|
นักเรียนเป็นส่วนหนึ่งที่เสริมกำลังใจให้ครูผู้สอนได้มีวิธีการสอนแบบใหม่ๆๆที่เหมาะสมกับนักเรียนไปเรื่อยๆจนกว่าจะค้นพบวิธีการสอนที่ดีที่สุดในช่วงเวลาหนึ่ง
วันนี้เป็นวันจันทร์ ครูอ้อยสอนในชั้นเดียวกันแต่คนละห้อง นักเรียนที่เป็นส่วนของการป้อนกลับนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ในอีกห้องหนึ่ง การบ้านไม่ทำมาเลย มีทำมาเพียง 5-6 คนเท่านั้น นอกนั้นไม่ทำการบ้าน ถามเหตุผลก็ตอบไม่ได้ ทั้งๆที่ก็สั่งการบ้านตั้งเป็นสัปดาห์กว่าแล้ว งานนี้ การสอนแบบนี้ใช้ไม่ได้เลยกับนักเรียนห้องนี้
แต่ตอนบ่าย อากาศร้อนๆ แต่ครูอ้อยเข้ามาสอนห้องนี้ บรรยากาศร้อนกลับเป็นเย็นสบาย เพราะความน่ารักของเหล่านักเรียนห้อง ป4/4 นั้นน่ารักมาก พวกเขากระตือรือร้นเสียจน ครูอ้อยต้องขอเวลาไปหยิบกล้องถ่ายรูปมาบันทึกภาพ แล้วมาคุยกันที่นี่
ภาพแรกเป็นชิ้นงานที่ให้นักเรียนจับกลุ่ม 4 คน นักเรียนจับกลุ่มกันเองด้วยความสมัครใจ ครูอ้อยคอยดูว่าใครไม่มีกลุ่มเท่านั้น เพราะมีนักเรียนบางคนเท่านั้นที่เป็นนิ่ง ไม่รู้ร้อนหนาว และจัดการตัวเองไม่ได้
|
|
|
|
ภาพซ้ายสุดนั้น.....เป็นกลุ่มที่สนุกสนานมาก แสดงถึงความพร้อมเพรียง มีการซักซ้อมความเข้าใจกันและกัน ช่วยกันทำงานเป็นทีม ร่าเริงแจ่มใส เห็นบรรยากาศของนักเรียนที่ชอบการนำเสนอแบบนี้
ภาพที่สอง......เป็นกลุ่มเด็กผู้หญิงที่มีผลงานเนี้ยบกว่ากลุ่มแรก มีการซักซ้อมพร้อมใจกันรวมกันทำงานมาเป็นอย่างดี พูดภาษาอังกฤษด้วย ครูอ้อยให้คะแนนกลุ่มนี้ 10 เต็มเลย
ภาพที่สาม......รู้สึกจะภาพเดียวกับกลุ่มภาพซ้ายสุด สงสัยเกิดความผิดพลาดทางการลำดับภาพ เจ้าหน้าที่ทำงานผิดพลาดแล้วค่ะ ครูอ้อยเองล่ะค่ะที่เป็นเจ้าหน้าที่ ทำทุกอย่างในงานนี้
ภาพสุดท้ายทางขวามือ....ผิดพลาดจริงๆค่ะ ภาพนี้สมควรเป็นภาพแรกของการนำเสนอ เพราะนักเรียนในกลุ่มนี้นำเสนอเป็นกลุ่มแรก น่ารักมาก ผลงานมีความคิดสร้างสรรค์ และนำเสนอได้ดี เสียงดังฟังชัด กล้าแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดเจน
สรุปเลยนะคะ....นักเรียน 42 คน แบ่งกลุ่มได้ 10กลุ่ม มีนักเรียนที่มีความพร้อมในการนำเสนอผลงานวันนี้ 5 กลุ่ม หมายถึงร้อยละ 50 ที่มีความพร้อมในการนำเสนอ
