดีตลอดมา มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ยึดหลักธรรมคำสอนมาปฏิบัติและมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นคนที่มีความตั้งใจ มีความกล้าในการที่จะลงมือทำอะไรซักอย่าง และให้ความสนใจในเรื่องข่าวสารความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ
3. สิ่งดีๆที่ได้จากเขา
ความขยัน ความตั้งใจมุมานะ ความอดทน ความกตัญญูต่อพ่อแม่ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่บุคคลอื่นที่ด้อยโอกาสกว่า
4. ความเหมือนระหว่างเรากับเขา
ถึงแม้เราจะเกิดในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ พ่อแม่อย่าร้างกัน แต่เรามีความมุ่งมานะในการเป็นคนดี ตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตที่ดี มีความใฝ่รู้อยากเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ และมีความตั้งใจที่จะทำให้ครอบครัวมีความความสุข
5. ความต่างระหว่างเรากับเขา
เขาจะเป็นคนที่มีความนอบน้อม กล้าพูดกล้าทำมากกว่าเรา
6. สิ่งที่อยากเก็บไว้
ความตั้งใจ ความขยันอดทน
7. สิ่งที่อยากกำจัดออก
ความกลัวในการก้าวไปเจอสิ่งใหม่ ความกลัวในการเปลี่ยนแปลง
8. สิ่งที่จะสร้างสรรค์ร่วมกัน
การร่วมมือในธุรกิจ การปรึกษาเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจในแต่ละท้องที่ ที่เขาทำการไปส่งสินค้าแก่ลูกค้า ซึ่งเขามีโอกาสที่จะได้สัมผัสรับรู้เรื่องราวมากกว่าเรา และแลกเปลี่ยนความคิดกัน
นายวรพันธ์ พลรักษา 575740102-6 Y.16 Sec.21
คู่สนทนา: น้อง ภ. อายุ 25 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น
ก่อนฟัง
จากที่เห็นน้องครั้งแรกน่าจะเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องเรียนและเรื่องงาน มาเรียนแต่ละครั้งเหมือนคนเมาตลอดเวลา เวลาเรียนแต่ละครั้งไม่คุยกับเพื่อนก็นอนหลับบ้าง
หลังฟัง
น้อง ภ. ได่เล่าประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ตอนจบมหาลัยใหม่ๆ ซึ่งตอนจบมาใหม่ๆนั้น ได้เข้าทำงานเป็นลูกจ้างของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง ซึ่งต่อมาก็ได้ลาออกเพราะรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ตัวตน หลังจากนั้นน้องก็หันมาประกอบธุรกิจหลายอย่าง เช่น ขายกับแกล้มที่ลานเบียร์ ขายขนมวาฟเฟิล ทำเสื้อสกรีน เปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งในแต่ละอย่างที่น้องทำ มีทั้งดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ปัจจัยที่ส่งผลกระทบก็มาจากหลายๆสาเหตุ ทำให้น้องต้องเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นเรื่อยๆ
สิ่งที่เหมือนกัน
น้อง ภ. จะเป็นคนชอบเล่นกีฬาและดนตรีเหมือนกัน หลังจากได้สนทนาและรู้จักกัน ก็ได้มีโอกาสได้ฟังดนตรีและเล่นกีฬากับน้อง ซึ่งเป็นคนละอย่างกับที่คิดไว้ตอนแรกเลย และอีกอย่างที่ค่อนข้างเหมือนกันก็คือ การชอบเดินทาง หรือเที่ยวต่างจังหวัด
สิ่งที่แตกต่างกัน
น้อง ภ. กับผมจะแตกต่างกันอยู่หนึ่งอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เรื่องของสมาธิ ผมจะเป็นคนที่ทำอะไรที่ละอย่าง สมาธิค่อนข้างจะจดจ่อกับสิ่งที่ทำ หากไม่สำเร็จไปทีละอย่างก็จะไม่ทำสิ่งใหม่ ส่วนในตัวของน้องหากสนใจสิ่งใดก็จะลุยทำ แต่หากมีอะไรมากวนใจนิดเดียวก็จะเบี่ยงประเด็นไปที่สิ่งนั้นทันที
สิ่งที่ต้องเพิ่ม
อยากจะเพิ่มเติมในส่วนของความร่าเลิงให้กับตนเอง เพราะจากทำงานที่ต้องคุมลูกน้องหลายๆคน การวางตัวก็ค่อนข้างเป็นเรื่องสำคัญ บางครั้งก็จริงจังกับงานมากเกินไป ทำใ้บรรยากาศในการทำงานค่อนข้างตรึงเครียด หากได้สกิลความร่าเริงของน้องมาผสมด้วย คงทำให้ลูกน้องผ่อนคลายได้มากกว่านี้
สิ่งที่ต้องตัดออก
สิ่งที่อยากจะตัดออกคือ การวางตัวที่นิ่งเกินไป บางครั้งทำให้การเข้าหาของผู้อื่นเป็นไปได้ยาก อาจจะเพราะลุ๊คของผมเองด้วย หากตัดในส่วนนี้ออกได้น่าจะเป็นผลดีในการบริหารคน เพราะจะทำให้ลูกน้องหรือเพื่อนกล้าเข้ามาปรึกษาเราได้มากกว่านี้
สิ่งที่อยากทำร่วมกัน
สิ่งที่อยากทำร่วมกันกับน้องคือ ขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด ขอแนวแบบธรรมชาติ อากาศดีๆ เพราะเคยเห็นที่น้องเค้าถ่ายรูปมาให้ดู มันช่างน่าสนใจมากๆ หากมีโอกาสก็อยากจะไปด้วยกันครับ
ขอบคุณครับ
นางสาวอชิรญาณ์ แต่งวัฒนานุกูล รหัส 575740265-8 Sec.21 Y.16
