​5 ปีกับการปฏิบัติหน้าที่ภารโรง


5 ปีที่อดทนฝนทั่งให้เป็นเข็ม

(เพิ่งเปิดเจอว่าเขียนเรื่องนี้ไว้ เลยนำมาอัพโหลด บันทึกความทรงจำ)

ย้อนไป 23 ธันวาคม 2551 ผมเข้ารายงานตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ลูกจ้างของรัฐที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยเงินรายได้มหาวิทยาลัยจ้างให้ผมทำงาน ในวันที่ 22 ธันวาคม 2551 ผมเข้าพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรในระดับปริญญาโทหมาดๆก็เริ่มงาน เพราะถือว่าเป็นวันที่สะดวกและฤกษ์ดีคือฤกษ์สะดวก ทำงานได้ไม่กี่วันก็หยุดยาวปีใหม่

ปี 2552 คงเป็นปีที่พยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานให้มากที่สุดเพื่อเป็นเสบียงไว้ใช้กินไว้ใช้ในยามที่หิวกระหายประสบการณ์ การเริ่มงานในตำแหน่งภารโรงก็ดูจะสนุกอยู่เอาการ เมามันตามประสาเด็กใหม่ ตั้งใจทำงาน และพยายามพัฒนาระบบต่างๆให้ลงตัว หาเรื่องปวดหัวให้ตัวเองไปเรื่อยๆด้วยการทำงานแบบหักโหมเพราะไฟยังแรง อีกทั้งเอาประสบการณ์เมื่อครั้งเป็นวัยรุ่นมาปรับใช้ ถือว่าปีนี้ทำได้ดีแต่ไม่เยี่ยม มีงานใหญ่รับน้องอยู่สองสามงายให้ได้ประลองยุทธ
ปี 2553 งานที่ได้รับมอบหมายก็ดูจะขลุกขลักตั้งแต่ต้นปี แต่ก็พยายามทำตามกำลังและคิดอยากพัฒนางานในหลายๆเรื่องที่ยังไม่ดี พยายามมองหาระบบที่จะช่วยให้งานดีขึ้น เริ่มเข้าใจงานและคน มีเรื่องให้แก้ปัญหาอยู่เรื่อยๆ แต่แล้วมันก็ผ่านไปได้
ปี 2554 เป็นปีที่ดูจะมีงานไม่มากเพราะระบบบางอย่างเริ่มลงตัว...จึงพอมีเวลาได้ทำอะไรบ้าง แต่งานก็ดูจะไม่ดีเท่าไหร่อย่างที่หมายใจให้เกิดขึ้น ก็รู้ว่าเหตุขัดข้องต้องพลากมันอยู่ตรงไหน แต่ทำอะไรมากไม่ได้ เอาประสบการณ์เข้าแลกเพื่อให้งานเสร็จ แม้มันมันจะไม่สมบูรณ์และสมใจใครบางคน
ปี 2555 เป็นปีที่งานน่าจะราบรื่นราบเรียบตามที่ตั้งใจหมายปองไว้ งานก็ผ่านไปได้ตามยถากรรม ไม่มีอะไรหวือหวามาก ทำได้เท่าที่ทำ ระบบที่วางไว้ก็เริ่มออกดอกผลให้ได้กินบ้าง แม้มันจะดูงี่เง่าเต่ากา ปลายปีโชคดีหน่อย ได้ทำงานรับใช้ชาติทำเครือข่ายกับทั่วประเทศร่วมกับ UNDP เดินทางทั่วประเทศ ได้ประสบการณ์อันล้ำค่าน่าจดจำจึงจดจารขานไขไว้สั้นๆ
ปี 2556 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง วิถีคิดและวิถีทำงานของผมจึงเปลี่ยนไป ปรับวิธีทำงานให้น้อยลง เพราะดูแล้วปีนี้สุขภาพย่ำแย่ลงมากทั้งกายใจ ทำได้เท่าที่กำลังกายและใจจะมี ไม่หวังอะไรมาก เป็นปีที่ไม่ยอมพัฒนาอะไรเลย เพราะกำลังเร่งเรียนให้จบ แต่ก็ไม่ยักกะจบ ณ เวลานี้เหลือหนึ่งวิชาที่ต้องตามเก็บให้หมด เลือกที่จะท่องเที่ยวพักผ่อนใจแม้กายจะได้พักน้อยลง เลือกท่่จะทุ่มเทให้น้อยลง(หรือเปล่า) เพื่อพัก เลือกที่จะบ่นมากขึ้น(คิดว่าหลายคนเจอมากับตัว) เลือกที่จะนอนนิ่งๆในวันว่างบางวันไม่ยอมไปไหน ไม่ยอมทำเพื่อใครแม้กระทั่งตนเอง แต่จริงๆก็ค้านกันเองภายในใจนั่นแหละ จะขึ้นศักราชใหม่ น้องคนหนึ่งบอกผมว่า ปีใหม่ก็ทำตัวใหม่ ผมก็ตอบแบบหมาๆตามประสาผมว่า ฉันเป็นของฉันแบบนี้แหละ (อัตตาสูง) จะเปลี่ยนตัวเองไปทำไมกัน ฉันเป็นแบบนี้ก็ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน (มั้ง) เอาเป็นว่า ที่ทำตัวแบบนี้จริงๆก็มีอุดมการณ์อยู่เต็มใจมิได้หายไปไหน เพียงแต่อุดมการณ์ในบางเวลาก็ต้องเก็บไว้ในลิ้นชักบ้าง ถึงเวลาค่อยเอาออกมาใช่ ไม่ต่างจากปืนที่มีอานุภาพร้ายแรง แต่ใช่ว่าจะพกไปไหนมาไหนได้ตลอด มิใช่จะเอามาใช้ได้ทุกยาม จำต้องเก็บไว้ และเอาออกมาใช้ตามเวลาอันควร หรือตามใจปรารถนา

