กังหันลมของอีสาน

การได้ไปท่องเที่ยวตามป่าเขาลำเนาไพร และเดินทางไปต่างจังหวัด เป็นแนวทางหนึ่งในการผ่อนคลายความตรึงเครียดและหนีความวุ่นวายของคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ นอกจากการไปเดินเที่ยวตามศูนย์การค้าใหญ่ ๆ ในเมืองกรุง

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาได้มีโอกาสพาครอบครัวไปเที่ยวชมกังหันลมที่ยอดเขา ติดกับเขื่อนลำตะคอง ซึ่งเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่เคยพาครอบครัวไปสักครั้ง และได้รับปากลูกสาวหลายครั้งว่าจะพาไปเที่ยวชมดูบรรยากาศบนยอดเขาดังกล่าว และได้เลื่อนเวลามาหลายครั้ง จึงถือโอกาสวันนี้พามาเที่ยวตามที่ได้รับปากไว้


สำหรับรายละเอียดการติดตั้งกังหันลมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีดังนี้...

กังหันลมดังกล่าว เป็น กังหันของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และเป็น "กังหันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย" ด้วย นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่ออยู่เหมือนกันที่บริเวณแถวนี้ จะสามารถติดตั้งกังหันลมที่ใหญ่ขนาดนี้ได้ ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ริมทะเล หรือ พื้นที่โปร่ง โล่ง ที่น่าจะมีกระแสลมที่รุนแรง พอที่จะพัดกังหันขนาดนี้ได้ แต่จากการเก็บสถิติความเร็วลมที่ระดับความสูง 45 เมตร ของ กฟผ. เพื่อตรวจวัดศักยภาพพลังงานลมสำหรับผลิตไฟฟ้าทั่วประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 พบว่า ที่บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาแห่งนี้ มีศักยภาพพลังงานลมดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีลมพัดถึง 2 ช่วง คือช่วงฤดูลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนมีนาคม) และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม) พบว่าบริเวณนี้ที่มีศักยภาพลมดีที่สุด อยู่บริเวณสถานีลำตะคอง มีความเร็วลมเฉลี่ย 6.14 เมตรต่อวินาที ในขณะที่แหล่งที่มีศักยภาพลมดีรองลงมาได้แก่ แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ด (5.65 เมตรต่อวินาที) และบ้านอ่าวไผ่ จังหวัดชลบุรี (5.19 เมตรต่อวินาที) ซึ่งสามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้


ดังนั้นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงได้ดำเนินโครงการติดตั้งกังหันลม ขนาดกำลังผลิต 1,250 กิโลวัตต์์ จำนวน 2 ชุด รวมกำลังผลิต 2,500 กิโลวัตต์ ที่บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมทั้งเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบการจำหน่ายของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นมาด้วยความสูงของเสา 68 เมตร ใบพัดใหญ่ของกังหันมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 60 เมตร กังหันลม 2 ตัวนี้ใช้เงินลงทุนไป 145 ล้านบาท เฉลี่ยต้นล่ะประมาณ 70 ล้าน ถ้ามองความยั่งยืนแล้ว คุ้มกับอนาคต เพราะว่าบ้านสมัยนี้ปลูกสร้างกัน ถ้าเป็นของเศรษฐีหน่อย ก็หลังละประมาณ 30 ล้านกันแล้ว...(ข้อมูลจาก khoayaizone.com)

เดินตามถนนบนไหล่อ่างเก็บน้ำบนยอดเขา

ชมทิวทัศน์ริมเขื่อลำตะคอง


เดินชมวิวและกราบไหว้พระที่บนยอดเขา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (0)