บรรยากาศของนักเรียน ชี้ชัดเลยว่า นักเรียนห้อง ป4/4 ชอบวิธีการเรียนแบบนี้ และรับได้ในการจัดการเรียนรู้ของครู มีการตอบรับด้วยการนำเสนอผลงาน วิธีการสอนแบบนี้จึงยังคงใช้กับนักเรียนห้องนี้ต่อไป
และนักเรียนห้อง ป.4/4 นี้ จะได้เป็นกลุ่มทดลองในการทำวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design ต่อไป
1)การที่นักเรียน 5-6 คนไม่ทำการบ้านทั้งๆที่สั่งมากว่า 7 วัน ครูอ้อยได้ค้นพบหรือเปล่าว่า การบ้านยากเกินไปหรือเปล่า หรือว่า มันมากเกินไปจนนักเรียนรู้สึกขี้เกียจ บางทีนักเรียนอาจจะเก็บการบ้านไว้ รอจนไฟลนก้น คือวันสุดท้าย แล้วค่อยมาทำ ทีนี้ อาจจะทำไม่ทัน เลยไม่มีคำตอบให้ครูอ้อย
2)การสอนแบบนี้ใช้ไม่ได้กับนักเรียนกลุ่มนี้ เคยเห็นเพื่อนที่เป็นครู ไม่ให้การบ้าน เพราะกลับบ้าน นักเรียนไม่ทำ ก้เลยให้การโรงเรียน ให้ทำแบบฝึกหัดมาส่งหลังเลิกเรียน ก่อนกลับบ้าน ไม่งั้น ไมได้คะแนน
3) บรรยากาศและความร่วมมือในการเรียนของนักเรียนมีผลต่อความรู้สึกของผู้สอนหรือเปล่าครับ ที่ว่า ตอนบ่ายอากาศร้อนแต่เจอความน่ารักกลับเย็นสบาย ถ้าไปสอนหนังสือที่ห้องที่สอนตอนเช้า จะเกิดความรู้สึกแบบนี้หรือไม่
- ถ่ายภาพแต่ห้องเรียนตอนบ่ายนี่นา…
4) ภาพถ่ายที่นำเสนอ ถ้าไม่มีคำบรรยายภาพ แทบจะดูไม่ออกเลยนะครับว่า ภาพที่สองเนี๊ยบกว่าภาพแรก
5) ห้องที่สอนตอนบ่าย คือ ป.4/4 แล้วตอนเช้า ป.4/ อะไรครับ / มากกว่าหรือน้อยกว่า 4
ที่ว่า การสอนแบบนี้ใช้ไม่ได้เลยกับนักเรียนห้องนี้ เลยไม่อยากระบุ / แสดงว่า…. / มากกว่าหรือครับ
คุณบอนคะ
ขอบคุณมากค่ะที่แสดงความคิดเห็นที่เปิดประเด็นให้ครูอ้อยนำไปแก้ไขข้อบกพร่องท้งในเรื่องการจัดการเรียนรู้ การให้การบ้าน และการนำเสนอใน G2K
ครูอ้อยจะตอบเป็นข้อๆไปเลยนะคะ
ข้อ1 การบ้านที่ให้นักเรียนนั้นเหมือนกันเปี๊ยบ เวลาที่ให้ทำเท่ากันเปี๊ยบ เพราะครูอ้อยใช้แผนการจัดการเรียนรู้เดียวกันค่ะ พอครูอ้อยถามนักเรียน ครูประจำชั้นก็นำเสนอว่า " พี่ให้การบ้านนิดเดียวนะน้องอ้อย " แล้วก็หยิบการบ้านยื่นให้ครูอ้อยดู ครูอ้อยว่า ห้องนี้ไม่มีแรงจูงใจในการเรียนเลย
