การกดบังคับ และการกลับกลอก (double-speak)
คณะทหารในปัจจุบันไม่อดทนต่อการวิพากษ์ หรือ การหลบหลู่ของอำนาจ การไม่เห็นด้วยที่เป็นสาธารณะจะผิดกฎหมาย และถูกทำโทษด้วยมาตรา 112 และมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว สิ่งนี้ก่อให้เกิดกระบวนการแทรกแซงที่ทำให้เป็นทหารเกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรม เช่น ผู้ต้องสงสัยสามารถถูกจับกุมเมื่อใดก็ได้, พลเมืองต้องเข้าสู่ศาลทหาร, และหน่วยทหารสามารถสืบค้นอาชญากรรมแทนที่ตำรวจ หลังจากรัฐประหาร ผู้คนประมาณ 751 คนถูกควบคุมระหว่างพฤษภาคม 2014 จนถึงเดือนเดียวกันปี 2015 อย่างน้อย 22 คนของพวกเขาเป็นผู้ที่ถูกเรียกมาแล้ว 6 คนของพวกเขาผิดด้วยมาตรา 112 ในขณะที่ 71 จะเป็นการสัมมนาทางวิชาการ, ละครเวที, และหนังที่ถูกแบนหรือเซ็นเซอร์โดยทหาร
การพูดกลับกลอกได้เป็นการปฏิบัติโดยทั่วไปเพื่ออำพรางความเกรี้ยวกราดของการกดบังคับ คณะทหารจะใช้การปรับทัศนคติ ซึ่งมีนัยยะถึงการกักตัว คำว่าความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งหมายถึง การกดบังคับผู้ที่ไม่เห็นด้วย และคำว่าคืนความสุขให้แก่ผู้คนจะมีความหมายว่า การฉกฉวยอำนาจที่ไม่มีรัฐธรรมนูญ โฆษณาเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายก็คือฉายภาพให้เห็นว่าคณะทหารคือผู้รักษาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งแตกต่างไปจากภาพลักษณ์ของผู้ที่รักษาประชาธิปไตย ด้วยเป็นผู้ก่อกวนจนอาจทำให้เกิดสงครามกลางเมือง
การกระทำแบบไม่ใช้ความรุนแรงประสบผลหรือไม่
คณะทหารได้ปกครองประเทศปีกว่า และสัญญาว่าจะคืนอำนาจภายใน 2 ปี หลังจากที่ทำความสะอาดบ้านแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าการกระทำที่ไม่ใช้ความรุนแรงที่บรรยายไว้ข้างบนจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ ถ้าเกณฑ์ในการประเมินว่าหากคณะทหารหลุดไปได้เลย แน่นอนว่าสิ่งนั้นคือการไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ถ้าเกณฑ์จะเป็นว่าเครือข่ายผู้ที่สนับสนุนประชาธิปไตยให้ความหวังเพื่อวันที่ดีในเมืองไทยแล้วหละก็ ฉันต้องบอกว่ามันประสบผลสำเร็จ แน่นอนว่ากระบวนการใช้ความไม่รุนแรงเตือนเราให้ตระหนักว่าไม่ว่าวันจะเปลี่ยนไปเท่าใดการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังคงอยู่อย่างต่อเนื่องไม่วันจะหายไปได้ เพราะว่าประชาธิปไตยยังไม่เคยเกิดขึ้นในโครงสร้างของการเมืองไทยเลย ดังนั้นเรา-ประชาชน-จึงตั้งหน้าตั้งตาที่จะฝันเห็นถึงการไม่ใช้ความรุนแรง, อิสรภาพ, ความอดทนต่อความแตกต่างหลากหลายจะเป็นพื้นฐานในวัฒนธรรมการเมืองไทย กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะต่อต้านคณะทหารเท่านั้น แต่ยังฉายภาพให้เห็นถึงอนาคตทางการเมืองสำหรับคนรุ่นหลังด้วย
แปลและเรียบเรื่องจาก