Theory U
คู่สนทนา: พี่ชาย ประกอบธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค อายุ 29 ปี
ตอนเด็กๆเขาเป็นเด็กเรียนดีสอบได้ที่หนึ่งมาตลอด กระทั่งเขาย้ายมาเรียนที่โรงเรียนประจำจังหวัดอยู่บ้านกับพี่ชายลำพัง 2 คน เขาคบเพื่อนเกเร หนีเที่ยว ขาดเรียน ผลการเรียนตกต่ำ ติดศูนย์ถึง 9 วิชา จนแก้ไม่ไหวลาออก หลังจากที่ลาออกมาทำให้เขาคิดได้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะดื้อ อนาคตก็ไม่มี เพื่อนก็เลิกคบ จึงขอแม่กลับไปเรียนจนจบปริญญา ปัจจุบันแต่งงานมีครอบครัว ดูแลพนักงานเกือบ 200 คน เขาเล่าว่าอดีตสอนให้เขาเข้าใจคนอื่นมาขึ้น เพราะเขาเคยไปจุดต่ำสุดมาแล้ว ทำให้เขาอดทนและมีสติเชื่อว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้น มักมีทางออกเสมอ และพยายามพัฒนางาน พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เขาเล่าว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็ไม่เสียใจกับเรื่องที่เคยทำตัวแย่ในอดีต เพราะเราย้อนเวลาไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด คิดบวกเข้าไว้สิ่งดีๆจะตามมาเองทำให้ดีที่สุดก็พอ
1.สมมุติฐานเดิมที่มีต่อนายวิทวัส
เป็นคนสนุกสนานเฮฮา พูดเก่ง เข้ากับผู้อื่นได้ดี
2.ปิ๊งอะไร
ต้องมีสติ อย่ามัวยึดติดกับอดีต แต่อดีตมีให้เราเรียนรู้ ให้อยู่กับปัจจุบันและทำให้ดีที่สุด
3.จุดร่วม จุดต่าง
จุดร่วม มีความอดทน
จุดต่าง ความกล้า นอกกรอบ
พัฒนา: ความคิดเชิงบวก
รักษา: ความกล้า นอกกรอบ
กำจัด: ความวิตกกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดมากเกินไป
4.สร้างสรรค์ร่วมกัน
ชอบท่องเที่ยวและช้อบปิ้งเหมือนกัน อยากไปประเทศจีนด้วยกัน จะได้หาสินค้าแปลกๆใหม่ๆมาขาย(นำเข้าสินค้าจากจีน)
บุญญารักษ์ เมืองกระโทก Y#16
575740187-2 Sec.21
Theory U
คู่สนทนา: คุณลุงอายุ 60 ปี
สิ่งที่ได้จากการฟัง: คุณลุงเล่าถึงตอนเด็กว่า คุณลุงเป็นพี่ชายคนโต มีน้องสาวและน้องชายรวมทั้งหมด 6 คน ตอนเด็กๆ ต้องช่วยพ่อกับแม่ดูแลน้อง ต้องดูแลรับผิดชอบงานบ้านแทนน้อง คุณลุงเป็นคนที่ขยันมาก ตั้งใจเรียนหนังสือ ตอนเด็กมีความฝันว่าอยากเป็นตำรวจจึงมีความมุมานะ จนสอบเข้าเป็นข้าราชการตำรวจ และได้ไปทำงานอยู่ที่ภาคใต้ คุณลุงเป็นคนที่อัธยาศัยดี เป็นคนสนุกสนาน ชอบช่วยเหลือคน เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ จึงทำให้คุณลุงเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน เป็นคนที่เวลาตั้งใจที่จะทำอะไร จะตั้งใจทำสิ่งนั้น และจะลงมือทำทันที ไม่มีการผลัดวันประกันพรุ่ง คุณลุงชอบดูแลเอาใจใส่คนรอบข้างและคนในครอบครัวคุณลุงจะชอบมีข้อคิดดีๆหรือมีเรื่องเล่าที่เป็นประโยชน์มาเล่าให้คนรอบข้างฟัง กิจกรรมยามว่างที่คุณลุงชอบมากคือ การดูแลต้นไม้ ดอกไม้ซึ่งทุกต้นคุณลุงลงมือปลูกเองทั้งหมด คุณลุงบอกว่าต้นไม้ ดอกไม้ ก็เหมือนกับคนในครอบครัว เราต้องรักและดูแลเอาใจใส่ และเขาก็จะให้สิ่งที่ดีกับเราตอบแทนมานั่นก็คือ ความร่มรื่นและความสวยงาม ถ้าคุณลุงรู้สึกไม่สบายใจก็จะใช้เวลาอยู่กับต้นไม้ ดอกไม้สักพัก ความไม่สบายใจต่างๆก็จะหายไป
ความประทับใจ: ชอบที่คุณลุงเป็นคนที่มีความตั้งใจ ถ้าจะทำอะไรจะตั้งใจทำ ลงมือทำเดี๋ยวนั้น ไม่มีการผลัดวันประกันพรุ่ง เป็นคนชอบช่วยเหลือคน ชอบดูแลเอาใจใส่คนรอบข้างและคนในครอบ ครัว เป็นคนมีความรับผิดชอบ จึงทำให้คุณลุงเป็นที่รักของทุกคน
มองตัวเอง : สิ่งที่มีความเหมือนกัน คือ เป็นคนสนุกสนาน อัธยาศัยดี เอาใจใส่คนรอบข้างและคนในครอบครัว สิ่งที่ต่างกัน คือ เป็นคนชอบผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่ลงมือทำตอนนั้น จะผลัดวันไปเรื่อยๆ ถ้าใกล้กำหนดส่งจึงค่อยลงมือทำ
สิ่งที่ต้องการเพิ่ม :ความขยัน ความตั้งใจ และต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบให้มากขึ้น ต้องคิดก่อนทำ ต้องมีการวางแผนก่อนจะลงมือทำอะไร
สิ่งที่ต้องการลด: ความขี้เกียจ ความไม่กล้าแสดงออก
สิ่งที่ต้องรักษา: การเป็นคนอัธยาศัยดี สนุกสนาน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่น มองโลกในแง่ดี
สิ่งที่อยากทำร่วมกัน: อยากทำสวนที่ปลูกทั้งผัก ผลไม้ ดอกไม้และเปิดสวนให้คนภายนอกเข้าชม
นางสาวอาทิตา รหัส 575740105-0 Y.16 sec.21
กิจกรรม Theory U ( 10 ม.ค. 2559 )
ข้อมูลบุคคลที่ร่วมกิจกรรม : คุณ K
ปัจจุบันคุณ K ประกอบอาชีพขายวัสดุก่อสร้างและรับซื้อพืชไร่จากที่สัมภาษณ์พบว่าคุณ K เกินในครอบครัวที่ค่อนข้างลำบากจึงทำให้เป็นคนที่มีความอดทนมุ่งมานะโดยครั้งหนึ่งได้ไปทำงานที่บริษัทเกี่ยวกับสิ่งทอผ้าและได้ถูกส่งตัวไปดูงานที่ประเทศไต้หวันระหว่างนั้นต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่มีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่นเพื่อนก็ไม่มีอาหารการกินก็ต้องปรับตัวในหลายๆด้านจนกระทั่งกลับมาที่ไทยทำงานได้ซักพักหนึ่งก็เกิดแนวความคิดที่อยากให้ตนเองมีความก้าวหน้าจึงลาออกและไปรับซื้อพืชไร่จากคำแนะนำของพี่เขยจนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเมื่อมีครอบครัวก็อยากให้ครอบครัวสุขสบายมากขึ้นจึงเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้างร่วมด้วยโดยคุณK กล่าวว่าทีประสบความสำเร็จเพราะ เป็นคนมีความอดทนและเรียนรู้ประสบการณ์จากนายจ้างที่เก่งๆมาใช้ในการประกอบธุรกิจจนประสบความสำเร็จ
1. ก่อนฟังคิดว่าเขาเป็นคนอย่างไร
เดิมคิดว่าคุณKเป็นคนที่ใจร้อนกล้าได้กล้าเสียมีความเป็นผู้นำมีความอดทน
2. ฟังแล้วสรุปว่าเขาเป็นคนอย่างไร
พบว่าคุณKเป็นคนที่ค่อนข้างคิดมากมีเหตุมีผลคิดถึงอนาคตของตนเองและครอบครัวอยู่เสมอพยายามทำชีวิตปัจจุบันให้ดีขึ้นเป็นคนที่กลัวในสิ่งต่างๆที่ยังไม่เกิดขึ้นเพื่อหาวิธีป้องกันไว้ล่วงหน้า
3. สิ่งดีๆที่ได้จากเขา
เป็นคนที่มีความขยันอดทนนำเอาประสบการณ์ในอดีตมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้เกิดความก้าวหน้าเรียนรู้ประสบการณ์จากคนที่ประสบความสำเร็จมีความเห็นอกเห็นใจลูกน้อง
4. ความเหมือนระหว่างเรากับเขา
เป็นคนที่รักครอบครัวเหมือนกันนำเอาประสบการณ์ในอดีตมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและมีความต้องการความก้าวหน้าในอาชีพ
5. ความต่างระหว่างเรากับเขา
คุณKจะมีความขยันอดทนในการทำงานมากกว่าและไม่สนใจคำนินทาจากคนรอบข้างซึ่งข้าพเจ้ามักจะเก็บคำพูดเหล่านี้มาคิด
6. สิ่งที่อยากเก็บไว้
ความรักครอบครัวและความต้องการความก้าวหน้าในอาชีพ
7. สิ่งที่อยากกำจัดออก
ความขี้เกียจไม่อดทนชอบคิดมากกับคำพูดของคนอื่น
8. สิ่งที่จะสร้างสรรค์ร่วมกัน
ขอคำแนะนำวิธีการดำเนินชีวิตเพื่อให้ประสบความสำเร็จเหมือนคุณK
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา ดิฉันได้เรียนวิชา AI ในคาบเรียนมีการให้ทำแบบฝึกหัดโดย กติกามีอยู่ว่า 1. จับคู่ ชาย-หญิง 2. ให้ 1 คน พูดเรื่องอะไรก็ได้ ภายในเวลา 30 นาที โดยให้อีกคนเป็นคนรับฟังอย่างเดียว โดยไม่มีข้อเสนอแนะ หรือ ข้อกล่าวหาใดใด 3. และทำสลับกัน 4. เมื่อพูดจบ ให้วิเคราะห์ โดย อันดับแรก เราเจอกันก่อนที่เราจะคุย เขาเป็นคนอย่างไร พอเมื่อคุยกับเขาจบ คุณรู้สึกประทับใจอะไรในตัวเขา อันดับสาม คุณอยากกำจัดอะไรออกจากตัวคุณ อันดับสี่ คุณอยากทำอะไรร่วมกับเขา เมื่อได้คุยกับเขาจบ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมแรก และเป็นสิ่งแรกที่เคยทำ เพราะดิฉันไม่เคยพูดให้ใครฟังนานนานถึง 30 นาที ซึ่งพูดไม่ถึง 1 นาที คนฟังก็แย้งแล้ว ซึ่งครั้งแรกได้ร่วมกิจกรรมนี้ และ ดร. ภิญโญ รัตนาพันธุ์ ก็มีการบ้านให้ไปทำ โดยให้ไปจับคู่และพูดถึง 30 นาที โดยจับคู่ใครก็ได้ เช่น พ่อ แม่ แฟน เป็นต้น ซึ่งดิฉันก็ได้จับคู่กับ แฟน โดยให้แฟนพูดก่อน 30 นาที
ใช้ในนามแฝงแฟนว่า เฮีย โดยเฮียเป็นคนพูดก่อน ซึ่งเฮียก็เริ่มพูดว่า เมื่อสมัยตอนเฮียเป็นเด็กเกิดมาเป็นลูกคนแรก เป็นหลานคนโต พ่อแม่ ตา ยาย น้า ก็มาประคบประหงมเอาใจเพราะเป็นเด็กคนเดียวในบ้าน อยากได้อะไรก็ได้ แต่มีนิสัยแปลกๆ อย่างหนึ่งคือ ถ้าอยากได้อะไรแล้วขอเกิน 3 ครั้งแล้วไม่ได้ จะไม่ขออีก ต่อให้ใครก็ช่างจะเอาสิ่งที่อยากได้ หรือสิ่งที่เคยขอมาให้จะไม่เอาเด็ดขาด แล้วมีความคิด ความพยายามที่จะอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ พยายามช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เด็ก โดยทั่วไปแล้วคิดว่า ถ้าเด็กที่โดนเอาใจ หรือโดนตามใจมาตลอด 10 ปี น่าจะเป็นคนเอาแต่ใจทำอะไรเองไม่ค่อยเป็น แต่เฮียคิดตลอดตั้งแต่เด็กว่า จะทำอะไรด้วยตัวเองให้ได้ พยายามลงมือเอง 7 ขวบเริ่มหัดทำงานบ้าน 10 ขวบทุกอย่างในบ้านทำเป็นทุกอย่าง