ข้อ 2 เมื่อให้เป็นการบ้านแล้วไม่ทำ ครูอ้อยก็จะไม่ให้การโรงเรียน ครูอ้อยต้องเปลี่ยนการสอนเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง จะไม่ฝืนใจนักเรียนหรอกค่ะคุณบอน
ข้อ 3 นั่นนะสิ ครูอ้อยลืมถ่ายรูปบรรยากาศตอนเช้า แต่ครูอ้อยมายืนตั้งนานแล้ว นักเรียนยังไม่ทำความเคารพเลย ต้องให้ครูอ้อยทวง
ข้อ 4 การเรียงภาพครูอ้อยทำผิดหมดเลยค่ะ ภาพสุดท้ายเป็นขั้นตอนแรก เรียงมาทางขวาไปซ้ายค่ะ ขออภัยค่ะ
ข้อ 5 ห้องตอนเช้า ห้องต้นๆกว่าค่ะ บอกไม่ได้ อะไรที่เป็นลบ ขอปิดไว้ค่ะ เพื่อมิตรภาพที่ดี เพราะ มีเพื่อนๆและบุคลากรที่โรงเรียนอ่านด้วยค่ะ
คุณบอนยังไม่แสดงความคิดเห็นว่า " การนำเสนอบันทึกเกี่ยวกับการเรียนการสอน แบบนี้ ตรงกับประเด็นที่คุณบอนเคยเสนอว่า ดีกว่า บันทึกครูอ้อยในแนวบันเทิง ใช่หรือไม่ "
ขอบคุณอีกครั้งค่ะคุณบอน
1) ทำไมตรงกันข้ามไปเลยล่ะครับ สมัยนายบอนเรียนชั้นประถม ไม่ว่าครูจะให้การบ้านมากหรือน้อย หลายคนมักจะทำตอนใกล้วันส่ง ส่วนแรงจูงใจในการเรียนของโรงเรียนต่างจังหวัดนั้น รู้สึกว่าจะอยู่ที่ตัวผู้สอนครับ การถ่ายทอดความรู้ที่ผู้เรียนเข้าใจ เป็นแรงจูงใจในการเรียน ไม่ว่าห้องเก่งมาก หรือเก่งน้อย เพราะนักเรียนที่มาโรงเรียน ก็อยากจะเรียนให้รู้เรื่องกันทั้งนั้น เมื่อเรียนไม่รู้เรื่องวิชาไหน ก็ไม่อยากเรียนวิชานั้น (ในัทศนะเฉพาะนักเรียนรุ่นนายบอนเท่านั้นนะครับ)
2) ที่กาฬสินธุ์ การให้การบ้าน ดูเหมือนจะเนียนครับ ไม่ดูเป็นการบังคับเลย อย่างการสั่งให้ไปอ่านหนังสือก่อนจะเข้าชั้นเรียนในคาบต่อไป ก็สร้างบรรยากาศเหมือนเกมการแข่งขันตอบปัญหา อันที่จริงเป็นการสอนไป แล้วเรียกให้ตอบคำถามแบบธรรมดานี่เอง แต่เป็นอุบายที่ยั่วให้นักเรียนไปอ่านหนังสือ โดยไม่ต้องรอให้ถึงช่วงใกล้สอบ
3) คราวหน้าอย่าลืมถ่ายนะครับ ไม่ต้องให้ทักท้วง และทวง
4) คราวหน้าก็ค่อยๆรวบรวมสมาธิเรียงให้ดีๆนะครับ คุณภาพสำคัญมากกว่า ปริมาณและความถี่ หากมัวแต่จับจ้องอยู่ที่จำนวนตัวนับสถิติที่พุ่งสูงขึ้น แต่เกิดความผิดพลาดกับเนื้อหาที่เป็นส่วนสำคัญ สถิติที่สูงขึ้น และการยอมรับที่เพิ่มขึ้นของผู้ชม ไม่ได้ทำให้ผู้เขียนบันทึกมีการพัฒนาตัวเองขึ้นมาเลย
5) การนำเสนอบันทึกแนวนี้ เมื่อเทียบกับแนวบันเทิงแล้ว ดีครับ แต่ยังไม่ประณีตเท่ากับบันทึกในแนวนั้น
