สัมภาษณ์ โรเบิร์ต ชิลเลอร์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ผู้ไม่เห็นว่าตลาดจะมีประสิทธิภาพ

พวก (เชียร์) ตลาดมีประสิทธิภาพยอมรับว่าคนก็ถูกปลุกปั่นได้ ถูกหลอกได้ เพียงแต่ว่านั่นไม่ได้อยู่ในเรื่องเล่าหลักของพวกเขา
Robert Shiller: "Of course, efficient markets people will admit that people are manipulative and deceptive. But it’s not part of their canonical story."

"ชิลเลอร์: พวก (เชียร์) ตลาดมีประสิทธิภาพยอมรับว่าคนก็ถูกปลุกปั่นได้ ถูกหลอกได้ เพียงแต่ว่านั่นไม่ได้อยู่ในเรื่องเล่าหลักของพวกเขา"


นีล เออร์วิน จาก Wonkblog แห่งวอชิงตันโพสต์ (เขาเป็นผู้แต่งหนังสือเรื่องของผู้ว่าการธนาคารกลางสามคน : The Alchemist: Three Central Bankers and a World on Fire) สัมภาษณ์ โรเบิร์ต ชิลเลอร์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์เมื่อปี 2013 ขอเรียบเรียงข้อมูลที่น่าสนใจบางส่วนดังต่อไปนี้


นีล เออร์วิน: หลายคนไม่ประหลาดใจที่คุณจะได้รางวัลโนเบล แต่การที่ได้คู่กับยูจีน ฟามา อาจจะแปลก พวกคุณมาจากสำนักคิดคนละขั้วกันเลยเรื่องความมีประสิทธิภาพของตลาด คุณคิดยังไงกับงานของเขา และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคุณ

โรเบิร์ต ชิลเลอร์: ฟามา เป็นคนที่กำหนดตัวอย่างของตลาดมีประสิทธิภาพจริงๆ เขาเขียนบทความเรื่อง "ประสิทธิภาพของตลาดทุน : ปริทัศน์ [ในด้านทฤษฏีและงานเชิงประจักษ์]" (Efficient Capital Markets: A review of theory and empirical work by Eugene F. Fama) เมื่อปี 1969 เขาบิดมัน ผมคิดว่าแม้แต่ในบทความนั้นเขาพบว่ามันมีความัดแย้งในทฤษฎีเรื่องความมีประสิทธิภาพของตลาด เขาบิดมันว่าไม่มีความขัดแย้งที่สำคัญอะไรในนั้น คำถามก็คือคุณคิดว่าอะไรล่ะที่สำคัญ ผมรู้สึกว่าความขัดแย้งนั่นแหละที่มีความสำคัญมาก และนำไปสู่วิกฤตทางการเงิน แต่เราก็เห็นไม่ตรงกันหรอกนะ

แต่ผมเชื่อว่าเขาเขียนถึงสิ่งที่ข้อมูลได้บอกอย่างตรงไปตรงมา นั่นก็เป็นสิ่งที่งานวิจัยควรจะเป็น ผมอ่านงานของเขาหลายชิ้น ไม่ใช่ว่าผมจะไม่เห็นด้วยกับเขาทั้งหมด มีไอเดียพวกที่ได้รับการยอมรับที่ชิคาโก อีกสองคนที่ได้รางวัลนี้ก็มาจากชิคาโก ที่นั่นมองว่าธรรมชาติด้านหลักของมนุษย์คือด้านที่มีเหตุมีผล

ผมเกรงว่ามันเป็นมุมมองต่อโลกที่ต่างกันจากที่ผมมอง ผมไม่คิดว่านั่นเป็นด้านหลัก เมื่อผมมองไปรอบ ๆ ผมเห็นข้อตกลงที่โง่เขลา และผมไม่คิดว่ามันจะไม่สำคัญโดยไม่มีนัยยะทางเศรษฐศาสตร์


นีล เออร์วิน: ถ้างั้นมุมมองเก่าของฟามาและพวกผู้ก่อตั้งที่ได้คิดค้น การเงินสมัยใหม่อย่าง capital asset pricing model (CAPM) และตลาดที่มีประสิทธิภาพ ถูกคนและพวกสายพฤติกรรมศาสตร์บดมันว่าผิดพลาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย?

