๓๔๘. บ้าน..ลูกชาย และรีสอร์ท

เมื่อขับรถถึงเขตเมืองสุพรรณ ผมเลี้ยวรถเข้าหมู่บ้านที่เปิดโครงการใหม่ ใหญ่โตหรูหรา อยู่ไม่ไกลห้างสรรพสินค้าและมหาวิทยาลัย ลูกชายนั่งยิ้ม คงคิดว่าผมเอาจริง แต่เปล่าเลย ผมเพียงอยากให้ลูกศึกษาหาข้อมูลไว้ก่อนตัดสินใจ..

ผมเคยเขียนบันทึกไว้นานแล้วว่า จะมีบ้านหลังแรก เมื่ออายุ ๔๐ ปี บ้านหลังแรก..เสร็จเรียบร้อยและเข้าอยู่ได้ ๑๓ ปีแล้ว ตอนนั้นเป็นบ้านหลังแรกๆ ที่ปลูกในสวนของรีสอร์ทที่สงบเงียบ ต้นไม้ในสวนยังไม่เติบโตมากนัก แต่ตอนนี้ ต้นไม้สูงใหญ่ เหมือนบ้านผมปลูกอยู่ในป่ายังไงยังงั้น

ผมกับลูกชายคนโต ขับรถจากกรุงเทพในช่วงสายๆ หลังจากไปเที่ยวในวันหยุดปิดเทอม วันนี้..ผมขอขับรถเอง เส้นทางสุพรรณ-บางบัวทอง ปกติผมจะง่วงนอนตอนขับรถที่มีแดดจ้า แต่วันนี้ มีลูกชายชวนคุย ผมเลยไม่ง่วง เราคุยกันมาตลอดทาง

ส่วนใหญ่เรื่องที่คุย ก็เป็นเรื่องการศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับงานของครู ที่ลูกชายกำลังเรียนรู้ในช่วงแห่งการเริ่มต้นของการรับราชการ ในตำแหน่ง...ครูผู้ช่วย.. ลูกบอกว่า ๑ ปี กับ ๕ เดือน ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหมือนเป็นครูได้สัก ๔ – ๕ ปี มีเรื่องราวให้ต้องรับผิดชอบมากมาย

ผมถามลูกว่า เหนื่อยไหม...ลูกชายบอกว่า..ไม่เหนื่อย ไม่หนักใจ แต่ภายภาคหน้าไม่รู้ว่าจะยังไง จะอยู่โรงเรียนนี้ต่อไป หรือจะย้ายไปอยู่ใกล้บ้าน...

ลูกชายผมเป็นครู ในโรงเรียนขนาดใหญ่ อยู่ที่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ระยะทาง ๑๐๐ กิโลเมตร จากทุ่งดินดำรีสอร์ทที่ผมอยู่

“ถ้าลูกจะย้ายโรงเรียน จะย้ายไปอยู่เขตไหน” ผมถาม

“อยากอยู่สุพรรณ ครับ” ลูกชายตอบอย่างมั่นใจ “สุพรรณ..มีพร้อมทุกอย่าง ไม่ไกลกรุงเทพ โรงพยาบาลก็ดี สนามกีฬาก็มี “

“มาอยู่สุพรรณแล้วจะพักที่ไหนล่ะ”

“เราก็ซื้อบ้านสิครับพ่อ”

ลูกชายพูดเหมือนว่าการมี..บ้าน.เป็นเรื่องง่ายๆ หรือเขาคิดเรื่องนี้ไว้นานแล้ว ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าได้วางแผนในใจ ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง ๒๕ ปี เงินเดือนเขาก็ยังน้อย และบ้านยุคนี้ ราคาแพงก็มาก ลูกจะรู้หรือไม่ บ้านที่พออยู่ได้ หลังไม่ใหญ่ เริ่มต้นที่ราคามากกว่า ๑ ล้านบาท..