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนสำคัญอีกเรื่องในชีวิต...คนใกล้ชิดแถวๆมอดินแดงน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ดี
หัวจิตหัวใจมันมีหวานจืด
ฟ้ามีมืดมีสว่างต่างวิถี
รักกับเกลียดเคียดแค้นชั่วกับดี
ด้วยยังมีกิเลสหนาปุถุชน
อุดมการณ์อุดมกินมีให้รู้
เหยียบหัวอยู่คิดว่าไม่รู้ว่าไม่สน
ถึงอย่างไรฉันก็มีใจให้ผองชน
แม้จะเป็นคนต่ำต้อยน้อยปัญญา

5 ปี กับการทำหน้าที่ มีเรื่องดีใจอยู่ไม่มาก แม้ตรากตรำทำงานบ้างก็ตามที่ ภารกิจที่สำคัญ(ไม่มาก)ที่ได้รับมอบหมายพิเศษคือ สุนทรพจน์ ทำให้ผมได้เรียนและรู้อะไรหลายอย่างจากสุนทรพจน์ที่ทรงคุณค่า งานสืบทอดปณิธาน อุดมการณ์มอดินแดง ที่มอบแก่บัณฑิตในห้าปีที่ผ่านมาก็มอบค่าให้ชีวิตเหลือล้น งานมหาวิทยาลัยแห่งความสุขที่เริ่มคิดทำ(แม้ตอนนี้จะไม่ได้ทำอะไรมากแล้วก็ตาม) วารสารศิษย์เก่าที่ทำอยู่บ้างแต่ก็ดีใจแม้มันจะลำบาก
ช่วงนี้เร่งงานกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41 ปวดหัวเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าทำเพื่อใครถ้าไม่ใช่ "มอดินแดง"

การทำงานในหน้าที่ ไม่ค่อยได้รับคำชม มีแต่คนตำหนิ...เมื่อก่อนคิดว่ามันจะเป็นพลังที่งดงาม
ตอนนี้ไม่ค่อยสนใจคำตำหนิ...เพราะไม่ได้ยิน มุ่งหน้าทำงานดีกว่า งานจะได้ออกมาดีในแบบฉบับเรา
ขอบคุณบางท่านที่มอบหมายงานพิเศษให้ทำ จนอยากจะตะโกนบอกดังๆว่า อย่ามอบหมายอีกเลย เพราะนอกจากทำให้งานประจำที่มีอยู่ "ไม่ได้เรื่อง" แล้ว ยังทำให้เสียสุขภาพจิต และที่สำคัญเสียสุขภาพทรัพย์ไปหลายครั้งหลายครา
ขอบคุณบางท่านที่ให้ทั้งแรงผลักแรงถีบ...กระชากลากจูง จนทำให้มีวันนี้ วันนี้สง่างาม (เบ๋ย)

5 ปีที่อดทนฝนทั่งให้เป็นเข็ม
ขอบคุณจอมยุทธหลายๆท่าน ที่ร่วมท่องยุทธภพกับผมในหลายๆโอกาส ต่างกรรมต่างวาระต่างหัวโขน

ปี 2557 น่าจะเป็นปีที่ผมจะต้องตั้งเป้าหมายชีวิตอีกรอบ...เพื่อปรับวิถีครั้งใหญ่ในชีวิต หวังว่านะครับ

ขอความสุขสวัสดิ์จงมีแก่ท่านทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้เทอญ สาธุ 3 times

กาลพฤกษ์ มอดินแดง
23 ธันวาคม 2556

หมายเลขบันทึก: 598750เขียนเมื่อ 23 ธันวาคม 2015 15:02 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 ธันวาคม 2015 15:15 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี