Switzerland "Dreamland" 15-23 October 2015 ขั้นเตรียมการ

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
เข้าใจแล้วว่า ทำไมคนที่มาเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์ จึงเรียกว่าแดนในฝัน

Switzerland 15-23 October 2015

ห่างหายไปนานสำหรับ blog ท่องเที่ยว มีอะไรทำหลายอย่างเหลือเกินค่ะ แต่ก็ยังมีความสุขเมื่อได้กลับมาเขียนอีกครั้ง ที่ค้างอยู่เห็นจะเป็นทริปบาหลี กับทริปมาเลเซีย ถ้ามีโอกาสดีๆ ก็จะกลับมาเขียนเล่าเรื่องให้ฟังตามเคย กลับมาที่บันทึกนี้ก่อน เรา Plan trip สำหรับ Switzerland กันค่ะ อยากจะไปสักครั้งในชีวิต ในขณะที่ร่างกายยังสามารถเดินและอดทนต่อหลายสิ่งหลายอย่างได้รวมถึงสมองที่ยังคงทำงานได้อย่างเป็นปกติ เริ่มกันเลย

รูปแรกเป็นน้ำจิ้มไปก่อน บรรยากาศดีมากมายเลย

ขั้นเตรียมการก่อนที่จะไป

สำหรับทริปนี้เดินทางกัน 3 คน พ่อ แม่ ลูกเช่นเคย รวมงบประมาณค่าใช้จ่ายทุกสิ่งอย่างแล้วใกล้ๆ 2 แสนบาทไทย เราเริ่มเตรียมตัว เตรียมข้อมูลกันก่อนล่วงหน้าประมาณ 4 เดือน ตั้งแต่การซื้อตั๋วเครื่องบิน ได้ตั๋วของสายการบิน Etihad ไปกลับคนละประมาณ 25,000 บาท เดินทางไปกลับ จากสุวรรรภูมิ ไปยังสนามบิน Zurich ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวม 3 คน 74900 บาท มี transit 1 จุดที่ Abu Dabhi ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

ซื้อตั๋วจาก บ.ทัวร์ที่เชียงใหม่ ชื่อว่า มานิตทราเวล เนื่องจากว่าพาสปอร์ตของพวกเราใกล้หมดอายุ คือ เหลือเวลาไม่ถึง 6 เดือนก่อนเดินทาง ดังนั้นจึงต้องใช้บริการบริษัททัวร์ในการจองตั๋วให้เรียบร้อย หลังจากที่ได้ พาสปอร์ตใหม่แล้วก็ต้องแจ้งเลขที่พาสปอร์ตใหม่ให้กับทางบริษัททัวร์เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับสายการบินอีกทีนึง (หลายตลบมาก)

พอได้ตั๋วแล้วก็เริ่มเตรียมอย่างอื่น พาสปอร์ตที่หมดอายุก็ต้องไปทำใหม่ ดีที่เชียงใหม่มีบริการทำ ซึ่งให้บริการได้รวดเร็วมาก ดีจริงค่ะ จากพาสปอร์ตก็ทำวีซ่าอีก โดยต้องนัดหมายกับบริษัท TLS contact ก็ทำการเข้าเวปไซต์ของเค้าจะมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่จะทำวีซ่า หรือโทรศัพท์ไปสอบถามก็ได้ค่ะ ได้รับคำแนะนำและบริการเป็นอย่างดี ซึ่งวีซ่านั้นจะต้องทำก่อนที่จะเดินทางในระยะเวลา 90 วัน เราก็รอค่ะ แต่ได้ทำการกรอกข้อมูลสำหรับ application ตามหน้า website ให้เรียบร้อยก่อน พอครบตามเวลาก็รีบทำการนัดหมาย มีปัญหาก็โทรไปสอบถามเจ้าหน้าที่ ไม่ยากอย่างที่คิดเลย

เตรียมเอกสารให้ครบตามที่เค้ากำหนด ไม่ว่าจะเป็น รูปถ่าย (อันนี้เตรียมไปให้ดีเพราะเห็นคนต้องไปถ่ายใหม่เยอะเลย) ใบรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ statement ของธนาคารที่มีเงินอย่างน้อย 2 แสนบาท เอาหลายๆ ธนาคารก็ได้ตามที่เราคิดว่าถ้าแสดงเอกสารทางการเงินเหล่านี้แล้วจะเป็นการรับรองว่าเรามีงานเป็นหลักแหล่ง มีเงินที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวและดำรงชีวิต ไม่ไปเป็นโรบินฮู้ดที่บ้านเค้า ประกันการเดินทางก็ซื้อจาก Internet ส่วนเอกสารของเด็กก็เช่น ใบรับรองการเป็นนักเรียน สูติบัตรที่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ (ต้องแปลจากสถาบันที่สถานฑูตรับรองด้วย แปลเองไม่ได้ สอบถามได้จากพนักงาน TLS contact ค่ะ) แล้วก็ต้องเดินทางไปทำที่กรุงเทพฯ เพือสแกนนิ้วมือ (เด็กที่เดินทางพร้อมผู้ใหญ่ไม่ต้องไปเองค่ะ) ใบจองโรงแรม ฯลฯ เอกสารครบถ้วนก็ผ่านฉลุย ไม่มีปัญหาอะไร แต่ของพวกเราปรากฎว่า ลืมขอเอกสารรับรองการเป็นนักเรียนของลูกมา คืออ่านลิสต์รายการไม่เข้าใจเอง ก็เลยต้องกลับไปขอใหม่แล้วก็ส่ง e-mail กลับมาให้ทางสถานทูตเอง ค่อนข้างเรียบร้อยทีเดียวค่ะ (การส่ง e-mail ไปยังสถานทูตสวิส จะต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น) รอสัก 1 สัปดาห์เค้าก็ส่งพาสปอร์ตที่มีวีซ่าเชงเก้นแปะมาเรียบร้อย ส่งถึงบ้านเลย

สำหรับการจองโรงแรมที่พัก ซึ่งครั้งนี้เราก็คิดกันว่าจะใช้ Interlaken เป็น base คือจะพักที่นี่ทั้งหมด 5 วัน จากนั้นจะย้ายไปพักที่ Zurich อีก 2 วัน เพื่อความสะดวกในการเดินทางกลับ โดยโรงแรมที่เราหาได้แบบถูกที่สุดเท่าที่จะพยายามได้ (แต่มีห้องน้ำในตัว เพื่อความสะดวก) เป็น hostel ชื่อว่า Happy Inn Lodge จองผ่าน booking.com คือเวลาจองผ่านเวปไซต์พวกนี้ก็จะมีราคาเบื้องต้นเท่านั้นเอง เอาเข้าจริงก็จะมีบวกโน่นนี่นั่น คือราคาจริงจะสูงกว่าที่แจ้งไว้เสมอ แต่เค้าก็จะเขียนไว้ว่า ไม่ include อะไรบ้าง ประมาณนี้ ต้องอ่านและพิจารณาเอาเอง สุดท้ายห้องที่เราได้เป็นห้องสำหรับ 4 คน มีห้องน้ำในตัว ตกคืนละ 4,860 บาทไทย ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้นด้วยนะคะ ตอนนั้นอย่างแพงเลยค่ะ 1 CHF ประมาณ 38 บาทไทย สุดท้ายเราก็ตัดสินใจจองกันที่นี่ตัดผ่านบัตรเครดิต เก็บเงินหลังจากนั้นอีกประมาณ 3 วันเองค่ะ สรุปคือ จ่ายก่อนเลย จากนั้นก็เสาะหาโรงแรมต่อที่เราจะพักกันที่ Zurich อีก 2 คืน ได้ที่ Ibis budget Zurich city west เป็น budget hotel ห้องสำหรับ 3 คน ห้องน้ำในตัว ตกคืนละ 4,265 บาท สรุปคือ ราคาห้องพักพอๆ กัน ทั้ง 2 เมือง

การหาที่พักก็จะมองหาที่ใกล้ๆ สถานีรถไฟ เป็นหลักไว้ก่อน คือเอาเดินทางสะดวก หาไม่ยาก อย่างที่ Interlaken โรงแรม Happy Inn Lodge เป็น Hostel แต่มีห้องน้ำในตัว มีห้องครัวเป็น Self kitchen อยู่ชั้นล่าง ในห้องครัวก็จะมีไมโครเวฟให้ 2 อัน กาต้มน้ำไฟฟ้า 2 อัน หม้อหุงข้าว 1 อัน ตู้เย็นเล็กๆ 2 ตู้ (เวลาเอาอาหารใส่ตู้เย็นให้เขียนชื่อห้องและวัน check out แปะไว้ด้วย) โรงแรมนี้จะอยู่ใกล้สถานีรถไฟ Interlaken west เดินจากสถานีรถไฟแป้ปเดียว ไม่ถึง 10 นาที หาไม่ยากเลยค่ะ ส่วนที่ Zurich โรงแรม Ibis budget ก็อยู่ใกล้กับสถานีแทรมสาย 4 ลงที่ป้าย Technopark พอลงรถแล้วมองไปทางขวามือประมาณ 40 เมตร ก็จะเจอโรงแรมเลย ติดถนน หาง่ายมากมาก เป็นห้องแบบ 3 คน มีเตียงใหญ่ 1 และมีเตียงเล็กอีกเตียงอยู่ชั้นบน ห้องน้ำในตัว ไม่มีห้องครัวค่ะ ในห้องมีแต่ทีวี 1 อัน ไม่มีกาต้มน้ำไฟฟ้าหรือไดร์เป่าผมนะคะ อ้อโรงแรมนี้จ่ายเงินเมื่อ check in ค่ะ ไม่ได้เก็บไปก่อนเหมือน Happy Inn

ต่อมาก็มองหา Swiss pass เราซื้อจาก KTC world ค่ะ ข้อมูลสำหรับปี 2015 ก็คือเค้ายกเลิก Swiss pass เป็น Saver คือต้องซื้อของ Adult แยกไปเลย ส่วนของเด็กเค้าจะออก Family card ให้ ได้เดินทางฟรี ไม่ต้องเสียเงิน ค่า swiss pass ราคาคนละ 12,000 บาท และก็ซื้อตั๋วขึ้นจุงเฟราพร้อมกันเลยอีกคนละ 3770 บาท เด็กฟรี เราเช็คราคาตอนหลังพบว่าที่ Facebook ของ switzerlan fanclub ให้ราคาที่ถูกกว่านี้ ลองไปดูนะคะ

ค่าใช้จ่ายก็มีดังนี้ค่ะ รวมงบประมาณที่ใช้ไป

  1. ตั๋วเครื่องบินทั้งหลาย

ตั๋วบางกอกแอร์เวย์ ลำปาง กรุงเทพ 6,825 บาท

ตั๋ว Etihad กรุงเทพ ซูริค 74,900 บาท

  1. ค่าทำ Passsport ใหม่ เพราะใกล้หมดอายุกันทั้ง 3 คน คนละ 1,040 รวม 3,120 บาท
  2. ค่าซื้อประกันการเดินทาง 9 วัน จาก KTI คนละ 576 บาท รวม 1,728 บาท
  3. ค่าแปลสูติบัตรของ ดช. Son 1,200 บาท
  4. ค่าโรงแรม Happy Inn Lodge Interlaken 5 คืนรวมทั้งหมด 24,303.65 (ห้องสำหรับ 4 คน มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำในตัว รวมภาษีโรงแรม และ city tax แล้ว)
  5. ค่าโรงแรม Ibis Budget Zurich City West 2 คืน รวมทั้งหมด บาท (ห้องสำหรับ 3 คน มีห้องอาบน้ำ ห้องน้ำในตัว) 8584.38 บาท
  6. ค่าธรรมเนียมขอ Statement Bangkok bank 400 บาท
  7. ค่าธรรมเนียมขอใบรับรองความเป็นนักเรียนเป็นภาษาอังกฤษ ของซัน 100 บาท
  8. ค่าทำวีซ่าผู้ใหญ่ 2 เด็ก 1 รวมค่าส่ง EMS 8,529 บาท
  9. ค่าถ่ายรูปสำหรับวีซ่า 3 คน 510 บาท
  10. ซื้อ swiss pass และตั๋วขึ้นจุงเฟรา 31,580 บาท ซื้อ swiss pass 2nd จำนวน 2 ใบสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนของเด็กออกให้เป็น family card ซึ่งเมื่อเดินทางกับผู้ใหญ่จะฟรี จุงเฟราก็ขึ้นฟรี
  11. นอกนั้นก็เป็นค่าอาหารการกิน ค่าของที่ระลึก ซื้อช็อคโกแลต ฯลฯ อีก ราวๆ 30,000 บาทไทย

สรุปแล้ว ค่าใช้จ่ายทั้งหลายทั้งปวงของทริปท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ 7 คืน 8 วัน 3 คน 200,000 บาท (เหลือมานิดหน่อย)

หลังจากเตรียมตัวกันแล้วก็จะมาเริ่มเที่ยวกันแล้วนะคะ สนุกสนาน และสวยงามอย่างไร รออ่านตอนต่อไปค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (0)