ตั้งแต่ล้างจาน ทำกับข้าวห่อไปกินเองตอนเที่ยงที่โรงเรียน ซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน รีดผ้า และตอนนี้ ก็มีน้องชายเกิดขึ้นมา ทำให้เลี้ยงเด็กตัวเล็กๆเป็น เอาเป็นว่าศรีเรือนมากๆ ผู้หญิงสมัยนี้ยังหาคนทำแบบเฮียไม่ได้เลย เฮียบอกว่า เคยโดนเพื่อนพ่อแซวว่าเป็นลูกสาวคนโต พ่อกับแม่ ก็แซวว่า ถ้าจะแต่งงานให้สะใภ้มาขอนะ ฮ่าๆๆๆ แต่ภาพลักษณ์ภายนอกดูไม่ใช่แบบนั้นเลย หลายคนบอกว่าเป็นเหมือนพวกติดเกม หลายคนบอกว่าไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นแบบนี้ บางคนบอกว่าเอ็งเป็นเกย์ป่าววะ แหม…. แต่ละคน มองกันดีๆ ไม่ได้เลย ตอน 10 ขวบ ช่วงนั้นเป็นช่วงเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ที่เรียกว่าต้มยำกุ้ง ที่บ้านก็เลยหารายได้พิเศษโดยการขายน้ำอ้อย เด็กอายุ 10 ขวบ ตัดอ้อยปลอกอ้อย ขายของอยู่ข้างถนนทุกวันหลังเลิกเรียน และทุกวันเสาร์ อาทิตย์ ขายทั้งวัน มันก็เลยทำให้มีความคิดแบบผู้ใหญ่ๆ เกินตัวไปหน่อย เมื่อเทียบกับเด็กอายุเท่ากัน น่าแปลก พอมามองย้อนดูเด็ก 10 ขวบสมัยนี้ แล้วนึกภาพตัวเองขายน้ำอ้อยไม่ออกเลย ป.4 ขายน้ำอ้อย แต่ก็ไม่ได้ขายเฉยๆ มีค่าแรงด้วย ได้วันละร้อย ก็เก็บเงินค่าแรงมาจ่ายค่าเรียนพิเศษตอนเย็นเอง สมัยเดือนละ 300 ก็จ่ายเอง ไม่เคยขอเงินพ่อแม่มาจ่ายค่าเรียนพิเศษ จ่ายเองทั้งนั้น ณ เวลานั้น ภูมิใจมาก ที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งที่ขณะนั้น อายุแค่ 10 – 12 ปี เท่านั้น เป็นหมดอ่ะ เลี้ยงเด็กก็เป็น ทุกวันนี้ เลี้ยงมากับมืออ่ะ 3 คน ตั้งแต่คลอดลืมตามาบนโลก จนทุกวันนี้ยังต้องวิ่งไปรับส่งเรียนพิเศษ…. มีน้องหรือมีลูกก็ไม่รู้
วิเคราะห์ ดูตอนแรกเป็นคนเจ้าชู้ ไม่เอาการเอางาน ดูเหมือนเด็กติดเกม แต่พอได้คุย แล้วประทับใจมากที่สุดคือ เป็นคนกล้าทำมาหากินตั้งแต่เด็ก ยอมเสียสละเวลาวัยเด็ก คืออายุ 10 ขวบ ก็แค่วิ่งเล่น ไล่จับกัน แต่ต้องมารับผิดชอบขายน้ำอ้อย ทำมาหากินโดยไม่อาย มารับผิดชอบเลี้ยงน้องน้อง และจะทำอะไรจะนึกถึงครอบครัวมาอันดับแรก สิ่งที่ตัวเราอยากกำจัดคือ การนึกถึงอะไรเราจะไม่ค่อยนึกถึงครอบครัวเป็นอันดับแรก ซึ่งในตรงนี้เราไม่มี เราก็เลยอยากที่จะกำจัดออก อะไรที่อยากทำร่วมกัน การทำธุรกิจ ซึ่งในส่วนตรงนี้เราคิดว่าเขาไม่อายทำกิน ไม่หมิ่นเงินน้อย ไม่คอยวาสนา อยากได้อะไรเขาจะต้องแลกเหงื่อเพื่อให้ได้มันมา
ส่วนในเรื่องของเราพูด เราเรียนจบปริญญาตรีมาก็ทำงานเลยไม่ได้พัก อันดับแรกที่อยากทำเพราะสมัยเราเรียนมัธยมปลาย เราขี้ดื้อมาก ชนิดว่าต้องใช้ไม้เรียวตีกันเลย สมัยมัธยมเป็นสมัยที่เรียนไม่เก่ง ขั้นไม่อ่านหนังสือก่อนสอบ ติดเพื่อน ชอบกิจกรรม ชอบหนีเรียน ชอบหนีออกนอกโรงเรียน เลยทำให้เราได้เกรดน้อย และเราก็ไม่รู้ว่า โตขึ้นเราอยากเป็นอะไร พ่อส่งให้ไปเรียนซัมเมอร์ที่ขอนแก่น ก็หนีเรียนไม่เข้าไปเที่ยว เหมือนเราอยู่ในกรอบมาก พอเราออกนอกกรอบเราก็เลยสนุกกับมัน เราคิดว่าชีวิตในช่วงเวลานี้สนุกมาก ไม่ต้องหาเงิน ไม่ต้องคิดอะไร เที่ยว พ่อก็โอนเงินมาให้ใช้ แต่พอเมื่อได้สอบเข้าเรียนที่ มหาลัยแห่งหนึ่ง ก้าวแรกที่เลือกที่นี้ เพราะคิดว่ายังไงเราก็เรียนจบ เพราะไม่เจริญ ถนนดินแดง ไม่สิ่งล่อตาล่อใจเรามาก เราจึงตัดสินใจเรียนที่นี้ พอพ่อกับป้ามาส่งเข้าหอวันแรก อันดับแรกเราร้องไห้ เพราะเราเหงา เรากลัว กลัวในที่ที่ไม่รู้จักใคร กลัวว่าคุยกับเพื่อนเพื่อนจะไม่คุยด้วย เพราะสมัยมัธยมเราคุยแต่กับเพื่อนในกลุ่ม คนอื่นไม่สนิทเราก็ไม่คุยด้วย พอเราได้เข้าไปร่วมกิจกรรมก็ยังเหงาๆ คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อ คิดถึงป้า คิดถึงเพื่อน และเป็นอีกคืนที่ร้องไห้ ในส่วนเรื่องเรียนก็ไม่เท่าไหร่ เพราะบ้ากิจกรรมของมหาลัยอยู่ แต่เพิ่มเติมคือการอ่านหนังสือก่อนสอบ และพอปิดเทอมแรกก็กลับบ้าน ที่บ้านเราเป็นครอบครัวใหญ่มาก ก็เลยมีน้าอีกคนที่มีลูกในวัยเรียนเหมือนกันกับเรา ซึ่งน้าก็ได้ถามเรื่องเกรดเรียนว่าได้เท่าไหร่ซึ่งตอนนั้นเราได้เกรดน้อยกว่าลูกของน้า และเราก็ได้พูดกับป้าว่า เราเรียนคณะนี้สามารถเรียนจบภายในสามปีครึ่งได้ ซึ่งน้าได้ยินก็พูดขึ้นว่าเราจบมาสามปีครึ่งเราจะจบได้หรอ จบมาแล้วจะได้งานอะไรทำ จบมาใครเขาจะรับ จบก่อน ซึ่งเราเป็นคนมองโลกในแง่ดีเราไม่ได้คิดอะไรในตอนแรก