13. ยิ่ง"สนุก" ยิ่ง"มีความสุข" ยิ่ง"ทำบ่อย".. ฝึกลูกเก่งเรียน

เคล็ดลับการฝึกลูกรักการเรียน ฝึกวินัย และ ความรับผิดชอบ

ยิ่ง"สนุก" ยิ่ง"มีความสุข" ยิ่ง"ทำบ่อย"..ฝึกลูกเก่งเรียน

ยิ่งทำบ่อย ติดเป็น"นิสัย"

สร้างเสริมเป็น"บุคลิกภาพแห่งความสำเร็จ"

___________

จากที่ครูแม่แอนได้ทำรายงานการเรียนวิชาพัฒนาการของสมองและพฤติกรรมมนุษย์ ได้พบว่า

คนเราจะมีส่วนของสมองส่วนที่เรียกว่า Reward Pathway โดยที่เมื่อคนเรากระทำพฤติกรรมบางอย่างและได้รับความพึงพอใจจากการทำสิ่งนั้น สมองเราจะหลั่งสารสื่อประสาทที่เรียกว่า "โดปามีน" ออกมา โดยที่สารนี้จะถูกส่งไปยังส่วนต่างๆของสมองหลายส่วน เมื่อร่างกายหลั่งสารโดปามีนออกมาจะส่งผลต่ออารมณ์ของบุคคลทำให้มีความตื่นตัว กระฉับกระเฉง มีสมาธิมากขึ้น ไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ รอบตัว และสิ่งที่สำคัญ จะไปกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อให้ทำพฤติกรรมนั้นซ้ำๆอีก เพื่อให้สมองหลั่งสารโดปามีนอีก และทำให้สมองรู้สึกพอใจและมีความสุข และก่อให้เกิดพฤติกรรมซ้ำแบบเดิมอีกไปเรื่อยๆ

* จากความรู้เรื่องสารสื่อประสาทโดปามีน ก่อให้เกิดความสุขนั้น ในส่วนของการเรียนรู้แบบ BBL (Brain Based Learning- การเรียนรู้โดยใช้หลักความเข้าใจสมองเป็นฐาน ) ได้มีการนำความรู้เรื่องนี้มาใช้ในการออกแบบการเรียนรู้ของเด็ก โดยใช้การเรียนการสอนในรูปแบบของการทำกิจกรรมที่สนุกสนาน เข้ามาช่วยทำให้เด็กเกิดความรู้สึกอยากเรียนรู้ และ จดจำได้ดีขึ้น ได้แก่ การใช้กิจกรรม cup song ให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายในขณะเดียวกันกับการท่องบทกลอนสอนสระ การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยให้สมองน้อย(สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว) ถูกกระตุ้นสนับสนุนการทำงานของสมองใหญ่ (ส่วนการคิด ) และ ช่วยทำให้สมองหลั่งสารโดปามีน เพื่อช่วยเด็กในการจดจำและเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น เด็กนักเรียนที่ได้ฝึกการท่องจำในลักษณะนี้ สามารถจำคำศัพท์ได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มอัตราการอ่านหนังสือได้ในเด็กเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก และ เด็กที่ได้ฝึกผ่านกิจกรรม BBL เหล่านี้กลายเป็นเด็กรักการอ่านหนังสือไปโดยปริยาย โดยไม่ต้องบังคับให้เด็กอ่านหนังสือ

* เช่นกันเราสามารถนำความรู้เรื่องสารสื่อประสาทโดปามีน มาใช้ในการ"เลี้ยงลูก"ด้วยเช่นกัน ด้วยการที่ หากเราอยากให้ลูกแสดงพฤติกรรมใดที่ดีที่เราต้องการ ดังนั้น เมื่อลูกทำพฤติกรรมที่ดีนั้น เราก็ควรมีการให้รางวัลกับพฤติกรรมที่ดีนั้น ซึ่งจะทำให้ลูกกระทำพฤติกรรมที่ดีนั้นซ้ำๆ จนกลายเป็นนิสัย โดยที่คำว่า รางวัล มิได้หมายถึงสิ่งของ แต่เป็นรางวัลอื่นๆอีกมากมายที่เราสามารถให้ได้ด้วยความรัก โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินตราแต่อย่างใด ได้แก่ การชม การกอด การหอมแก้ม การให้รางวัลที่จะพาไปเที่ยว การให้รางวัลที่จะให้เวลาคุณภาพกับลูก 1 ชม. โดยแม่จะนั่งเล่นกับลูกโดยไม่ทำอย่างอื่น เป็นต้น และคำว่าพฤติกรรมดีนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ คือ พฤติกรรมที่พูดถึง มิใช่หมายถึง ผลลัพธ์ที่ต้องการแต่เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง การชื่นชมในกระบวนการขั้นตอนในการได้สิ่งนั้นมาด้วยเช่นกัน ได้แก่ ลูกนั่งทำการบ้านได้ 5 ข้อ จาก 10 ข้อ และ ขอพัก การให้คำชื่นชม เราไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกทำการบ้านได้ครบ 10 ข้อ แต่เราสามารถ"ชื่นชมในความพยายาม"ของเขาที่ทำการบ้านที่ยากเสร็จได้แล้วตั้ง 5 ข้อ เหลืออีกเพียง 5 ข้อสุดท้ายก็จะเสร็จครบถ้วน การชื่นชมและ ให้กำลังใจลูกในลักษณะนี้ กระตุ้นทำให้ลูกอยากทำพฤติกรรมเดิมซ้ำ และ ลูกจะทำการบ้านต่ออีก 5 ข้อเสร็จได้ด้วยความรู้สึกที่ดี และไม่รู้สึกเบื่อหน่ายการบ้าน เป็นต้น