เมื่อขับรถถึงเขตเมืองสุพรรณ ผมเลี้ยวรถเข้าหมู่บ้านที่เปิดโครงการใหม่ ใหญ่โตหรูหรา อยู่ไม่ไกลห้างสรรพสินค้าและมหาวิทยาลัย ลูกชายนั่งยิ้ม คงคิดว่าผมเอาจริง แต่เปล่าเลย ผมเพียงอยากให้ลูกศึกษาหาข้อมูลไว้ก่อนตัดสินใจ..

ทาวน์เฮ้าส์ ส่วนหน้าของโครงการ ราคาเป็นล้าน ลึกเข้าไปเป็นบ้านเดี่ยว มีคนเข้าอยู่และจับจองบ้างแล้ว สอบถามราคา ก็มีตั้งแต่ ๓ ล้านต้นๆ จนถึง ๔ ล้านกว่า ยิ่งใกล้ทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ราคาบ้านยิ่งแพง...

“เป็นไงลูก..บ้านในฝัน..เป็นอย่างนี้หรือเปล่า” ผมถาม

“บ้านราคาแพงเว่อจังเลยพ่อ ที่ดินก็นิดเดียว ทะเลสาบสวยดี แต่ถ้าขายบ้านหมด ทะเลสาบเกิดเน่าขึ้นมา จะอยู่กันยังไงเนี่ย..”

ผมขับรถผ่านตัวเมืองสุพรรณ ปลายทางคือบ้านสวนในทุ่งดินดำ..ห่างเมืองเพียง ๖๐ กิโลเมตร ขับรถเรื่อยๆ ชั่วโมงเดียวก็ถึง

“ลูกย้ายมาอยู่ใกล้ๆพ่อสิ แล้วซื้อที่ดินในเฟสใหม่ของรีสอร์ท” ผมบอกลูก เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ตัวรีสอร์ท ที่สองข้างทางเป็นป่าสัก ระยะทาง ๒ กิโลเมตรจึงถึงตัวรีสอร์ท ขับรถเลยไปทางด้านหลังก่อนถึงบ้านผม จะเป็นพื้นที่โล่ง ที่รีสอร์ทเปิดตัวโครงการใหม่ ขายที่ดินกว่า ๕๐ ไร่ แบ่งเป็นแปลงๆละ ๑ ไร่

“ราคาไร่ละเท่าไหร่ครับพ่อ เขาขายหมดหรือยัง” ลูกชายถาม เหมือนจะสนใจ

“แพงกว่าที่พ่อเคยซื้อไว้ ๒ – ๓ เท่าแหละ แต่ก็ยังถูกกว่าในเมือง ตอนนี้เขาขายได้เยอะแล้ว” ผมขับรถพาลูกชายเที่ยวชมที่ดิน มีบ้านปลูกใหม่เกือบสิบหลัง ซึ่งต่างกันลิบลับกับหมู่บ้านในตัวเมืองสุพรรณบุรี

ผมขับรถวนไปวนมาอยู่พักใหญ่ จนใกล้จะถึงบ้านในสวนของผม ก็พบบ้านสวยหลังไม่ใหญ่มาก ปกคลุมด้วยหญ้ารกทึบ

“บ้านใครครับพ่อ..” ลูกชายถาม คงจะจำไม่ได้ เพราะบ้านหลังนี้ ก็อยู่ตรงนี้มานานแล้ว แต่ไม่มีคนอยู่มานานนับปี

“บ้านคนกรุงเทพ เขาซื้อไว้ แต่ไม่ค่อยมาอยู่ จึงเหมือนบ้านร้าง”

“แล้วมาอยู่ใกล้บ้านเราเสียด้วย บ้านเราเลยดูเงียบเหงาวังเวงไปใหญ่เลย”

ผมไม่ได้พูดอะไร ขับรถถึงบ้านพอดี ใจก็อยากบอกลูกชายเหมือนกันว่า พ่ออยู่กับความเงียบสงบนี้มานานแล้วล่ะลูก.. จึงอยากให้ลูกมาอยู่ใกล้ๆยังไงล่ะ..

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (0)