ยา ฮอร์โมน ขายส่ง เล้าหมู

ยา ฮอร์โมน ขายส่ง เล้าหมู

นายอานนท์ ภาคมาลี (คนหาปลา ราชการบำนาญ)

ยา หรือ ยี่ห้อไม่ค่อยมีชื่อเสียง หรือยาไม่ได้ขึ้นทะเบียน ไม่มีใบรับรอง ขายราคาสูงกว่าเป็นจริง โดยยาที่ขายนั้นแบ่งเป็น 3 ชนิด

  • ยาที่ใช้ผสมอาหาร เป็นลักษณะผง
  • ยารักษาเชื้อไวรัส ใส่เป็นขวดแก้ว ใช้วิธีฉีด
  • ยาประเภทวัคซีนต่างๆ

ยาที่นิยมใช้มากเป็นยาปฏิชีวนะในกระบวนการเลี้ยงสัตว์ เหมือนกันหมดทั้งที่ใช้ในหมู ไก่ ปลา และยังมีพบเคมีประเภทฮอร์โมน ช่วยเร่งหมูเติบโตเร็ว เพื่อให้ได้ขนาด ตามบริษัทกำหนด เนื่องจากฟาร์มหมูขนาดใหญ่ จะเป็นคอนเตร็กฟาร์ม หรือผู้ให้เกษตรพันธะสัญญา ที่บริษัทใหญ่บังคับให้ชื้อลูกหมู อาหารยา และสิ่งอื่นๆ

ลูกหมูตัวเล็กๆก็เน้นยาไม่ให้หมูติดโรค หมูโตหน่อยก็เน้นขายฮอร์โมนเร่งให้โตเร็ว หากหมูใกล้ขาย ก็เน้นสารเคมี ที่ช่วยให้หมูมีเนื้อแดง

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเทคนิคบังคับให้ใช้สารเคมี ยาปฏิชีวนะ ฮอร์โมนในปริมาณมากๆที่เกินขนาดกว่ามาตรฐาน ทำให้มีการตกค้างของยาปฏิชีวนะ หรือสารเคมีในสัตว์เลี้ยง ส่งกระทบต่อสุขภาพ ของเกษตรกรหรือจากผู้ใกล้ชิดสัตว์เหล่านั้น

ข้อมูลจากเครือข่ายเกษตรพันธะสัญญา อ้างถึงงานวิจัย จากโรงพยาบาลศิริราชว่า เมื่อนำเนื้อไก่ จากห้างสรรพสินค้า มาตรวจหาการตกค้าง ของยาปฏิชีวนะ จึงเกิดข้อสงสัยว่าการใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินกว่ามาตรฐาน ทำให้เชื้อโรคในไก่เนื้อ เกิดการดื้อยาขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคที่กินไก่หรือหมูหรือสินค้าเกษตรที่เต็มไปด้วยยา หรือสารเคมีตกค้าง มีพิษภัยอันตราย สะสมในร่างกายก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โรคระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ หรือมีอาการทางจิตประสาท ฯลฯ

มีเกษตรกรไม่น้อยกว่า 4 แสนครอบครัว ที่ตกอยู่ในสัญญาไม่เป็นธรรม เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนทุกอย่าง ค่าไฟ ค่าสถานที่ ค่าแรง โรงเรือน วัสดุ ค่าอาหาร ไม่มีโอกาสต่อรองกับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ ควรมีหน่วยงานรัฐที่เป็นคนกลาง เข้ามาดูแล เพราะแม้แต่ธนาคารก็ไปเข้าข้างนายทุน รุมซ้ำเติมเจ้าของเล้าหมู ขาวไร่ ชาวนา

หลังจากเครือข่ายเกษตรกร เสนอ “ร่าง พ.ร.บ.ว่าต้องการคุ้มครองเกษตรพันธะสัญญา” ต่อประธานสภานิติบัญญัติ เมื่อวันที่ 24 เดือน พฤศจิกายน 2558 รัฐบาล จะให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร และผู้บริโภคที่ต้องกินอาหารที่เต็มไปด้วยสารเคมี พิษภัยอย่างไร

ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองเกษตร พันธะสัญญา

  • ห้ามส่ง “พันธุ์พืช – สัตว์” “อาหาร” “ยา” “ปัจจัยผลิต” ที่ไม่มีคุณภาพให้แก่เกษตรกร หรือคู่สัญญา
  • ห้ามทำสัญญา “ได้เปรียบ” อีกฝ่ายหนึ่ง
  • “ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร” ต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐ
  • ต้องเปิดเผยข้อมูลสัญญาต่อสาธารณชน
  • กระทรวงเกษตรและกระทรวงยุติธรรม ต้องจัดฝึกอบรมให้ความรู้และประเมินผลงานให้เกษตรกรรับทราบ
  • รัฐต้องมีมาตรการส่งเสริม “การลงทุน”และ “ภาษีอากร” ให้กับบริษัทหรือเอกชนที่ประกอบธุรกิจด้านการเกษตร พันธะสัญญา
  • ทั้งฝ่ายเกษตรกรและบริษัทเอกชน ทั้ง 2 ฝ่าย ต้องร่วมกันรับผิดชอบ หากทำความเสียหายให้แก่ “สิ่งแวดล้อม”
  • เมื่อเกิดโรคระบาด ภัยพิบัติ เหตุสุดวิสัย ฯลฯ หากเกษตรกรได้รับเงินชดเชย จากรัฐต้องจัดสัดส่วนให้ฝ่ายคู่สัญญาด้วย
  • แต่งตั้ง “คณะกรรมการระงับข้อพิพาท” ทุกจังหวัดมีตัวแทนจากภาครัฐ กระทรวงเกษตร กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม
  • มีการร้องเรียนต้องพิจารณาระงับข้อพิพาทให้เสร็จสิ้น ภายใน 1 เดือน โดยผู้ที่ทำผิดต้องรับโทษ จำคุก 2 ปี หรือปรับ 2 แสนบาท – 1ล้านบาท ตามกฎหมายกำหนด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อักษรย่อ ทะเบียนรถ



ความเห็น (0)