บันทึกความทรงจำเมื่อไปประกอบพิธีฮัจย์ (ตอนที่ 3 สู่นครมักกะฮ.)

มักกะฮ ดินแดนศักดิสิทธิ์ของชาวมุสลิม

วันที่ 27 สิงหาคม 2558 หลังละหมาดซุฮรีในมัสยิดอัล นาบาวีแล้ว คณะของข้าพเจ้าก็ขึ้นรถบัส เดินทางออกจากนครมาดีนะฮมุ่งสู่นครมักกะฮโดยที่ทุกคนอยู่ในชุดเอี้ยะราม คือ ผู้ชายจะนุ่งด้วยผ้าสีขาว 2 ผืน ผู้หญิงก็สวมชุดสีขาว เราจะไปเนี๊ยต (ตั้งเจตนา)ทำฮัจย์วิธีตะมัตตั๊ว(ทำอุมเราะห์ก่อนทำฮัจย์) ที่มิกอต เมื่อรถบัสวิ่งได้ ประมาณ 30 นาที่ ก็ถึงมัสยิดซุลหุลัยฟะฮ มิกอตสำหรับคนเดินทางจากมาดีนะฮ เราตั้งเจตนาทำอุมเราะห์ แล้วละหมาด อัสรี แล้วออกเดินทางสู่จุดหมายต่อไป จนถึงเวลามักริบ จึงแวะละหมาดย่อ มักริบกับอีซา ที่มัสยิดแห่งหนึ่งข้างทาง ที่มัสยิดแห่งนี้มีร้านอาหารด้วย เราจึงทานข้าวที่นี่ เป็นข้าวหมกไก่ย่างที่อร่อยมาก

เรานั่งรถต่อไปอีกประมาณ 6 ชั่วโมง ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นเต้นที่มองเห็นแสงไฟจากหอนาฬิกาใหญ่ที่ตั้งบนอาคารแห่งหนึ่ง ใกล้มัสยิด อัล ฮะรอม ซึ่งแสดงว่ารถกำลังเข้าเขตนครมักกะฮ

เวลา 01.00 น รถบัสถึงที่พักของเราในนคนมักกะฮ คือ Abdullah Dukhan Hotel ตั้งอยู่บนถนน Al-Rashadi เรานำกระเป๋าสัมภาระลงจากรถและเข้าไปพักผ่อนในห้องพัก ให้หายเหนื่อย และนัดเวลาที่จะไปตอวาฟและสะแอ

เวลา 02.30 น กลุ่มข้าพเจ้าประมาณ 15 คนก็เดินไปถึงมัสยิด อัล ฮะรอม ห่างจากที่พักประมาณ 1,500 มตร รอบๆ มัสยิดจะเปิดไฟสว่างไสว และมีผู้คนจำนวนมาก ดินเป็นกลุ่มๆ กลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่ แต่ละกลุ่มจะมีสัญลักษณ์ของกลุ่มตัวเองพื่อไม่ให้พลัดหลง เช่น ผ้าคลุมผม ผ้าผูกคอสีต่างๆ ชาวอินโดนิเซียใช้ผ้าคลุมผมที่มีรูปธงชาติอินโด ขาวแดงติด ส่วนกลุ่มข้าพเจ้าใช้ผ้าคลุมผมสีแดง ข้าพเจ้าเดินตามแซะฮเรื่อยๆผ่านประตูบาบุสลาม เดินจนถึงลานกว้างที่มีผู้คนมากมาย มาซาอัลเลาะฮ์ สายตาข้าพจ้าก็เห็นอาคารกะบะฮอยู่เบื้องหน้า.ข้าพเจ้ารู้สึกตื้นตัน จนน้ำตาคลอ นี่หรือ บ้านของอัลลาะฮ กิบลัตที่มวลมุสลิมหันหน้าละหมาดวันละ 5 เวลา อัลฮัมดุลิลาฮ ที่ข้าพเจ้ามีโอกาสมาเยือนที่นี่ เราก็เริ่มตอวาฟรอบกะบะฮ 7 รอบ ผู้คนไม่ค่อยหนาแน่นเท่าไร หลังตอวาฟ เราก็ไปละหมาดสุนัตหลังมากอมอิบรอฮิม พร้อมทั้งขอดุอาอ แล้วดื่มน้ำซัมซัมที่มีวางอยู่ทั่วไปด้วยหัวใจที่อิ่มเอม

พวกเรารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อไปสะแอคือดินระหว่างเนินขาซอฟา ไปที่เนินขามัรวะห์ จำนวน 7 รอบ รวมระยะทาง 3 กิโลเมตร เมื่อสะแอครบ 7 รอบ เราก็ไปที่เนินมัรวะฮ์ ทำการขลิบผม การทำอุมราะห์ของเราก็เสร็จสมบูรณ์ พวกเราจับมือสลามและสวมกอดด้วยความดีใจ

ภาพมัสยิด อัลฮะราม




ภายในมัสยิดที่สวยงาม

อาคารสะแอ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากครูยะลา



ความเห็น (0)