จากผีโบราณสู่เรื่องเล่าแม่นาคพระโขนง : จากผีในจารึกสู่ผีภาพยนตร์

จากผีโบราณสู่เรื่องเล่าแม่นาคพระโขนง : จากผีในจารึกสู่ผีภาพยนตร์

โดย วาทิน ศานติ์ สันติ (31 ตุลาคม 2558)

เนื่องในวันฮาลาวีน วันที่คนไทยหลายคนคลั่งบรรยากาศวันปล่อยผีฝรั่ง คงไม่มีเรื่องเล่าใดจะมีความตราตึงใจเท่ากับผีไทยโดยเฉพาะผีแม่นาคไปอีกได้แล้ว วันนี้มาดูคติความเชื่อประวัติศาสตร์ผี ไทยกันบ้างครับ

ผีเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจเหนือธรรมชาติ ที่อยู่เหนืออำนาจการควบคุมของมนุษย์ เมื่อมนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มนุษย์มีความผูกพันกันและได้แสดงพฤติกรรมร่วมกันเกิดเป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องผี

ผีเป็นสิ่งลึกลับที่ทุกคนสนใจ เนื่องจากเป็นเรื่องราวของคนตาย ที่คนเป็นไม่รู้แท้ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นปริศนาและความท้าทายของความอยากรู้อยากเห็นของคนทั่วไป ทุกสังคมก็ล้วนแต่มีความเชื่อเรื่องผีและโลกหลังความตายด้วยกันทั้งสิ้น การเล่าเรื่องผีให้กันฟังจึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถเป็นเครื่องเมืองในการควบคุมทางสังคมได้อีกด้วย เช่น ห้ามเล่นซ่อนแอบตอนกลางคืนจะทำให้ผีบังตา ห้ามตัดไม้ใหญ่เพราะเป็นที่สิ่งสถิตของเทพรักษ์และนางไม้ เป็นต้น แม้ในยุคปัจจุบันที่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้า ความเชื่อเรื่องผีก็ยังไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งมีการสร้างภาพยนตร์ผีออกมามายมายและทำรายได้สูง ผีถูกบันทึกในหลายรูปแบบ มีผู้ให้ความหมายถึงผีไว้มากมายเช่น

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2542, หน้า 735) ผี น. สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็นตัว แต่อาจจะปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ อาจให้คุณหรือโทษได้ มีทั้งดีและร้าย

เปลื้อง ณ นคร (2535, หน้า 206) ผี หมายถึงสิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ อาจให้คุณหรือให้โทษได้

เจือ สตะเวทิน (ไม่ระบุปีที่พิมพ์, หน้า 8 – 9) ผีนั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด มีทั้งที่ให้คุณและให้โทษ ผีที่ให้คุณก็ยกย่องบูชาและเซ่นไหว้ ส่วนผีที่ให้โทษเราก็มีวิธีเซ่นไหว้ขอไม่ให้ทำอันตราย

สรุปได้ว่า ผี หมายถึง สิ่งที่มนุษย์เชื่อกันว่าเป็นสิ่งลึกลับ มองไม่เห็น ผีที่ให้คุณคนเราก็ยกย่อง ส่วนผีที่ให้โทษคนเราก็จัดแจงเซ่นสรวงมิให้ทำอันตราย

ผี ในทัศนคติของชาวบ้านเป็นผีที่มีความสำคัญต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน ผีเป็นผู้ให้ความหมายเป็นผู้วางกฎเกณฑ์ในการดำเนินชีวิตของชาวบ้าน ผีเป็นสิ่งที่รู้สึกสัมผัสได้ อาจจะไม่ใช่ด้วยระบบประสาททั้งห้า หากมันเกิดขึ้นด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา ที่ทำให้เกิดดุลยภาพในสังคมระดับชาวบ้าน แต่เดิมพิธีกรรมต่าง ๆ ก็มีความเชื่อเรื่องผีเข้าไปปะปนอยู่มาก

ความเชื่อเรื่องภูตผีนั้นฝังแน่นอยู่กับคตินิยมของคนไทยตั้งแต่สมัยอดีต แม้แต่ระดับเมืองก็ยังมีพระราชพิธีเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องภูตผีอยู่ไมน้อย ในรอบปีหนึ่ง ๆ เช่น การเซ่นสรวงพระเสื้อเมือง พระทรงเมืองและหลักเมือง เป็นต้น
ผีมีปรากฏหลักฐานในประเทศไทยมาอย่างช้านานปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษรเช่น ศิลาจารึกหลักที่ 1 พ.ศ. 1835 พ่อขุนรามคำแหง กล่าวถึงความเชื่อเรื่องการนับถือผีพระขพุงผี ผีที่เป็นใหญ่แห่งเมืองสุโขทัย เจ้าเมืองและผู้คนต้องกราบไหว้บูชาให้ถูกต้องเพื่อความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง

จารึกปู่ขุนจิดขุนจอด พ.ศ. 1935 กล่าวถึงการสาบานกันระหว่างรัฐสุโขทัยกับน่านจะไม่รุกรานต่อกันโดยให้ (ผี) วิญญาณของบรรพบุรุษเป็นพยาน

เยรามีส ฟานฟรีต ชาวฮอลันดา ผู้เขียน รวมบันทึกประวัติศาสตร์อยุธยาของฟาน ฟลีต (วัน วลิต) ในสมัยพระเจ้าประสาททอง เกี่ยวกับการสร้างประตูเมืองโดยการสังเวยด้วยหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นครรภ์แก่ใกล้คลอดยิ่งดี โดยการโยนลงไปในหลุม และใช้เสาตอกลงที่หญิงผู้นั้น เพราะเชื่อว่า ผู้ตายจะกลายเป็นปีศาจดุร้าย ปกป้องสถานที่แห่งนั้น (นันทนา ตันติเวสส และคนอื่น ๆ, บรรณาธิการ. 2548).

คติเรื่องแม่ซื้อ เชื่อว่าคนแต่ก่อนว่ามนุษย์ที่จะเกิดขึ้น ผีปั้นรูปขึ้นอย่างปั้นหุ่นก่อน แล้วหาวิญญาณใส่เข้าไปในหุ่นให้เข้ามาสู่ครรภ์ ส่วนใหญ่แต่โบราณทารกแต่เมื่อคลอดใหม่มักตายภายใน 3 วัน จึงเชื่อกันว่า เป็นเพราะผีปั้นหุ่นเห็นงามชอบใจอยากจะเอาไปเลี้ยง จึงทำให้เด็กกลับไปเป็นผี ความเชื่อเรื่องนี้เป็นมูลเหตุให้มีการป้องกันมิให้ผีเอาทารกกลับคืนไป บ้างเอาสายสิญจน์มาล้อม บ้างเอาผ้ายันต์ปิดที่ประตู และอุบายที่เอาเด็กใส่กระด้งร่อน แล้วร้องถามว่า "สามวันลูกผี สี่วันลูกคน ลูกของใครมารับไปชม ลวงให้ผีเข้าใจว่าทารกไม่นาชม ถึงขนาดที่แม่ผู้ให้กำเนิดไม่ชอบ มีผู้อื่นอีกคนไปรับซื้อ ความเชื่อเรื่องแม่ซื้อปรากฏอยู่ในจารึกวัดโพธิ์

สมุดภาพไตรภูมิ ในสมัยธนบุรีถึงสมัยรัตนโกสินทร์ยังให้ภาพชีวิตหลังความตายและภาพนรกเป็นภาพที่น่ากลัวเช่นเปรต อสูรกาย สร้างความเชื่อต่อคนไทยว่า มีโลกหลังความตาย
ผีมีอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศไทยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งเป็นไปตามลักษณ์ของภูมิภาคและรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้คนในภูมิภาคนั้น ๆ เช่น ภาคเหนือจะเชื่อในผีเจ้านาย ผีป่าน้ำลำไพร ผีภูเขา ผีประจำลู่ทาง ผีประจำหมู่บ้าน ผีบ้าน ผีเรือน ผีประจำตระกูล ผีเครื่องครัว ภาคีสานเชื่อเรื่องผีที่เกิดจากคนที่มีวิชาอาคมแล้วเกิดทำผิดครูจนผีที่เลี้ยงไว้กัดกินกลายเป็นผีปอบ ผีภาคใต้เกี่ยวกับวิถีชีวิตในการทำประมง ผีประจำเรือ ซึ่งผีที่กล่าวมานั้น มีทั้งผีดีและผีร้าย ผีให้คุณและให้โทษ ทั่งนี้อยู่ที่การประพฤติปฏิบัติตนของผู้คนในชุมชน เป็นต้น
ผีในภาคกลางมีเอกลักษณ์เฉพาะตนเป็นไปตามลักษณะภูมิประเทศและวิถีชีวิตเช่นกัน เช่นผีพราย ที่บกบอกของลักษณ์ที่อยู่ในน้ำ ผีตะเคียนคือผีที่อาศัยอยู่ในต้นไม้ตะเคียน ผีเปรต ซึ่งมีคำพูดว่า “แร้งวัดสะเกต เปรตวัดสุทัศน์” ผีกระสือ ที่มีแต่หัวกับใส้ลอยไปลอยมาได้ข้ามน้ำข้ามทุ่งได้ แต่ผีที่ขึ้นชื่อมากที่สุดในภาคกลางโดยเฉพาะในสมัยรัตนโกสินทร์คือ ผีแม่นาค (นาก) ซึ่งตาอมากลายเป็นเรื่องเล่า นิทาน บทละคร ละครวิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ ฯลฯ ที่สุดคลาสสิกของไทย ผีแม่นาคในความรับรู้ของคนทั่วไปคือ

สามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่ง สามีชื่อมาก ภรรยาชื่อนาค ทั้งสองใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจนนางนาคตั้งครรภ์อ่อน ๆ นายมากก็มีหมายเรียกให้ไปเป็นทหาร ที่บางกอก นาคจึงต้องอยู่ตามลำพัง จนครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ นาคทนความเจ็บปวดไว้ไม่ไหวสิ้นใจ กลายเป็นผีตายทั้งกลม มากเมื่อปลดประจำการก็กลับมาโดยที่ยังไม่ทราบว่าเมียของตนตายไปแล้ว ทั้งสองยังใช้ชีวิตคู่กัน แม้ชาวบ้านจะมาบอกก็ไม่ยอมเชื่อ วันหนึ่งมากเห็นนาค เอื้อมมือยาวลงมาจากร่องบนพื้นเรือนเพื่อเก็บมะนาวใต้ถุนเรือน นายมากเห็นจึงเชื่อ นายมากหนีไปพึ่งพระที่วัด นาคออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไป สุดท้ายก็ถูกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สยบลงได้ กะโหลกศีรษะส่วนหน้าผากของนางนากถูกเคาะออกมาทำหัวปั้นเหน่ง เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ นางนาคจึงสู่สุคติ นี่คือโครงเรื่องแม่นาคพระโขนงของ ขุนชำนาญคดี (ปั้น) ที่ทุกคนรับรู้

แท้จริงแล้วเรื่องแม่นาคถูกเฉลยว่า ความเฮี้ยนหลอกหลอนชาวบ้านย่านพระโขนงจนเลื่องลือไปทั่วพระนคร กล่าวคือครั้งหนึ่งชายนิรนาม ใช้นามแฝงว่า “ผู้รับสยามประเภทแต่เดิม” เขียนในรูปโคลงสี่สุภาพถามนาย กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ ที่รู้จักกันนามปากกา ก.ศ.ร. กุหลาบ ว่าแท้จริงแล้วเรื่องราวของผีแม่นากเป็นมาอย่างไร ใน สยามประเภท พ.ศ. 2442 นายกุหลายจึงเขียนตอบเป็นร้อยแก้วยาวครึ่งหน้าว่า พระศรีสมโภช (บุศย์) เล่าเรื่องถวายพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ว่านางนาคเป็นบุตรขุนศรีนายอำเภอ บ้านอยู่ปากคลองพระโขนงเป็นภรรยานายชุ่มตัวโขนทศกัณฐ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมหลวงภิทักษ์มนตรี นางนาคคลอดลูกตายแล้วนายชุ่มเอาศพไปฝังไว้ที่ป่าช้าวัดมหาบุศย์ ซึ่งลูกชายของนางนาคหวงสมบัติบิดา พากันแต่เป็นผีผู้หญิงหลอกผีชาวบ้าน ขว้างก้อนหินใส่เรือ แอบถีบน้ำเข้านาช่วยนายชุ่ม กู้เรือที่ล่ม นับเป็นการเล่าเรื่องผีแม่นาคเป็นครั้งแรก

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์นิทานนายทองอิน ตอน นากพระโขนงที่สอง ในหนังสือ ทวีปัญญา ฉบับที่ 1 เดือนเมษายน ร.ศ. 123 (พ.ศ.2448) เล่าเรื่องแม่นาคพระโขนง เนื้อความคล้ายกับสำนวนของนายกุหลาบ เริ่มจาก “พ่อวัด” เป็นผู้เล่าเรื่องให้กับนายทองอินเพื่อนนักสืบเฉลยศักดิ์เกี่ยวกับเรื่องปีศาจที่ดุขึ้นทางคลองพระโขนงจากนั้นจึงชวนกันไปสืบสวนว่าเรื่องเกิดที่บ้านพันโชติ กำนัน ซึ่งมีเมียชื่อนาคซึ่งถึงแก่กรรมไปประมาณปีเศษ ซึ่งนางนาคเป็นคนขี้หึงเคยกล่าวก่อนตายว่า ถ้าผัวมีเมียใหม่จะเป็นปีศาจมาหลอก นายชมกับนายปริกเป็นเพื่อนรักของพันโชติแกล้งปลอมเป็นผีมาหลอกชาวบ้าน เพราะไม่อยากให้พันโชตมีเมียใหม่
จากนั้นผีลายลักษณ์ก็เข้าสู่ยุคผีภาพยนตร์