แต่พอเรามานั่งนึกได้ เอ้าดูถูกเราหนะนิ มันเลยทำให้เรามีแรง มีความพยายามในการตั้งใจเรียนมากขึ้น ซึ่งตอนนั้นเหนื่อยมาก มาก ถึง มากที่สุดเพราะเราเป็นคนอ่านหนังสือไม่เป็น สมาธิสั้น เราเข้าไปอ่านวิธีเรียนเก่ง ต่างๆ นานา หลายวิธีมากที่เราใช้ เราได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ช่วงนั้นหมกหมุนในการตั้งใจเรียนมาก จนกิจกรรมไม่เอา จะเรียน จะเรียนอย่างเดียว โดยที่เราข้าวปลาไม่ค่อยกิน เพราะเราจะต้องชนะ เราจะต้องได้เกรดเยอะๆ เราต้องอ่านหนังสือเป็น นอนดึก ตื่นเช้า นอนดึก ตื่นเช้ามาเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งเราก็ทำสำเร็จ เราได้คะแนนจากห่างแถว มาติดอันดับที่ 1 และ 2 ในหลายวิชา ซึ่งคะแนนที่ได้มากกว่า เกียรตินิยมที่หนึ่ง ในแต่ละวิชา ซึ่งเราดีใจมาก เราพยายามทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เคยเรียนวิชาการค้าระหว่างประเทศแล้วโดนด่าต่อหน้าห้อง แบบอาย คือเราไม่รู้เรื่องและมันเป็นวิชาที่ยากมาก ตั้งแต่วันนั้นเรากลับไปห้องอ่าน อ่าน อ่าน และอ่าน จนในที่สุดเราก็ได้ TOP ของห้อง การที่เราทำในทุกวันมันทำให้เราได้ คติประจำใจว่า ขยันได้นะขยัน แต่ขยันให้มีวินัยมันยากกว่า และเราก็เรียนจบ สามปีครึ่งจนได้ และเป็นอีกเหตุผลที่เราจบมาไม่ถึง 5 วันเราก็ได้งานทำเลยพอเราเข้ามาทำงานธนาคารซึ่งมันทำให้เรากล้าพูด กล้าคุยกับคนที่รู้จัก โดยบางคนไม่เคยคุยกันมาก่อนพอเรามาคุย เริ่มคุยเหมือนเรารู้จักกันมา 10 กว่าปี ไม่อายที่จะเป็นคนเริ่มทักก่อน และมันทำให้เรามีสมาธิเพิ่มขึ้น และทำอะไรหลายหลายอย่างพร้อมกัน ซึ่งตรงนี้พนักงานธนาคารจะรู้ซึ้ง และมีความพยายามในการทำเป้าให้สำเร็จ ลุย เดินออกขายประกัน ตามหมู่บ้าน หมาไล่บ้าง ลูกค้าไล่บ้าง แต่เราก็ไม่หยุด ยังคงวิ่งตามหาเป้าหมาย และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเรา ทำในส่วนตรงนี้ทำให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น ทำให้เราโตขึ้น ยิ่งไปอยู่สาขาใหญ่ขึ้น งานเยอะ ลูกค้าเยอะ เป้าเยอะ ทำให้เราต้องรับผิดชอบมากขึ้น วิเคราะห์ ครั้งแรกที่ได้เห็น มีความรู้สึกว่าน้องคนนี้ ดูตลกๆดี ดูน่าจะไม่ค่อยเรียบร้อยมากนัก ดูแล้วน่าจะแก่นๆ แต่คิดว่าเรื่องเรียนน่าจะใช้ได้ เพราะโดยมากผู้หญิงมักจะเรียนดีกว่าผู้ชาย แต่พอได้คุยกันมารู้จักกลับพบว่า เป็นคนที่มีความพยายามสูงมาก มีความรับผิดชอบ และมีการตั้งความหวังไว้สูงมากในระดับหนึ่ง เป็นคนที่คิดจะทำอะไรก็จะทำอย่างตั้งใจ แต่ถ้าผลมันไม่ได้อย่างที่หวังก็จะหงุดหงิดตัวเอง วิธีแก้ไขก็แค่ปล่อยให้อยู่กับตัวเองซัก 3-4 ชั่วโมง เดี๋ยวก็ดีขึ้น แล้วค่อยพูดปลอบ ให้กำลังใจไป เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ มีความมุ่งมั่ยตั้งใจ และความพยายามสูงมาก สิ่งที่ตัวเราอยากจะกำจัดคือความมุ่งมั่นที่น้อยไป โดยอยากได้ความพยายาม ความรับผิดชอบ มาปรับใช้กับตัวเอง สิ่งที่อยากร่วมทำด้วย อยากร่วมธุรกิจที่เป็นคล้าย เพราะดูแล้วข้อดี ข้อด้อยเมื่อมารวมกันแล้วมันลงตัวพอดี เค้ามีความรับผิดชอบ มีความมุ่งมั่น ซึ่งทดแทนสิ่งที่เราขาดไปได้อย่างดี
กิจกรรม Theory U ( 10 ม.ค. 2559 )
ข้อมูลบุคคลที่ร่วมกิจกรรม : เฮีย
ก่อนฟัง : ความเชื่อเดิม ฉันคิดว่า เฮียเป็นคนเจ้าชู้ ไม่เอาการเอางาน ดูเหมือนเด็กติดเกม และไม่มีความรับผิดชอบ
หลังฟัง : ประทับใจมากที่สุดคือ เป็นคนกล้าทำมาหากินตั้งแต่เด็ก ยอมเสียสละเวลาวัยเด็ก คืออายุ 10 ขวบ ก็แค่วิ่งเล่น ไล่จับกัน แต่ต้องมารับผิดชอบขายน้ำอ้อย ทำมาหากินโดยไม่อาย มารับผิดชอบเลี้ยงน้องน้อง และจะทำอะไรจะนึกถึงครอบครัวมาอันดับแรก สิ่งที่ตัวเราอยากกำจัดคือ การนึกถึงอะไรเราจะไม่ค่อยนึกถึงครอบครัวเป็นอันดับแรก ซึ่งในตรงนี้เราไม่มี เราก็เลยอยากที่จะกำจัดออก อะไรที่อยากทำร่วมกัน การทำธุรกิจ ซึ่งในส่วนตรงนี้เราคิดว่าเขาไม่อายทำกิน ไม่หมิ่นเงินน้อย ไม่คอยวาสนา อยากได้อะไรเขาจะต้องแลกเหงื่อเพื่อให้ได้มันมา
สิ่งที่เหมือนกันกับตัวเอง : เป็นคนที่ไม่อายทำมาหากิน งานหนักก็เอา ไม่หมิ่นเงินน้อย เวลาไปโรงเรียนก็ชอบห่อข้าวไปกินที่โรงเรียน ตรงนี้ที่ไม่อายถึงเพื่อนคนไหนจะล่อ