โรเบิร์ต ชิลเลอร์: โมเดล capital asset pricing model มองว่าจะสร้างพอร์ตฟอลิโอที่ดีที่สุด (optimum) ได้อย่างไร มันเป็นแบบจำลองที่น่าสนใจนะ ใครที่มีพอร์ตการลงทุน ควรจะเรียนเรื่องค่าความแปรปรวน ในฐานะเป็นก้าวแรกในการบริหารพอร์ตการลงทุน แต่เขาควรจะก้าวไปขั้นต่อไปด้วย ซึ่งก็คือว่าทุกคนก็ทำแบบเดียวกันนี้แหละ และนั่นก็เป็นสิ่งที่ผมแปลกแยกออกมา เพราะพวกเขามองว่าทุกคนได้ทำสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว ซึ่งมันไม่จริง เพราะในตอนแรกไม่มีใครเข้าใจโมเดลที่พึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาหรอก นี่เป็นเรื่องไร้สาระที่พวกเขาปฏิเสธจะรับรู้มัน พวกเขาตกหลุมรักแบบจำลองที่ว่านี่เกินไป


นีล เออร์วิน: แล้วคุณมีข้อแนะนำเชิงนโยบายและต่อผู้กำหนดนโยบายต่อข้อสรุปที่ว่าตลาดไม่มีประสิทธิภาพนี่ อย่างไร

โรเบิร์ต ชิลเลอร์: ผมมีข้อแนะนำเฉพาะตัว (idiosyncratic recommendation) ซึ่งผมได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ในหนังสือของผมชื่อ "Subprime Solution"

คนทั่วไปควรจะได้รับความช่วยเหลือจากมืออาชีพในด้านการลงทุน เราควรจะให้การอุดหนุนที่ปรึกษาทางการเงิน ประเทศนี้มีความคิดที่ให้การอุดหนุนที่ปรึกษาทางการแพทย์ แม้ว่ามันจะมีข้อโต้แย้งกันก็ตามที ดังนั้นมันก็ควรจะมีการอุดหนุนให้กับที่ปรึกษาทางการเงินด้วย

อันที่จริงมันก็มีในเรื่องการหักค่าลดหย่อนภาษี แต่นั่นก็ช่วยเฉพาะคนที่มีรายได้สูง ระบบไม่ได้สนับสนุนคนที่มีรายได้น้อยที่จะมีการอุดหนุนให้กับที่ปรึกษาทางการเงิน เราควรจะแก้เรื่องนี้ ผมอยากเห็นคนที่มีรายได้น้อยได้รับคำปรึกษาทางการเงินที่ดี


นีล เออร์วิน: แบบจำลองของคุณที่อธิบายวิธีการที่ตลาดการเงินทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่มีผลมาจากแรงเหวี่ยงทางจิตวิทยาในเรื่องความมั่นใจ ได้รับการยอมรับมากกว่าเมื่อทศวรรษที่ผ่านมา วิกฤตที่เกิดขึ้นได้ทำให้คุณคิดเรื่องพวกนี้ใหม่บ้างไหม

โรเบิร์ต ชิลเลอร์: ผมคิดว่ามีบางอย่างที่ผมยังไม่ได้เพิ่มเข้าไป หรือว่า ความเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ (systemic interconnectedness) มันเป็นสิ่งที่ผมยังไม่ได้ครุ่นคิดกับมันมากนัก แต่มันกลับมีความสำคัญอย่างมากในวิกฤตที่เกิดขึ้น การที่ไม่มีผู้กำกับที่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ว่า ความล้มเหลวของเลห์แมน บราเธอร์เพียงหนึ่งราย ลากเอาทั้งตลาดล่มไปด้วยได้อย่างไร

เรื่องนี้หลายคนก็ทราบดี แต่ก็ไม่ได้ใส่มันไว้ในวาระสำหรับการวิจัย รัฐบาลกลางก็ไม่มีข้อมูลทางสถิติที่แสดงความเชื่อมโยงที่เพียงพอ นี่เป็นสิ่งที่กฎหมาย ดอดด์-แฟรงก์ พยายามจะแก้ปัญหาอยู่ โดยการสร้างสำนักวิจัยทางการเงินขึ้นมาที่กระทรวงการคลัง


นีล เออร์วิน: คราวนี้คุณก็ได้รางวัลแล้ว งานวิจัยชิ้นต่อไปของคุณคืออะไร

โรเบิร์ต ชิลเลอร์: ผมกำลังเขียนหนังสือร่วมกับ จอร์จ อเคอร์ลอฟ (อเคอร์ลอฟเป็นนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลเช่นกัน เขาแต่งหนังสือเรื่อง Animal Spirit คู่กับชิลเลอร์ และเขายังเป็นสามีของ เจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนปัจจุบัน ซึ่งยังเป็นสตรีคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้อีกด้วย) หนังสือเรื่องนี้พูดถึงเรื่องการปลุกปั่น และการหลอกลวงในระบบเศรษฐกิจ

เรื่องนี้ไม่เขากับทฤษฏีตลาดที่มีประสิทธิภาพ เหมือนกัน แน่นอนล่ะ พวก (เชียร์) ตลาดมีประสิทธิภาพยอมรับว่าคนก็ถูกปลุกปั่นได้ ถูกหลอกได้ เพียงแต่ว่านั่นไม่ได้อยู่ในเรื่องเล่าหลักของพวกเขา


ที่มา: http://www.washingtonpost.com/…/robert-shiller-when-i-look…/

Siam Intelligence's photo.


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ถอดรื้อ



ความเห็น (0)