กำจร หลุยยะพงศ์ และ สมสุข หินวิมาน(2552 หน้า 59)อธิบายว่า หนังผีเปรียบเสมือนสายสัมพันธ์สามเศร้าที่เชื่อมระหว่างโลกของภาพยนตร์ โลกของผี และสังคมของมนุษย์ ความสัมพันธ์ทางสังคมของผีที่ภาพยนตร์ประกอบสร้างขึ้นล้วนเกี่ยวโยงกับคุณค่าความหมายของความสัมพันธ์ทางสังคมมนุษย์ที่อยู่ในโลกความจริง
ในกรณีของหนังผีตระกูลแม่นาค แต่เดิมจะเน้นไปที่มิติของชาวบ้านที่มองผ่านไปยังความรักผิดที่ ผิดสถานะและผิดขนบ แม่นาคแพ้อำนาจพระ แพ้อำนาจหมอผี แพ้อำนาจสัจธรรมและสถานที่คือ “ผีกับคนอยู่ร่วมกันไม่ได้” แพ้เวลาคือไม่สามารถอยู่กลางวันได้ แต่หนังผีแม่นาคยุคใหม่เน้นไปที่มุมมองของนาคหรือมาก อีกทั้งการให้ค่าของผีผู้หญิงซึ่งแต่เดิมตอนยังมีชีวิตเป็นคนอ่อนแอ เมื่อเป็นผีมีพลังอำนาจและเรียกร้องสิทธิของความรักที่ผิดขนบนั้น เช่น “นางนาก” และท้ายที่สุดผีแม่นาคสามารถใช้ชีวิตร่วมกับมากได้รวมถึงเพื่อนของมากด้วย เช่นใน “พี่มากพระโขนง” เป็นการปฏิวัติอำนาจของผี และ แม่นาคซึ่งไม่ได้พ่ายแพ้ต่ออำนาจของศาสนาหรือหมอผี หรือหม้อแต่อย่างใด

ผีมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และคติชนวิทยา แสดงถึงคติความเชื่อของคนไทย โดยเฉพาะเรื่องเล่า ผี และ แม่นาคพระโขนง ที่มีการผลิตซ้ำออกมามากมายในหลายรูปแบบเช่น ละครร้อง ละครวิทยุ ละครเวที ลิเก ลำตัด ฉ่อย เรื่องสั้น นิยาย การ์ตูน ภาพยนตร์ โฆษณา การแสดง ฯลฯ เป็นเครื่องแสดงถึงความนิยมและการมีตัวตนของผีและแม่นาค

ผี และแม่นาคจึงเป็นผีที่ไม่เคยตายไปจากจิตใจของคนในสังคมไทย และจะอยู่คู่กับสังคมไทยไปอีกยาวนาน

อ้างอิงรูปภาพ
จารึกสุโขทัยหลักที่ 1 จาก info.ru.ac.th
โปสเตอร์นางนากจาก siamzone.com

ข้อมูลประกอบการเขียน
กำจร หลุยยะพงศ์ และ สมสุข หินวิมาน. (2552). หลอน รัก สับสน ในหนังไทย : ภาพยนตร์ไทยในรอบสามทศวรรษ (พ.ศ. 2520 – 2547). พิมพ์ครั้งแรก. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ศยาม.

เจือ สตะเวทิน. (2517). คติชาวบ้านไทย. กรุงเทพฯ : สุทธิสารการพิมพ์.

เปลื้อง ณ นคร. (2535). ปทานุกรมนักเรียน(ฉบับปรับปรุงใหม่). ไทยวัฒนาพานิช.

พรพิชชา บุญบรรจง. (2554). การประกอบสร้างมายาคติ “ความเป็นเมีย” ในเรื่องแม่นาก, วรสารมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 6(1), 79 – 100.

พรรณราย โอสถาภิรัตน์. (2543). “นางนาก : การต่อรองทางความหมายในภาพยนตร์ยอดนิยม.” วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต สาขามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

นันทนา ตันติเวสส และคนอื่น ๆ, บรรณาธิการ.(2548). รวมบันทึกประวัติศาสตร์อยุธยาของฟาน ฟลีต (วัน วลิต). กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คพับลิเคชั่นส์ จำกัด.

อเนก นาวิกมูล. (2545). เปิดตำนานแม่นากพรโขนง. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์โนรา.

http://www.sac.or.th/databases /inscriptions/inscribe_detail.php?id=47. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2557.

http://www.sac.or.th /databases/inscriptions/inscribe_detail.php?id=107. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2557.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อารยธรรม ประวัติศาสตร์และโบราณคดี



ความเห็น (0)