มองตัวเอง สิ่งที่เหมือนกับเราคือ : เป็นคนที่ไม่อายทำมาหากิน งานหนักก็เอา ไม่หมิ่นเงินน้อย เวลาไปโรงเรียนก็ชอบห่อข้าวไปกินที่โรงเรียน ตรงนี้ที่ไม่อายถึงเพื่อนคนไหนจะล่อ รักเพื่อน มีความจริงใจให้กับเพื่อน ชอบช่วยเหลือคนอื่น
ความเหมือนระหว่างเรากับเขา : เป็นคนที่ไม่อายทำมาหากิน งานได้เงินทุกงานเราจะมุ่งเข้าไปทำ และเป็นคนที่ชอบเที่ยวเหมือนกัน รักเพื่อน
สิ่งที่ต้องการเพิ่ม : ต้องการที่จะทำอะไรมีความมั่นใจมากขึ้น รักครอบครัวให้เพิ่มมากขึ้น ให้นึกถึงครอบครัวให้มากขึ้น
สิ่งที่ต้องการลด : ลดความไม่มั่นใจในตัวเอง
สิ่งที่จะต้องรักษา : รักษาความจริงใจที่มีกับเพื่อน และรักครอบครัวให้มากขึ้น
สิ่งที่จะทำร่วมกัน : เปิดธุรกิจที่ชอบร่วมกัน
นางสาวพิรดา คูสกุลรัตน์
575740210-3 Y.16 Sec.21
กิจกรรม Theory U ( 10 ม.ค. 2559 )
ข้อมูลบุคคลที่ร่วมกิจกรรม: น้องสาว น้องได้พูดถึงแผนการในชีวิตต่อจากนี้ไปว่าเขาว่างแผนไว้เช่นไรบ้าง เพราะน้องบอกว่าเขาเหลืออีกแค่เทอมเดียวเขาก็จะเรียนจบแล้ว ได้พูดถึงแผนการเรียนต่อ ทำงาน เลี้ยงดูครอบครัวและการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหน้า เพราะน้องคิดว่าการเรียนจบเป็นการเปลี่ยนสถานะของเขาจากที่เป็นเด็กที่ขอเงินพ่อแม่ใช้ ต้องให้พี่สาวและพ่อแม่ดูแลตลอด แต่เมื่อเขาเรียนจบไปสถานะเขาคือผู้ใหญ่เต็มตัวที่ต้องดูแลตัวเองให้ได้พร้อมทั้งต้องดูแล้วพ่อแม่ด้วย น้องบอกว่าถึงเห็นน้องดื้อๆไม่ฟังใครแบบนี้เป็นเพราะแค่อยากทำในสิ่งที่เขาชอบสิ่งที่เขารักแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สนใจหรือไม่แคร์ความรู้สึกใคร ตัวเขาเองก็มีแผนที่จะทำให้ตัวเองสามารถดูแลพ่อแม่ได้และทำให้พ่อแม่ภูมิใจกันเด็กหัวดื้อคนนี้ และในเร็วนี้เขามีแผนการที่อยากขายเสื้อผ้าออนไลน์เพราะเป็นสิ่งที่เขาชอบและสนใจซึ่งมันจะทำให้เขามีรายได้เสริมและขอเงินพ่อแม่ใช้น้อยลง
1.ก่อนฟังคิดว่าเขาเป็นคนอย่างไร
น้องดูเป็นคนชอบเข้าสังคมมีเพื่อนเยอะชอบความสนุกสนาน ดูไม่ค่อยจริงจังกับสิ่งต่างๆ มองภายนอกอาจเห็นน้องเป็นคนไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตไม่มีการวางแผนและทำตัวให้ครอบครัวต้องเป็นห่วง และไม่สนใจความรู้สึกของใครนอกจากตัวเอง
2.หลังจากการฟังแล้วสรุปว่าเขาเป็นคนอย่างไร
เมื่อได้รับฟังน้องแล้วก็ทำให้รู้ว่าน้องเป็นคนที่รักครอบครัวมากและมีการวางแผนชีวิตของตัวเองเป็นอย่างดี แต่เขาแค่ไม่เล่าแผนการที่เขาคิดไว้ว่าจะทำให้ครอบครัวฟังเท่านั้นเอง แต่ครอบครัวอาจคิดว่าน้องดื้อและตามกระแสเพื่อนเป็นคนติดเพื่อน อย่างเช่นที่น้องกล่าวว่าทุกคนอาจมองว่าเขาดื้อเขารู้ว่าพ่อแม่เป็นห่วงเขามากกว่าพี่สาว แต่ที่ดูว่าเขาติดเพื่อนนั้นเขาแค่คิดว่าการรู้จักกันรู้จักคนเยอะๆมันดีกว่าที่จะอยู่แค่สังคมแคบๆ เพราะถ้ารู้จักคนเยอะเราก็คัดกรองคนเอาเองคนที่ไม่ดีเราก็ไม่คบ ก็เลือกคบแต่คนดีๆที่จะทำให้เราดีขึ้น และสิ่งต่างๆที่เขาทำไปเพราะเขามีเหตุผลของเขา สิ่งที่เขาเลือกทำมันไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีแค่ไม่ตรงตามที่พ่อแม่ต้องการเท่านั้น สิ่งที่เขาเลือกเขาก็อยากพ่อแม่เข้าใจเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาชอบ เขาคิดและวางแผนมาดีแล้วว่ามันจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น เขาบอกว่าเขามีแผนการในชีวิตแล้ว เช่นเมื่อน้องเรียนจบน้องก็ตั้งใจจะหางานที่เขาชอบ มั่นคงและตรงสายที่เขาเรียนมาก่อนจึงค่อยจะวางแผนเรียนต่อตามที่พ่อแม่วางแผนไว้ให้ เขาเห็นพ่อแม่ลำบากแต่เลี้ยงเขามานั้นกลับไม่เคยให้เขาต้องลำบาก น้องจึงอยากทำให้พ่อแม่สบายและภูมิใจในตัวเขาให้ได้
3.สิ่งดีๆที่ได้จากเขา
น้องเป็นคนมีแผนในอนาคตเสมอในแต่ละช่วงเวลาต่างๆของเขา และน้องจะมีความพยายามทำให้แผนที่เขาวางไว้นั้นให้สำเร็จ เป็นคนมีเหตุผลในแบบของเขาเอง และสิ่งที่ประทับใจที่สุดคือเขารักครอบครัวและเขาอยากตอบแทนบุญคุณคุณพ่อคุณแม่อยากให้ท่านสบาย เช่นที่น้องเล่าให้ฟังว่าตอนนี้เขาเรียนปริญญาตรีก็มีอุปสรรคที่ทำให้เขาเกือบจบไม่ตามเกณฑ์ แต่เขาก็ว่างแผนและทำให้เขาสามารถจบตามเกณฑ์ 4 ปีได้ และเมื่อน้องเรียนจบน้องก็ตั้งใจจะหางานที่ชอบ งานที่มั่นคงและตรงสายที่เรียนมาก่อนจึงค่อยจะวางแผนเรียนต่อตามที่พ่อแม่ต้องการและวางแผนไว้ให้
