เสน่ห์ของ วอชิงตัน ดีซี ที่ดึงดูดผม คือกลุ่มพิพิธภัณฑ์ สมิธโซเนียน ที่อยู่เรียงรายข้าง The Mall อันทรงชื่อเสียง ไปคราวนี้ส่วนเที่ยวผมวางแผนเที่ยว พิพิธภัณฑ์สมิธโซเนี่ยนอย่างเดียว โดยอยู่ต่อหลังคนอื่นกลับอีก ๒ วัน
วันที่ ๔ พฤศจิกายน หลังจากคนอื่นๆ เช็คอินเข้าโรงแรม The Concordia หมดแล้ว แต่ผมยังไม่ได้ห้อง ผมก็ชวนคนสนใจไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ Smithsonian ได้หมอเจี๊ยบ ภัทรวลัย ตลึงจิตร ทีมศิริราช กับอีกสามสาวของ HITAP ไปด้วยกัน
หลังอาหารเที่ยงที่ร้านจีนใกล้ๆ โรงแรม เราแยกย้ายกันไป โดยทีมไป Smithsonian มี ๕ คนดังกล่าวแล้ว เราเดินลงใต้ไม่นานก็ไปเจอสถานีรถใต้ดิน Foggy Bottom/GWU สาวๆ คลำหาวิธีซื้อตั๋วแล้วนั่งรถสายสีน้ำเงินไป ๕ ป้าย ก็ถึงสถานี Smithsonian สาวๆ ทำหน้าที่ไกด์ ถามทางไปพิพิธภัณฑ์ สมิธโซเนี่ยน ผมเดินตามอย่างสบายใจ ระหว่างเดินก็ถ่ายรูปต้นไม้ใบไม้ในฤดูใบไม่ร่วงอันสวยงาม
แห่งแรกที่ไปคือ National Museum of American History เข้าไปดูห้อง History of Science and Technology หมอเจี้ยบสงสัยว่าเครื่องที่ดูคล้าย Tranfformer สมัยก่อนคืออะไร ในที่สุดเธอก็รู้ว่า เป็นเครื่อง Defribrillator สำหรับช็อคคนที่เกิดอาการ Atrial Fibrillation ให้หัวใจกลับมาเต้นตามปกติ เป็นต้นแบบที่ต่อมากลายเป็นเครื่อง AICD (Automatic Implantable Cardiac Defribrillator) ที่พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขากรแพทย์ แก่ Professor Mortom M. Mower ในปี ๒๕๕๘ และจะรับพระราชทานรางวัลในวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๙ นั่นเอง
เข้าไปชมนิทรรศการ ดินแดนที่มนุษย์ยังไปไม่ถึง (Terra Incognita) แต่อยากไป และนิทรรศการเงินตรา แล้วออกไปเดินหา Air and Space Museum สาวๆ อยากดู แต่ผ่าน Smithsonian Palace ก็แวะเข้าไปดู ไปที่ Air & Space Museum ไปพบ IMAX Cimema เรื่อง Universe ก็ตีตั๋วเข้าไปดู แต่ด้วยความเพลีย จึงได้หลับมากกว่าได้ดู
นั่งรถใต้ดินกลับมาที่สถานี Foggy Bottom/GWU สาวๆ HITAP พาไปซื้อเสบียงที่ร้าน Trader Joe’s แล้วกลับโรงแรมด้วยความเพลีย และหมดแรง
เข้านอนสามทุ่ม ตื่นตีสี่ แบบนอนรวดเดียวโดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ
วิจารณ์ พานิช
๙ พ.ย. ๕๘
บนเครื่องบิน ANA จาก วอชิงตัน ดีซี ไปโตเกียว



