* เช่นกัน การเรียนของเด็ก โดยผ่านการเล่น และ ความสนุก จะทำให้เด็กอยากเรียน และ จดจำสิ่งที่เรียนได้ดีกว่า ดังนั้น การเร่งเรียน เร่งทำการบ้าน และ การอัดเรียนพิเศษต่างๆ โดยไม่มีเวลาให้เด็กพัก นอกจากจะไม่ช่วยทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีต่อสมองเด็กแล้ว ( สมองไม่หลั่งสารสื่อประสาทโดปามีน) แต่กลับทำให้สมองหลั่งสารสื่อประสาท"คอร์ติซอล" ซึ่งเป็นสารแห่งความเครียดออกมาแทน เมื่อสมองหลั่งสารเคมีคอร์ติซอลออกมา จะทำให้สมองเกิดการยับยั้งการเรียนรู้ ไม่อยากเรียนรู้ ไม่อยากคิด คิดอะไรไม่ออก รวมถึงเกิดปัญหาทางด้านร่างกายปวดหัว ปวดท้อง นอนไม่หลับ รู้สึกเวียนหัว รู้สึกคลื่นไส้ อยู่เป็นประจำโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่งผลต่ออารมณ์ทำให้เป็นคนขี้หงุดหงิด โกรธง่าย ร้องไห้ง่าย ซึมเศร้า ขี้วิตกกังวลต่างๆ และ หากสมองหลั่งสารคอร์ติซอลออกมาเป็นประจำ จากความเครียดเรื้อรังสะสม จะส่งผลกระทบในการทำลายโครงสร้างสมองทั้งในส่วนสมองส่วนคิด และสมองส่วนอารมณ์ ทำให้เป็นคนที่คิดอะไรไม่ออก ไม่มีความคิดสร้างสรร ไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆได้ เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง และ ยังเป็นคนที่ขี้กลัว ขี้วิตกกังวล โมโหง่าย ฉุนเฉียวเป็นต้น

เมือ่เรารู้เช่นนี้แล้ว เราจะเลือกวิธีไหนทำให้ลูกเก่งกันดีคะ ..

ระหว่างให้ลูกเรียนๆเล่นๆ เรียนแต่พอดี มีให้ลูกได้มีเวลาพัก ได้มีเวลาเล่นบ้าง สมองจะได้จดจำดี มีความคิดสร้างสรร และ เช่นกัน อารมณ์ดี มีความสุข ลูกไม่เครียด แม่ไม่เครียด ยิ้มหัวเราะให้กันมีความสุข

หรือ จะเลือกให้ลูกเน้นเรียน เก่งเรียน ท่องจำ อัดเรียนพิเศษ ลูกเครียด ลูกได้ผลคะแนนดี เกรดดีในระยะสั้น แต่ทำลายสมองในระยะยาว คิดอะไรไม่ออก ขี้หงุดหงิด ลูกเครียด แม่เครียด หน้างอใส่กัน

เราจะเลือกแบบไหนกันดีคะ..

หมายเหตุ : การให้รางวัล- การชม และอื่นๆควรกระทำอย่างพอเหมาะ และค่อยๆถอนรางวัลส่วนนี้ออกทีละนิด เพื่อฝึกให้เด็กทำสิ่งต่างๆจากความตั้งใจของตนเองมากกว่าการทำพฤติกรรมเพราะอยากได้รางวัล

ด้วยรักจากใจ

ครูแม่แอน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เลี้ยงลูกแบบ Win-Win



ความเห็น (0)