กล้าที่จะทำสิ่งต่างๆที่ยังไม่เคยทำหรือกล้าจะสู้กับอุปสรรคต่างๆที่เข้ามา เช่นที่น้องพูดว่าน้องเป็นคนอ่อนภาษาอังกฤษ แต่เขาคิดว่าภาษาอังกฤษนั้นสำคัญเขาต้องเรียนรู้เพิ่มเติมมากกว่าคนอื่น ด้วยการไปเรียนเสริม ให้เพื่อนที่เก่งๆติวให้ หาหนังสือมาอ่านเพิ่มเติมในสิ่งที่ยังสงสัยอยู่ และเช่นที่น้องเล่าให้ฟังว่าตอนนี้เขาเรียนปริญญาตรีก็มีอุปสรรคที่ทำให้เขาเกือบจบไม่ตามเกณฑ์ แต่เขาก็ว่างแผนและทำให้เขาสามารถจบตามเกณฑ์ 4 ปีได้
4.ความเหมือนระหว่างเรากับเขา
สิ่งที่เหมือนกันคือเป็นคนรักครอบครัวพร้อมทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว มีความระมัดระวัง มีการวางแผนทุกอย่างก่อนลงมือทำ และมักจะคิดก่อนทำเสมอ
5.ความต่างระหว่างเรากับเขา
น้องเป็นคนมีเหตุผลเป็นของตัวเองถ้าสิ่งๆนั้นเค้าคิดว่าถูกต้องสำหรับเขาแล้ว เป็นคนที่มีความกล้า ชอบสนุกสนานและชอบเข้าสังคมดังนั้นเขาจึงมีเพื่อนเยอะ แตกต่างกับเราคือเราเป็นคนใจเย็นรับฟังทุกคน บางทีไม่กล้าตัดสิ่งใจอะไรที่สำคัญๆเอง เป็นคนคิดมากจนทำให้บางทีเกิดความกลัวที่จะตัดสินใจอะไร ไม่ชอบเข้าสังคมถ้าไม่สนิทกับใครก็จะไม่ค่อยพูดจะเป็นคนเงียบๆ แต่หากสนิกกับใครก็จะเป็นคนพูดเยอะและเปิดใจพูดได้ทุกเรื่อง
6.สิ่งที่ฉันจะรักษาไว้ในตัวเองคือ
การรักครอบครัว การคิดถึงความรู้สึกของผู้อื่น ความใจเย็น ความนอบน้อม ความรอบคอบระมัดระวัง มีการคิดและว่างแผนก่อนจะทำสิ่งใด
7.สิ่งที่ฉันจะสร้างขึ้นใหม่ในตัวเองคือ
อยากจะสร้างความกล้าที่จะเจอในสิ่งที่กลัวหรืออุปสรรคต่างๆที่จะเข้ามา
8.สิ่งที่ฉันจะตัดทิ้งไว้ในตัวเองคือ
อยากจะตัดความกังวลและความกลัวในตัวเองออกไป
9.สิ่งที่จะสร้างสรรค์ร่วมกัน
อยากทำธุรกิจร้านเสื้อผ้าออนไลน์ร่วมกันเพราะเราสนใจในสิ่งนี้เหมือนกันชอบเหมือนกัน และต่างคนก็ถนัดกันคนละแบบจะได้ช่วยเหลือกันได้
นายอนิวรรต คูสกุล 575740271-3 Y.16 S.21
Theory U
ข้อมูลบุคคลที่ร่วมกิจกรรม : คุณ อนันต์ (นามสมมุติ)
ก่อนฟัง
คุณอนันต์ เป็นคนที่สุขุม เข้ากับคนอื่นได้ยาก ไม่ค่อยที่จะเข้าหาใคร
หลังฟัง
ตั้งแต่เด็ก ๆ คุณอนันต์อยู่ในครอบครัวที่สู้ชีวิต มาโดยตลอด เป็นครอบครัวคนจีน ที่ประกอบอาชีพค้าขาย จนกระทั่งวันหนึ่งคุณพ่อของคุณอนันต์ได้เสียชีวิตลง คุณอนันต์ในฐานะพี่ชายคนโต จึงต้องออกจากการเรียนมาช่วยทางบ้านค้าขายเพื่อส่งน้อง ๆ อีก 7 คน ในครอบครัวให้ได้เรียนหนังสือกันหมดทุกคน คุณอนันต์เป็นคนที่มีความมุมานะ อดทนต่อทุกอย่าง จนประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ส่งเสียน้อง ๆ ทั้ง 7 คนได้เรียนจนจบ ด้วยความพยายามที่จะไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก และความอดทนต่ออุปสรรคต่าง ๆ จึงทำให้ประสบความสำเร็จ
สิ่งที่ได้
ได้รู้จักความอดทน ความพยายาม จะนำพาให้ประสบความสำเร็จ
มองตนเอง
สิ่งที่เหมือนกันคือความพยายามที่จะทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ แม้ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ต้องทำให้ได้
สิ่งที่ต้องการพัฒนา
ความมีมนุษยสัมพันธ์กับคนในสังคม
สิ่งที่ต้องการรักษา :
ความอดทน ความพยายาม
สิ่งที่ต้องการกำจัด
ความโดดเดี่ยว เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในสังคม
สิ่งที่อยากสร้างสรรค์ร่วมกัน
ไปศึกษาการทำธุรกิจร่วมกันและ ต่อยอดธุรกิจร่วมกันในอนาคต เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากสิ่งที่ผิดพลาดและบริหารความเสี่ยงไปพร้อมกัน
ข้อมูลบุคคลที่ร่วมกิจกรรม
เพื่อนทำงานธนาคาร และที่บ้านมีธุรกิจส่วนตัว เล่าว่าเมื่อก่อนเป็นคนพูดไม่เก่งเหมือนกันแต่พอได้ทำงานธนาคาร ต้องพูดบ่อยๆ เจอผู้คนมากมายถือเป็นการฝึกพูดไปในตัวจึงกลายเป็นคนที่พูดเก่ง ในระหว่างการทำงานก็มีอุปสรรคที่ต้องพบ แต่ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยการแก้ปัญหา แต่บางสิ่งก็ต้องปล่อยผ่าน หลังเลิกงาน หรือวันว่างก็จะช่วยที่บ้านดูแลกิจการ ถ้าหากมีวันว่างหลายๆวันก็จะไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ
1.ก่อนฟังคิดว่าเขาเป็นคนอย่างไร: ครั้งแรกที่ยังไม่รู้จักกันดีคิดว่าเพื่อนเป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี พูดเก่ง
2.ฟังแล้วสรุปว่าเขาเป็นคนอย่างไร: มนุษยสัมพันธ์ดี ชอบที่จะเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆจากประสบการณ์จริงของผู้อื่น รู้จักคนเยอะ รู้จักเอาตัวรอด ชอบท่องเที่ยว สามารถให้อภัยกับคนที่คิดไม่ดี ชอบให้โอกาสคน
3.สิ่งดีๆที่ได้จากเขา: ประสบการณ์การเอาตัวรอดบางอย่าง ที่เราคาดไม่ถึง ทำให้เราทราบถึงทางเลือกของการตัดสินใจที่มากขึ้น และหากเจอปัญหา บางสิ่งต้องแก้ไข แต่บางสิ่งก็ต้องปล่อยวาง
4.ความเหมือนระหว่างเรากับเขา: ชอบที่จะรู้จักผู้คนหลากหลายอาชีพ หลากหลายประสบการณ์ เป็นคนที่แคร์คนรอบข้างเหมือนกัน แต่ก็กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่คิดว่าไม่ถูกต้อง
5.ความต่างระหว่างเรากับเขา: เพื่อนมีความกล้าที่จะทำความรู้จักกับผู้คน และด้วยงานที่ทำ ทำให้ได้พบเจอลูกค้าหลากหลายลักษณะนิสัย เพื่อนเลือกที่จะให้อภัยกับคนที่ทำไม่ดีต่อเพื่อน ยังสามารถพูดคุยกันได้ตามปกติ ต่างกับเราที่ต่อให้ ให้อภัยแล้วแต่ก็จะไม่ยุ่งกับบุคคลนั้นอีกต่อไป
6.สิ่งที่อยากเก็บไว้: ชอบที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เป็นผู้ฟังที่ดี
7.สิ่งที่อยากกำจัดออก: กำจัดการไม่กล้าที่จะพูดให้มากขึ้น เพราะเราชอบพูดสั้นๆให้ได้ใจความ และสิ่งที่เราคิดว่าทำไม่ได้ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ลงมือทำเนื่องจากยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน
8.สิ่งที่จะสร้างสรรค์ร่วมกัน: ออกไปเที่ยว พบปะ สังสรรค์ ให้-รับคำแนะนำแก่กันในเรื่องเกี่ยวกับการวางตัว
9.สิ่งที่ควรเพิ่มเติมในตัวเรา: เนื่องจากเป็นคนที่ชอบรู้จักผู้คนใหม่ๆ แต่ไม่มีทักษะการพูดที่ดี ชอบที่จะฟังมากกว่าพูดจึงคิดว่าควรที่จะเรียนรู้การฝึกทักษะในการพูด และพูดให้มากขึ้น เรียนรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวเพื่อที่จะทำให้เรามีเรื่องที่จะพูดกับผู้อื่นมากยิ่งขึ้น
นายณัฏฐพงษ์ อินทิตานนท์
575740153-9 y.16 s.21
คู่สนทนา ประกอบอาชีพ วิศวกร อายุ 25 ปี ได้เล่าถึงเรื่องต่างๆที่ได้เจอมาในชีวิตการทำงานปัญหา ณ ปัจจุบันที่เธอไม่เคยบอกใครนอกจากพ่อ-แม่ รวมทั้งความฝัน และงานอดิเรก สิ่งที่ตัวเธอนั้นชอบทำ
1. ความเชื่อเดิมกับคู่สนทนา เธอเป็นคนที่ไม่ค่อยมีปัญหามากนัก ร่าเริงแจ่มใส่อยู่ตลอดเวลา ไม่สนใจคำพูดต่างๆที่ทำให้เกิดอุปสรรค เธอชอบทำงานเป็นลูกจ้างที่ดี รักเพื่อฝูง พี่น้อง มาก จริงจังกับชีวิต ชอบท่องเที่ยว
2. เห็นกับตา หลังฟัง เธอเป็นคนที่จริงจังกับการทำงาน มีความคิดเป็นของตัวเอง กล้าพูดกล้าทำ พยายามทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ แต่ยังมีความกลัวปัญหาต่างๆจากการงาน ไม่พอใจกับคำว่าร้ายของคนอื่นที่เกิดจากการงาน โดยสิ่งที่ถูกตำหนินั้นไม่เป็นจริง ชอบท่องเที่ยว
3. รู้สึก เธอเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง พยายามหาสิ่งต่างๆที่จะสามารถพัฒนาตนเองได้และเป็นคนที่อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง มีความรู้สึกที่รุนแรงต่อสิ่งที่ตนเองไม่ได้ทำ เป็นคนที่รัก เพื่อนฝูง พี่น้อง เกรงใจเห็นอกเห็นใจ
4. ปลดปล่อยความเชื่อ จากตอนแรกคิดว่าเธออยากทำงานไปเรื่อยๆ แต่จริงๆแล้วเธออยากมีอิสรภาพทั้งด้านการงานและการเงิน
5. เราคือใครงานของเราคืออะไร ตัวผมเอง เป็นคนที่คิดอะไรจะตัดสินใจลงมือทำทันที ไม่คิดหน้าคิดหลัง หรือกลัวว่าใครจะมีปัญหาอะไร ไม่สนใจคำพูดของคนอื่น เชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองมองธุรกิจ hostel เหมือนกัน ชอบท่องเที่ยว
6. เปิดรับความคิดใหม่ๆ
สิ่งที่ต้องละทิ้ง การไม่สนใจความรู้สึกคนอื่น การคาดความรอบคอบในการคิดสิ่งต่างๆ
สิ่งที่ต้องรักษา การที่ตนเองเป็นคนชอบหาความรู้ต่างๆอยู่เสมอ
สิ่งที่ต้องเพิ่ม การหาความคิดสร้างสรรค์ การจริงจังกับงานที่ตนเองต้องรับผิดชอบ
7. สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน พยายามเข้าใจตัวเองและเพื่อนร่วมงานให้มากขึ้น มองหาสิ่งต่างๆที่น่าสนใจจากการท่องเที่ยวเพื่อหาความคิดใหม่ๆในการลงมือทำธุรกิจร่วมกัน รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน
8. วางแผนสร้างสรรค์ร่วมกัน หาสิ่งแปลกใหม่จากการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยมองว่าจะทำธุรกิจ Hostel
9. สร้างสรรค์ร่วมกัน วางแผนไปเที่ยวต่างประเทศช่วงเดือนมีนาคม ให้คำปรึกษาถึงเรื่องหนังสือที่น่าสนใจ วางแผนทางการเงิน ในช่วงนี้ และลงทุนทำธุรกิจ Hostel ร่วมกันช่วงอายุ 30 ปี