คุณบอนคะ
ข้อ1 นักเรียนยังเล็ก และมีการบ้านหลายวิชา ประกอบกับครูอ้อยเป็นครูพิเศษ ไม่มีเวลามากระตุ้นเตือน สงสัยข้อนี้ด้วย อย่างไรครูอ้อยก็จะเริ่มต้นใหม่เผื่อว่าจะดีขึ้น ไม่ลองไม่รู้นะคะคุณบอน
ข้อ 2 การบ้านที่นี่ไม่ได้พูดคุยกันเท่าไรว่า ฉันให้เท่านี้ เธอควรจะให้เท่าไร เราไม่ได้ปรึกษากัน ต่างคนต่างให้เลย สับสน ผลตกกับนักเรียนค่ะ
ข้อ 3 แน่นอน ถ้าลืมจะไม่โพสต์ คุณบอนจะตำหนิออนไลน์
ข้อ 4 ตอนที่ครูอ้อยเขียนบันทึกนี้ รู้สึกว่าตั้งใจ แต่เทคนิคการโหลดภาพนั้นจำกัด ความจำให้น้อยมาก ครูอ้อยต้องกลับไปลบภาพที่ไม่ใช้ทิ้งไป เลยรับว่าสับสนคะ ยอมรับผิดค่ะ ให้ตี 1 ที
ข้อ 5 ดีใจที่ชมว่าดี จะปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่อไปค่ะ
ขอบคุณนะคะคุณบอน
ครูอ้อยปฏิเสธเพราะติดเรียนค่ะ
ขอบคุณนะคะ
1) ขออภัย นายบอนไม่ได้พูดครับ พิมพ์ทั้งดุ้นเลย (เท่ตรงไหนเนี่ย บันทึกอื่นๆก็เขียนแนวนี้ทั้งนั้น แต่ไม่คลิกอ่านเอง)
2) ครูพิเศษนี่แหละครับ ที่มีเทคนิคการสอนที่หลากหลาย เพราะไม่ใช่ครูประจำชั้น มีเวลาสอนน้อยกว่า เลยต้องหาแนวทางให้นักเรียนเข้าใจให้เร็วที่สุด
3) เสียดายจัง ไม่มาที่อุบล นายบอนจะได้ไปดู
good night
คุณบอนคะ
ข้อ1 ตอนที่ครูอ้อยพิมพ์ว่า พูด นั้นก็คิดว่าต้องถูกคนอย่างคุณบอนตีกลับมาแต่ก็ปล่อยออกไป แสดงว่าครูอ้อยวิเคราะห์คนอย่างคุณบอนได้ถูกต้อง .............ครูอ้อยชนะ
ข้อ2 ฮา...เข้าใจครูพิเศษกับครูประจำชั้น...ในเรื่องของการดูแลนักเรียนติดตามทวงการบ้าน...ไม่ใช่การสอน..ฮา...ครูอ้อยชนะ
ข้อ3 ไม่ต้องเสียดาย ตามมาดูที่โรงเรียนได้เลย หากอยากดู ไม่ต้องรอให้ไปที่อุบล.....ครูอ้อยชนะ
อย่างไรก็ตาม คุณบอนควรจะรู้จักครูอ้อยให้มากกว่านี้ ขอบคุณค่ะ
อรุณสวัสดิ์คะครูอ้อย
อรุณสวัสดิ์ค่ะน้องอ๊อบ
สวัสดีค่ะน้องอ๊อบ
ครูอ้อย
ดูแลสุขภาพ(มากถึงมากที่สุด)นะคะ
เป็นห่วง เป็นห่วง
เอ......เราจะฝากถึงกะปุ๋มด้วยดีไหม เพราะน้องต้องสอบดุษฎีนิพนธ์วันที่ 16 พย. เรา ช่วยส่งกำลังใจให้ดีกว่านะคะ
ผู้ถูกพาดพิงรับทราบด้วย
น้องอ๊อบ ครูอ้อยเพิ่งรู้ค่ะว่ากะปุ๋มจะสอบ เราช่วยกันส่งพลังใจไปดีกว่าค่ะ เร็วๆ ช่วยกัน ฮึด…..