จิตเป็นตัวรู้

จิตเป็นตัวรู้ ความคิดปรุงแต่งขึ้นจากสิ่งที่มากระทบ

จิต คือ สิ่งที่รู้ รับรู้ รู้สึก ความรู้สึกเป็นเรื่องของจิต
ความคิด คือ การปรุงแต่งอารมณ์อย่างหนึ่งของจิต ความคิดเป็นเรื่องของสมอง

แต่ทั้งสองสิ่งนี้เกี่ยวพันกันอย่างแนบแน่น เพราะเราเอาความรู้สึกเอาจิต ไปตามความคิดตามอารมณ์ การฝึกแยกจิตออกจากความคิด เราจะเห็นจิตอยู่เหนือความคิด

รู้สภาพจิต พุทธพจน์

๑) เมื่อจิตมีราคะก็รู้ว่าจิตมีราคะ เมื่อจิตปราศจากราคะก็รู้ว่าจิตปราศจากราคะ

๒) เมื่อจิตมีโทสะก็รู้ว่าจิตมีโทสะ เมื่อจิตปราศจากโทสะก็รู้ว่าจิตปราศจากโทสะ

๓) เมื่อจิตมีโมหะก็รู้ว่าจิตมีโมหะ เมื่อจิตปราศจากโมหะก็รู้ว่าจิตปราศจากโมหะ

๔) จิตหดหู่ก็รู้ว่าจิตหดหู่ เมื่อจิตฟุ้งซ่านก็รู้ว่าจิตฟุ้งซ่าน

๕) เมื่อจิตเป็นมหรคตก็รู้ว่าจิตเป็นมหรคต เมื่อจิตไม่เป็นมหรคตก็รู้ว่าจิตไม่เป็นมหรคต

๖) เมื่อจิตมีจิตอื่นยิ่งกว่าก็รู้ว่าจิตมีจิตอื่นยิ่งกว่า เมื่อจิตไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่าก็รู้ว่าจิตไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่า

๗) เมื่อจิตเป็นสมาธิก็รู้ว่าจิตเป็นสมาธิ เมื่อจิตไม่เป็นสมาธิก็รู้ว่าจิตไม่เป็นสมาธิ

๘) เมื่อจิตหลุดพ้นก็รู้ว่าจิตหลุดพ้น เมื่อจิตไม่หลุดพ้นก็รู้ว่าจิตไม่หลุดพ้น

(มหาสติปัฏฐานสูตร - จิตตานุปัสสนา)

ลงมือปฏิบัติ

กายเป็นสิ่งที่รู้ตัวเองไม่ได้ ต้องมีจิตทำหน้าที่รู้ กายจึงปรากฏว่ามีอยู่ เมื่อจิตเป็นผู้รู้อะไรๆทั้งปวง จิตจึงเป็นที่ตั้งสำคัญของความรู้สึกในตัวตน

จิตนั้น นอกจากจะทำหน้าที่รู้สรรพสิ่งแล้ว ยังรู้สภาวะของตัวเองได้ด้วย ว่ากำลังสว่าง กำลังมืด หรือกำลังขมุกขมัวอย่างไร

เมื่อรู้ว่ากำลังสว่างหรือมืด ย่อมรู้ต่อไปได้อีกว่าเมื่อใดปราศจากกิเลสก็จะสว่าง เมื่อใดเจืออยู่ด้วยกิเลสก็จะมืด เราอาศัยสภาพของจิตที่แปรไปต่างๆนี้เอง เป็นเครื่องฝึกสติ รู้เห็นความไม่เที่ยงของจิต เพื่อถ่ายถอนอุปาทานสำคัญว่าจิตเป็นเรา มีเราเป็นอมตะอยู่กับจิต

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เริ่มต้นใหม่



ความเห็น (1)

พัน
IP: xxx.25.37.178
เขียนเมื่อ 

จิตตืนนั้นแหละเหมือนตัวเรามันน้อยลงไป