ดังตฤณ

เราอยู่ในยุคที่ฝากฝังความดีไว้กับพระไม่ได้
เพราะมีชาวบ้านนิสัยไม่ดี คิดบวชเป็นพระกันมาก
เราต้องฝากฝังความดีไว้กับชาวบ้านก่อน
จึงจะมีชาวบ้านดีๆ คิดบวชเป็นพระกันมากขึ้น

เราด่าพระที่ทำผิดวินัยฝ่ายเดียวไม่ได้
เพราะชาวบ้านมักเอาเครื่องกระตุ้นกิเลสไปให้พระ
เราต้องด่าตัวเองด้วย ตอนเผลอเอากิเลสไปถวายท่าน
จึงจะมีชาวบ้านจูงใจให้พระผิดวินัยกันน้อยลง

เราฝากฝังศาสนาไว้ในมือพระฝ่ายเดียวไม่ได้
เพราะชาวบ้านชอบเอาธุระทางโลกเข้าวัดกันบ่อย
เราต้องฝากฝังศาสนาไว้กับตัวเองก่อน
จึงจะมีชาวบ้านชอบเอาธุระทางธรรมเข้าวัดบ่อยขึ้น

เราคาดหวังให้พระประพฤติธรรม สั่งสอนธรรมไม่ได้
เพราะชาวบ้านชอบของขลัง ชอบคำทำนายจากพระ
เราต้องคาดหวังให้ตัวเองชอบเจริญสติเจริญธรรมก่อน
จึงจะมีชาวบ้านร้องขอให้พระประพฤติธรรมไว้เทศนา

ไม่มีใครบวชเป็นพระตั้งแต่เกิด
พระทุกรูปเริ่มต้นจากการเป็นชาวบ้านก่อน
ชาวบ้านเป็นอย่างไร แนวโน้มของพระก็เป็นอย่างนั้น
พระพุทธเจ้าจึงฝากฝังพระศาสนาไว้
กับคนใน ‘บริษัทพุทธ’ ๔ จำพวก
คือ ท่านไม่ได้ให้ไว้ใจพระ ฝากภาระไว้กับภิกษุฝ่ายเดียว
แต่ยังมีภิกษุณี
อุบาสก (ชาวบ้านที่เป็นชาย)
และอุบาสิกา (ชาวบ้านที่เป็นหญิง) ด้วย

ถ้าใครไม่คิดดูแลศาสนา
ก็อย่าแปลกใจที่พบแต่พระทิ้งศาสนาไปเอาดีทางโลก
ถ้าใครเห็นแค่พระผิดวินัยแล้วเสื่อมศรัทธา
ประกาศตนเป็นคนไร้ศาสนา
ก็อย่าแปลกใจถ้ายามใกล้ตาย
รู้สึกเหมือนเด็กหลงทางที่ไม่มีใครช่วยออกจากป่า
หรือรู้สึกเหมือนคนจะจมน้ำโดยไม่มีฟางให้เกาะแม้แต่เส้นเดียว

ดังตฤณ
กุมภาพันธ์ ๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน diary



ความเห็น (0)